สารก่อภูมิแพ้แมลงสาบ อันตรายใกล้ตัวและวิธีป้องกันอย่างถูกต้อง
แมลงสาบ เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภูมิแพ้ทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย โดยส่วนใหญ่เป็นแมลงสาบสายพันธุ์อเมริกันที่สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว คือ หากเราเห็นแมลงสาบ 1 ตัวในบ้าน เท่ากับว่ายังมีแมลงสาบอีกประมาณ 10 – 800 ตัวอยู่ในรัง
สารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบ
สารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบจะมาจากส่วนต่างๆ ของแมลงสาบ เช่น เปลือกแข็งหุ้มตัว ปีก หนวด ไข่ ขา น้ำลาย อุจจาระ และเศษโปรตีนของแมลงสาบ
แหล่งอาหารของแมลงสาบ
อาหารของแมลงสาบ คือ แป้ง น้ำตาล ถั่ว ซากสัตว์ เลือด น้ำลาย และอุจจาระ แมลงสาบมักจะอาศัยในบริเวณที่มีอุณหภูมิอบอุ่นและมีความชื้น พบมากที่สุดในห้องครัวและห้องน้ำ รองลงมาคือ ห้องนั่งเล่นและห้องนอน โดยเฉพาะในตัวเมืองหรือสถานที่ที่มีความหนาแน่นของประชากรมาก

อาการแพ้แมลงสาบเป็นอย่างไร อันตรายไหม?
อาการที่พบบ่อย คือ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือ โรคแพ้อากาศ (Allergic rhinitis) และโรคหืด (asthma) ซึ่งมักมีอาการเกิดขึ้นได้ตลอดปี ร่วมกับมีอาการเล็กน้อย เช่น คันที่ผิวหนัง คอ ตา และจมูก ซึ่งหากเกิดอาการในกลุ่มเด็กจะมีความรุนแรงมากกว่า อาจทำให้เกิดโรคหอบหืดจนถึงขั้นหายใจไม่ออกได้
วิธีกำจัดแมลงสาบ
- ภาชนะใส่อาหารควรมีฝาปิดให้มิดชิด กำจัดขยะและเศษอาหารภายในบ้านทุกวัน
- ทำความสะอาดบ้านเรือนให้สะอาดอยู่เสมอ ควรกำจัดเศษวัสดุ ของเหลือใช้ หรือกระดาษ หนังสือพิมพ์เก่า เพราะมักจะเป็นแหล่งที่อยู่ของแมลงสาบ
- กำจัดแมลงสาบด้วยเจล (Gel) หรือกับดักแมลงสาบ (Bait) หรือว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญในการกำจัดแมลงสาบ เพื่อความสะอาดที่มากขึ้น
- ควรทำความสะอาดบริเวณที่พบเศษซากแมลงสาบ โดยการเช็ดด้วยน้ำธรรมดาผสมผงซักฟอก เพื่อให้ได้ผลดีอาจใช้น้ำยาฟอกขาวผสมน้ำหรือใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้น
Q&A เกี่ยวกับภูมิแพ้แมลงสาบ
1. สารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบมาจากส่วนไหนบ้าง?
ตอบ: สารก่อภูมิแพ้มาจากทุกส่วนของแมลงสาบ ได้แก่ เปลือกแข็งหุ้มตัว ปีก หนวด ไข่ ขา น้ำลาย อุจจาระ และเศษโปรตีนของแมลงสาบ
2. อาการแพ้แมลงสาบที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?
ตอบ: อาการที่พบบ่อยคือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (แพ้อากาศ) และโรคหืด (Asthma) โดยจะมีอาการคันจมูก จาม แน่นจมูก หรือหายใจมีเสียงหวีดตลอดปี
3. ทำไมแมลงสาบถึงกระตุ้นให้เกิดโรคหืดในเด็กได้รุนแรง?
ตอบ: เพราะระบบทางเดินหายใจของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่อได้รับสารโปรตีนจากแมลงสาบกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง จะทำให้หลอดหดตัวรุนแรง จนอาจถึงขั้นหายใจไม่ออกได้
4. แมลงสาบชอบอาศัยอยู่บริเวณไหนในบ้านมากที่สุด?
