อันตรายจากไฟฟ้าหน้าฝน: วิธีป้องกันและการปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธี
หน้าฝนมาพร้อมกับความชื้นและน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากไฟฟ้าได้ง่าย การรู้วิธีป้องกันและการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องจะช่วยลดความสูญเสียและรักษาชีวิตของคนที่คุณรักได้
อุบัติเหตุจากไฟฟ้าที่พบบ่อยในหน้าฝน มีอะไรบ้าง?
- เกิดจากอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีไฟรั่ว และบริเวณนั้นมีน้ำท่วมขัง ทำให้มีไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้น
- ถูกฟ้าผ่า กระแสไฟฟ้าจะทำอันตรายต่อการทำงานของหัวใจและสมอง ทำให้คลื่นหัวใจเต้นผิดปกติ เกิดหัวใจวายเฉียบพลันได้
5 ขั้นตอน ปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟดูด-ไฟช็อต อย่างปลอดภัย
1. ต้องนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ถูกไฟดูด ไฟช็อตให้เร็วที่สุด
- อย่าช่วยด้วยมือเปล่า ควรสวมใส่เครื่องแต่งกายหรือฉนวนอื่นที่เป็นฉนวนไฟฟ้า เช่น การใส่รองเท้ายาง ถุงมือยาง ไม้ หรือเชือกแห้งมาเขี่ยสายไฟออก จากนั้นค่อยดึงตัวผู้ถูกไฟดูดออกมาจากบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ดูดเช่นกัน รองเท้ายางและถุงมือยางไม่เหมาะกับไฟรั่วจากสายไฟฟ้าแรงสูงตรงถนน
- ตัดไฟที่ต้นตอ เมื่อพบแหล่งไฟฟ้ารั่ว ควรพยายามหาทางตัดวงจรไฟฟ้าเสียก่อน เช่น การสับสวิตช์ คัทเอาท์ เบรกเกอร์ หากบริเวณดังกล่าวมีน้ำขังอยู่ ห้ามลงไปยืนในน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะกระแสไฟฟ้าจะไหลไปหาได้
- หากไม่มีอุปกรณ์ หรือไม่ทราบวิธีช่วยเหลือ ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
2. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุ
- ผู้ป่วยที่ถูกไฟดูดอาจมีการได้รับบาดเจ็บอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น จากการพลัดตกจากที่สูง ทำให้มีการบาดเจ็บที่ศีรษะ หรือกระดูกส่วนต่าง ๆ หัก เช่น กระดูกคอ กระดูกแขนขา หรือกระดูกสันหลัง
- การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุจึงต้องใช้ความระมัดระวัง เพื่อป้องกันการพิการ หรืออัมพาต ดังนั้นควรให้ผู้ที่มีความรู้เป็นผู้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยเหล่านี้ออกจากจุดเกิดเหตุ
3. ขอความช่วยเหลือจากศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669
- เมื่อนำผู้ป่วยออกมายังที่ปลอดภัยแล้ว พบว่าผู้ป่วยหมดสติ ไม่หายใจหรือหายใจผิดปกติ ควรขอความช่วยเหลือจากศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และทำการกดนวดหัวใจเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น
4.การกดนวดหัวใจ
เมื่อผู้ประสบเหตุหัวใจหยุดเต้น ระหว่างที่รอรถพยาบาลมานั้นให้ทำการกดนวดหัวใจ เริ่มที่วางสันมือเหนือลิ้นปี่ประมาณ 2 นิ้ว จากนั้นประสานมือเพื่อทำการกดหัวใจ 100 - 120 ครั้ง/นาที ความลึก 5 ซม.หรือ 2 นิ้ว จนกว่ารถพยาบาลหรือทีมฉุกเฉินทางการแพทย์มาถึง
5. เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า AED
ระหว่างการกดนวดหัวใจให้หาเครื่อง AED ใกล้ตัวและปฎิบัติตามคำแนะนำของเครื่องเพื่อทำการช่วยเหลือผู้ป่วย
ชมคลิป วิธีช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR และใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ AED
7 วิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูดภายในบ้าน
- หมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์และสายไฟอยู่เสมอ และควรซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดให้เรียบร้อย
- บริเวณที่วางสายไฟ ไม่ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากทับลงไป และวางให้พ้นทางเดิน
- ระมัดระวังไม่ให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเปียกน้ำ
- ห้ามซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเองโดยที่ไม่มีความรู้
- ไม่ควรใช้ไฟฟ้าหลายอย่างกับปลั๊กไฟตัวเดียว
- ต่อสายดินเพื่อให้กระแสไฟลงดินเมื่อเกิดไฟฟ้ารั่ว
- ติดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าลัดวงจรภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัยและเป็นการป้องกันที่ดี
**อันตรายจากไฟฟ้าป้องกันได้ และเมื่อเกิดเหตุร้ายจากไฟฟ้ากับคุณหรือคนใกล้เคียง พยายามตั้งสติและปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น
ข้อมูลจาก: พญ. ณัฐนิช นทเกล้า
Q&A อันตรายจากไฟฟ้า ช่วงหน้าฝน
1. อุบัติเหตุจากไฟฟ้าที่พบบ่อยที่สุดในหน้าฝนเกิดจากอะไร?
