logo
โรคไข้หวัดนกคืออะไร?

โรคไข้หวัดนกคืออะไร?

โรคไข้หวัดนก (avian influenza หรือ bird flu) คือไข้หวัดใหญ่จากเชื้อ influenza A ซึ่งเกิดขึ้นในสัตว์ปีก เช่น นก เป็ด ไก่ ทั้งที่เกิดตามธรรมชาติหรือถูกเลี้ยงในโรงเรือน ซึ่งสายพันธ์ H5N1 ทำให้สัตว์ปีกที่ติดเชื้อมีอาการรุนแรงและตายอย่างรวดเร็ว

สัตว์ชนิดใดบ้างที่สามารถติดเชื้อไข้หวัดนก?

ไข้หวัดนกสามารถติดต่อได้ในสัตว์ปีกทุกชนิด ทั้งที่เป็นสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง

โรคไข้หวัดนกติดต่อมาสู่คนได้อย่างไร?

โรคไข้หวัดนกสามารถติดต่อจากสัตว์ปีกมาสู่คนได้ ทั้งจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจากสัตว์ปีกที่ป่วยโดยตรง เช่น อุจจาระ น้ำมูก น้ำลายของสัตว์ปีก หรือเกิดจากการสัมผัสสิ่งแวดล้อม พื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสจากสัตว์ปีกที่ป่วย สำหรับการติดต่อจากคนสู่คนมีโอกาสเกิดได้น้อยมาก 

ผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดนกมีอาการอย่างไร?

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคไข้หวัดนก คือผู้ที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคไข้หวัดนก ในช่วง 14 วันก่อนมีอาการ

อาการ

  • มีไข้สูง
  • ทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอและหายใจเหนื่อยหอบจากปอดอักเสบ ในผู้ป่วยบางรายพบภาวะแทรกซ้อนทางปอดรุนแรงคือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว
  • ทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย
  • ทางระบบประสาท เช่น ซึม ชัก ในผู้ป่วยที่อาการรุนแรงมากจะมีภาวะการทำงานของหลายอวัยวะล้มเหลวและเสียชีวิต

กลุ่มผู้ป่วยที่มักจะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิต

ผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง  เบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไตเรื้อรัง เป็นต้น และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 

วิธีการรักษา

ผู้ป่วยที่สงสัยว่าติดเชื้อไข้หวัดนก ควรได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่โดยเร็วที่สุด นอกจากนี้โรงพยาบาลจะต้องมีแนวทางการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโรค โดยหากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจะต้องใช้ห้องแยกโรค และใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกายอย่างเหมาะสม

การป้องกันทำได้อย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนก แต่แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกและสิ่งคัดหลั่งที่มาจากสัตว์ปีกโดยตรง
  • หากมีการสัมผัสควรใช้สบู่ล้างมือให้สะอาดทันที
  • ผู้ที่ต้องทำงานกับสัตว์ปีกควรสวมอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้ออย่างเหมาะสม เช่น หน้ากากปิดจมูก ถุงมือ แว่นตา
  • ห้ามนำสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายผิดปกติ มาปรุงอาหารเด็ดขาด
  • รับประทานอาหารปรุงสุก และสะอาด

นอกจากนี้ อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ในบุคคลที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดนก โดยไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

ที่มา :

ตรวจบทความโดย : พญ.พัชรวรรณ ยุกแผน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 2 โซน D

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 โรคไข้หวัดนก (avian influenza หรือ bird flu) คือไข้หวัดใหญ่จากเชื้อ influenza A ซึ่งเกิดขึ้นในสัตว์ปีก เช่น นก เป็ด ไก่ ทั้งที่เกิดตามธรรมชาติหรือถูกเลี้ยงในโรงเรือน ซึ่งสายพันธ์ H5N1 ทำให้สัตว์ปีกที่ติดเชื้อมีอาการรุนแรงและตายอย่างรวดเร็ว

สัตว์ชนิดใดบ้างที่สามารถติดเชื้อไข้หวัดนก?

ไข้หวัดนกสามารถติดต่อได้ในสัตว์ปีกทุกชนิด ทั้งที่เป็นสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง

โรคไข้หวัดนกติดต่อมาสู่คนได้อย่างไร?

โรคไข้หวัดนกสามารถติดต่อจากสัตว์ปีกมาสู่คนได้ ทั้งจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจากสัตว์ปีกที่ป่วยโดยตรง เช่น อุจจาระ น้ำมูก น้ำลายของสัตว์ปีก หรือเกิดจากการสัมผัสสิ่งแวดล้อม พื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสจากสัตว์ปีกที่ป่วย สำหรับการติดต่อจากคนสู่คนมีโอกาสเกิดได้น้อยมาก 

ผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดนกมีอาการอย่างไร?

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคไข้หวัดนก คือผู้ที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคไข้หวัดนก ในช่วง 14 วันก่อนมีอาการ

อาการ

  • มีไข้สูง
  • ทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอและหายใจเหนื่อยหอบจากปอดอักเสบ ในผู้ป่วยบางรายพบภาวะแทรกซ้อนทางปอดรุนแรงคือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว
  • ทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย
  • ทางระบบประสาท เช่น ซึม ชัก ในผู้ป่วยที่อาการรุนแรงมากจะมีภาวะการทำงานของหลายอวัยวะล้มเหลวและเสียชีวิต

กลุ่มผู้ป่วยที่มักจะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิต

ผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง  เบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไตเรื้อรัง เป็นต้น และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 

วิธีการรักษา

ผู้ป่วยที่สงสัยว่าติดเชื้อไข้หวัดนก ควรได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่โดยเร็วที่สุด นอกจากนี้โรงพยาบาลจะต้องมีแนวทางการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโรค โดยหากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจะต้องใช้ห้องแยกโรค และใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกายอย่างเหมาะสม

การป้องกันทำได้อย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนก แต่แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกและสิ่งคัดหลั่งที่มาจากสัตว์ปีกโดยตรง
  • หากมีการสัมผัสควรใช้สบู่ล้างมือให้สะอาดทันที
  • ผู้ที่ต้องทำงานกับสัตว์ปีกควรสวมอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้ออย่างเหมาะสม เช่น หน้ากากปิดจมูก ถุงมือ แว่นตา
  • ห้ามนำสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายผิดปกติ มาปรุงอาหารเด็ดขาด
  • รับประทานอาหารปรุงสุก และสะอาด

นอกจากนี้ อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ในบุคคลที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดนก โดยไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

ที่มา :

ตรวจบทความโดย : พญ.พัชรวรรณ ยุกแผน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 2 โซน D

บทความที่เกี่ยวข้อง