ตอบ: มักพบในบริเวณที่มีความอบอุ่นและชื้นสูง เช่น ห้องครัวและห้องน้ำ รองลงมาคือห้องนั่งเล่นและห้องนอน
5. แมลงสาบกินอะไรเป็นอาหาร?
ตอบ: แมลงสาบกินแป้ง น้ำตาล ถั่ว ซากสัตว์ เลือด น้ำลาย และอุจจาระเป็นอาหาร
6. หากเห็นแมลงสาบ 1 ตัวในบ้าน หมายความว่าอย่างไร?
ตอบ: หมายความว่าอาจมีแมลงสาบซ่อนตัวอยู่ในรังอีกประมาณ 10–800 ตัว เนื่องจากแมลงสาบสายพันธุ์อเมริกันสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว
7. วิธีกำจัดและป้องกันแมลงสาบในบ้านต้องทำอย่างไรบ้าง?
ตอบ: ปิดภาชนะใส่อาหารให้มิดชิด กำจัดขยะทุกวัน ทำความสะอาดบ้านเพื่อไม่ให้มีกระดาษหรือหนังสือพิมพ์เก่าสะสม และใช้เจลหรือกับดักแมลงสาบ (Bait)
8. ควรทำความสะอาดซากแมลงสาบอย่างไรให้ปลอดภัย?
ตอบ: ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำธรรมดาผสมผงซักฟอก หรือใช้น้ำยาฟอกขาวเจือจางผสมน้ำ เพื่อฆ่าเชื้อและป้องกันไม่ให้เศษซากฟุ้งกระจายจนกลายเป็นสารก่อภูมิแพ้
9. ภูมิแพ้จากแมลงสาบเกิดขึ้นแค่ช่วงฤดูใดฤดูหนึ่งใช่หรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่ เนื่องจากแมลงสาบอาศัยอยู่ภายในบ้านตลอดทั้งปี อาการแพ้จึงมักเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปีเช่นกัน
10. หากมีอาการแพ้รุนแรงควรปรึกษาแพทย์ที่ไหน?
ตอบ: สามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างตรงจุดได้ที่ ศูนย์โรคภูมิแพ้ ชั้น 3 โซน D ของ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์โรคภูมิแพ้ ชั้น 3 โซน D
บทความที่เกี่ยวข้อง
แมลงสาบ เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภูมิแพ้ทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย โดยส่วนใหญ่เป็นแมลงสาบสายพันธุ์อเมริกันที่สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว คือ หากเราเห็นแมลงสาบ 1 ตัวในบ้าน เท่ากับว่ายังมีแมลงสาบอีกประมาณ 10 – 800 ตัวอยู่ในรัง
สารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบ
สารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบจะมาจากส่วนต่างๆ ของแมลงสาบ เช่น เปลือกแข็งหุ้มตัว ปีก หนวด ไข่ ขา น้ำลาย อุจจาระ และเศษโปรตีนของแมลงสาบ
แหล่งอาหารของแมลงสาบ
อาหารของแมลงสาบ คือ แป้ง น้ำตาล ถั่ว ซากสัตว์ เลือด น้ำลาย และอุจจาระ แมลงสาบมักจะอาศัยในบริเวณที่มีอุณหภูมิอบอุ่นและมีความชื้น พบมากที่สุดในห้องครัวและห้องน้ำ รองลงมาคือ ห้องนั่งเล่นและห้องนอน โดยเฉพาะในตัวเมืองหรือสถานที่ที่มีความหนาแน่นของประชากรมาก

อาการแพ้แมลงสาบเป็นอย่างไร อันตรายไหม?