ตอบ: เกิดจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามีไฟรั่วในบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง จนทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร และอุบัติเหตุจากการถูกฟ้าผ่า ซึ่งกระแสไฟฟ้าจะทำอันตรายต่อหัวใจและสมองโดยตรง
2. หากพบคนถูกไฟดูด ห้ามทำสิ่งใดเด็ดขาดเป็นอันดับแรก?
ตอบ: ห้ามเข้าไปช่วยเหลือด้วยมือเปล่าเด็ดขาด และหากบริเวณนั้นมีน้ำขัง ห้ามลงไปยืนในน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านน้ำเข้าสู่ตัวผู้ช่วยเหลือได้
3. วิธีตัดกระแสไฟฟ้าที่ต้นตอเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้ารั่วทำอย่างไร?
ตอบ: ทำได้โดยการสับสวิตช์คัทเอาท์หรือเบรกเกอร์ เพื่อตัดวงจรไฟฟ้าในบริเวณนั้นทันที
4. อุปกรณ์ประเภทใดที่สามารถใช้ช่วยดึงตัวผู้ถูกไฟดูดออกมาได้อย่างปลอดภัย?
ตอบ: ควรใช้อุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้า เช่น การสวมรองเท้ายาง ถุงมือยาง หรือใช้วัสดุแห้งสนิท เช่น ไม้แห้ง หรือเชือกแห้ง มาเขี่ยสายไฟออกหรือคล้องดึงตัวผู้ประสบเหตุ
5. รองเท้ายางและถุงมือยางทั่วไป สามารถใช้ป้องกันไฟรั่วจากสายไฟฟ้าแรงสูงริมถนนได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากรองเท้ายางและถุงมือยางทั่วไปมีประสิทธิภาพรองรับกระแสไฟได้จำกัด ไม่สามารถทนทานต่อปริมาณกระแสไฟฟ้าแรงสูงตามท้องถนนได้
6. ทำไมการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยถูกไฟดูดออกจากที่เกิดเหตุจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ?
ตอบ: เพราะผู้ป่วยอาจมีการบาดเจ็บอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การพลัดตกจากที่สูง ทำให้กระดูกคอ กระดูกแขนขา หรือกระดูกสันหลังหัก หากเคลื่อนย้ายผิดวิธีอาจเสี่ยงต่อการเกิดความพิการหรืออัมพาต
7. เมื่อนำผู้ถูกไฟดูดมายังที่ปลอดภัยแล้วพบว่าหมดสติและไม่หายใจ ควรโทรแจ้งเบอร์ใด?
ตอบ: ให้รีบโทรแจ้งสายด่วนศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทันที พร้อมกับทำการกดนวดหัวใจ (CPR) เบื้องต้นระหว่างรอรถพยาบาล
8. ขั้นตอนและสเปกในการทำ CPR (กดนวดหัวใจ) ผู้ประสบเหตุไฟฟ้าดูดที่ถูกต้องคืออะไร?
ตอบ: ให้วางสันมือประสานกันเหนือลิ้นปี่ประมาณ 2 นิ้ว แล้วทำการกดหน้าอกด้วยความเร็ว 100 - 120 ครั้งต่อนาที โดยให้มีความลึก 5 เซนติเมตร (2 นิ้ว) ทำต่อเนื่องจนกว่าทีมแพทย์จะมาถึง
9. เครื่อง AED คืออะไร และต้องใช้อย่างไรในสถานการณ์ฉุกเฉิน?