อาการที่พบบ่อย คือ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือ โรคแพ้อากาศ (Allergic rhinitis) และโรคหืด (asthma) ซึ่งมักมีอาการเกิดขึ้นได้ตลอดปี ร่วมกับมีอาการเล็กน้อย เช่น คันที่ผิวหนัง คอ ตา และจมูก ซึ่งหากเกิดอาการในกลุ่มเด็กจะมีความรุนแรงมากกว่า อาจทำให้เกิดโรคหอบหืดจนถึงขั้นหายใจไม่ออกได้
วิธีกำจัดแมลงสาบ
- ภาชนะใส่อาหารควรมีฝาปิดให้มิดชิด กำจัดขยะและเศษอาหารภายในบ้านทุกวัน
- ทำความสะอาดบ้านเรือนให้สะอาดอยู่เสมอ ควรกำจัดเศษวัสดุ ของเหลือใช้ หรือกระดาษ หนังสือพิมพ์เก่า เพราะมักจะเป็นแหล่งที่อยู่ของแมลงสาบ
- กำจัดแมลงสาบด้วยเจล (Gel) หรือกับดักแมลงสาบ (Bait) หรือว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญในการกำจัดแมลงสาบ เพื่อความสะอาดที่มากขึ้น
- ควรทำความสะอาดบริเวณที่พบเศษซากแมลงสาบ โดยการเช็ดด้วยน้ำธรรมดาผสมผงซักฟอก เพื่อให้ได้ผลดีอาจใช้น้ำยาฟอกขาวผสมน้ำหรือใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้น
Q&A เกี่ยวกับภูมิแพ้แมลงสาบ
1. สารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบมาจากส่วนไหนบ้าง?
ตอบ: สารก่อภูมิแพ้มาจากทุกส่วนของแมลงสาบ ได้แก่ เปลือกแข็งหุ้มตัว ปีก หนวด ไข่ ขา น้ำลาย อุจจาระ และเศษโปรตีนของแมลงสาบ
2. อาการแพ้แมลงสาบที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?
ตอบ: อาการที่พบบ่อยคือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (แพ้อากาศ) และโรคหืด (Asthma) โดยจะมีอาการคันจมูก จาม แน่นจมูก หรือหายใจมีเสียงหวีดตลอดปี
3. ทำไมแมลงสาบถึงกระตุ้นให้เกิดโรคหืดในเด็กได้รุนแรง?
ตอบ: เพราะระบบทางเดินหายใจของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่อได้รับสารโปรตีนจากแมลงสาบกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง จะทำให้หลอดหดตัวรุนแรง จนอาจถึงขั้นหายใจไม่ออกได้
4. แมลงสาบชอบอาศัยอยู่บริเวณไหนในบ้านมากที่สุด?
ตอบ: มักพบในบริเวณที่มีความอบอุ่นและชื้นสูง เช่น ห้องครัวและห้องน้ำ รองลงมาคือห้องนั่งเล่นและห้องนอน
5. แมลงสาบกินอะไรเป็นอาหาร?
ตอบ: แมลงสาบกินแป้ง น้ำตาล ถั่ว ซากสัตว์ เลือด น้ำลาย และอุจจาระเป็นอาหาร
6. หากเห็นแมลงสาบ 1 ตัวในบ้าน หมายความว่าอย่างไร?
ตอบ: หมายความว่าอาจมีแมลงสาบซ่อนตัวอยู่ในรังอีกประมาณ 10–800 ตัว เนื่องจากแมลงสาบสายพันธุ์อเมริกันสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว
7. วิธีกำจัดและป้องกันแมลงสาบในบ้านต้องทำอย่างไรบ้าง?
ตอบ: ปิดภาชนะใส่อาหารให้มิดชิด กำจัดขยะทุกวัน ทำความสะอาดบ้านเพื่อไม่ให้มีกระดาษหรือหนังสือพิมพ์เก่าสะสม และใช้เจลหรือกับดักแมลงสาบ (Bait)
8. ควรทำความสะอาดซากแมลงสาบอย่างไรให้ปลอดภัย?
ตอบ: ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำธรรมดาผสมผงซักฟอก หรือใช้น้ำยาฟอกขาวเจือจางผสมน้ำ เพื่อฆ่าเชื้อและป้องกันไม่ให้เศษซากฟุ้งกระจายจนกลายเป็นสารก่อภูมิแพ้
9. ภูมิแพ้จากแมลงสาบเกิดขึ้นแค่ช่วงฤดูใดฤดูหนึ่งใช่หรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่ เนื่องจากแมลงสาบอาศัยอยู่ภายในบ้านตลอดทั้งปี อาการแพ้จึงมักเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปีเช่นกัน
10. หากมีอาการแพ้รุนแรงควรปรึกษาแพทย์ที่ไหน?
ตอบ: สามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างตรงจุดได้ที่ ศูนย์โรคภูมิแพ้ ชั้น 3 โซน D ของ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์โรคภูมิแพ้ ชั้น 3 โซน D
บทความที่เกี่ยวข้อง