ตอบ: คือ เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ โดยให้เปิดใช้งานระรานที่กำลังทำ CPR และปฏิบัติตามคำแนะนำด้วยเสียงของเครื่องเพื่อทำการช่วยเหลือผู้ป่วยทันที
10. วิธีป้องกันไฟฟ้ารั่วภายในบ้านช่วงหน้าฝนที่ได้ผลดีที่สุดมีอะไรบ้าง?
ตอบ: สามารถป้องกันได้โดยการหมั่นตรวจเช็คและซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า ติดตั้งสายดินเพื่อนำกระแสไฟลงดินเมื่อเกิดไฟรั่ว และติดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าลัดวงจรภายในบ้านเพื่อความปลอดภัย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกผู้ป่วยฉุกเฉิน ชั้น 1 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง
หน้าฝนมาพร้อมกับความชื้นและน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากไฟฟ้าได้ง่าย การรู้วิธีป้องกันและการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องจะช่วยลดความสูญเสียและรักษาชีวิตของคนที่คุณรักได้
อุบัติเหตุจากไฟฟ้าที่พบบ่อยในหน้าฝน มีอะไรบ้าง?
- เกิดจากอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีไฟรั่ว และบริเวณนั้นมีน้ำท่วมขัง ทำให้มีไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้น
- ถูกฟ้าผ่า กระแสไฟฟ้าจะทำอันตรายต่อการทำงานของหัวใจและสมอง ทำให้คลื่นหัวใจเต้นผิดปกติ เกิดหัวใจวายเฉียบพลันได้
5 ขั้นตอน ปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟดูด-ไฟช็อต อย่างปลอดภัย
1. ต้องนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ถูกไฟดูด ไฟช็อตให้เร็วที่สุด
- อย่าช่วยด้วยมือเปล่า ควรสวมใส่เครื่องแต่งกายหรือฉนวนอื่นที่เป็นฉนวนไฟฟ้า เช่น การใส่รองเท้ายาง ถุงมือยาง ไม้ หรือเชือกแห้งมาเขี่ยสายไฟออก จากนั้นค่อยดึงตัวผู้ถูกไฟดูดออกมาจากบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ดูดเช่นกัน รองเท้ายางและถุงมือยางไม่เหมาะกับไฟรั่วจากสายไฟฟ้าแรงสูงตรงถนน
- ตัดไฟที่ต้นตอ เมื่อพบแหล่งไฟฟ้ารั่ว ควรพยายามหาทางตัดวงจรไฟฟ้าเสียก่อน เช่น การสับสวิตช์ คัทเอาท์ เบรกเกอร์ หากบริเวณดังกล่าวมีน้ำขังอยู่ ห้ามลงไปยืนในน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะกระแสไฟฟ้าจะไหลไปหาได้
- หากไม่มีอุปกรณ์ หรือไม่ทราบวิธีช่วยเหลือ ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
2. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุ
- ผู้ป่วยที่ถูกไฟดูดอาจมีการได้รับบาดเจ็บอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น จากการพลัดตกจากที่สูง ทำให้มีการบาดเจ็บที่ศีรษะ หรือกระดูกส่วนต่าง ๆ หัก เช่น กระดูกคอ กระดูกแขนขา หรือกระดูกสันหลัง
- การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุจึงต้องใช้ความระมัดระวัง เพื่อป้องกันการพิการ หรืออัมพาต ดังนั้นควรให้ผู้ที่มีความรู้เป็นผู้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยเหล่านี้ออกจากจุดเกิดเหตุ
3. ขอความช่วยเหลือจากศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669
- เมื่อนำผู้ป่วยออกมายังที่ปลอดภัยแล้ว พบว่าผู้ป่วยหมดสติ ไม่หายใจหรือหายใจผิดปกติ ควรขอความช่วยเหลือจากศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และทำการกดนวดหัวใจเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น
4.การกดนวดหัวใจ
เมื่อผู้ประสบเหตุหัวใจหยุดเต้น ระหว่างที่รอรถพยาบาลมานั้นให้ทำการกดนวดหัวใจ เริ่มที่วางสันมือเหนือลิ้นปี่ประมาณ 2 นิ้ว จากนั้นประสานมือเพื่อทำการกดหัวใจ 100 - 120 ครั้ง/นาที ความลึก 5 ซม.หรือ 2 นิ้ว จนกว่ารถพยาบาลหรือทีมฉุกเฉินทางการแพทย์มาถึง
5. เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า AED
ระหว่างการกดนวดหัวใจให้หาเครื่อง AED ใกล้ตัวและปฎิบัติตามคำแนะนำของเครื่องเพื่อทำการช่วยเหลือผู้ป่วย
ชมคลิป วิธีช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR และใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ AED
7 วิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูดภายในบ้าน
- หมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์และสายไฟอยู่เสมอ และควรซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดให้เรียบร้อย
- บริเวณที่วางสายไฟ ไม่ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากทับลงไป และวางให้พ้นทางเดิน
- ระมัดระวังไม่ให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเปียกน้ำ
- ห้ามซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเองโดยที่ไม่มีความรู้
- ไม่ควรใช้ไฟฟ้าหลายอย่างกับปลั๊กไฟตัวเดียว
- ต่อสายดินเพื่อให้กระแสไฟลงดินเมื่อเกิดไฟฟ้ารั่ว
- ติดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าลัดวงจรภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัยและเป็นการป้องกันที่ดี
**อันตรายจากไฟฟ้าป้องกันได้ และเมื่อเกิดเหตุร้ายจากไฟฟ้ากับคุณหรือคนใกล้เคียง พยายามตั้งสติและปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น
ข้อมูลจาก: พญ. ณัฐนิช นทเกล้า
Q&A อันตรายจากไฟฟ้า ช่วงหน้าฝน
1. อุบัติเหตุจากไฟฟ้าที่พบบ่อยที่สุดในหน้าฝนเกิดจากอะไร?
ตอบ: เกิดจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามีไฟรั่วในบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง จนทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร และอุบัติเหตุจากการถูกฟ้าผ่า ซึ่งกระแสไฟฟ้าจะทำอันตรายต่อหัวใจและสมองโดยตรง
2. หากพบคนถูกไฟดูด ห้ามทำสิ่งใดเด็ดขาดเป็นอันดับแรก?
ตอบ: ห้ามเข้าไปช่วยเหลือด้วยมือเปล่าเด็ดขาด และหากบริเวณนั้นมีน้ำขัง ห้ามลงไปยืนในน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านน้ำเข้าสู่ตัวผู้ช่วยเหลือได้
3. วิธีตัดกระแสไฟฟ้าที่ต้นตอเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้ารั่วทำอย่างไร?
ตอบ: ทำได้โดยการสับสวิตช์คัทเอาท์หรือเบรกเกอร์ เพื่อตัดวงจรไฟฟ้าในบริเวณนั้นทันที
4. อุปกรณ์ประเภทใดที่สามารถใช้ช่วยดึงตัวผู้ถูกไฟดูดออกมาได้อย่างปลอดภัย?
ตอบ: ควรใช้อุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้า เช่น การสวมรองเท้ายาง ถุงมือยาง หรือใช้วัสดุแห้งสนิท เช่น ไม้แห้ง หรือเชือกแห้ง มาเขี่ยสายไฟออกหรือคล้องดึงตัวผู้ประสบเหตุ
5. รองเท้ายางและถุงมือยางทั่วไป สามารถใช้ป้องกันไฟรั่วจากสายไฟฟ้าแรงสูงริมถนนได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากรองเท้ายางและถุงมือยางทั่วไปมีประสิทธิภาพรองรับกระแสไฟได้จำกัด ไม่สามารถทนทานต่อปริมาณกระแสไฟฟ้าแรงสูงตามท้องถนนได้
6. ทำไมการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยถูกไฟดูดออกจากที่เกิดเหตุจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ?
ตอบ: เพราะผู้ป่วยอาจมีการบาดเจ็บอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การพลัดตกจากที่สูง ทำให้กระดูกคอ กระดูกแขนขา หรือกระดูกสันหลังหัก หากเคลื่อนย้ายผิดวิธีอาจเสี่ยงต่อการเกิดความพิการหรืออัมพาต
7. เมื่อนำผู้ถูกไฟดูดมายังที่ปลอดภัยแล้วพบว่าหมดสติและไม่หายใจ ควรโทรแจ้งเบอร์ใด?
ตอบ: ให้รีบโทรแจ้งสายด่วนศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทันที พร้อมกับทำการกดนวดหัวใจ (CPR) เบื้องต้นระหว่างรอรถพยาบาล
8. ขั้นตอนและสเปกในการทำ CPR (กดนวดหัวใจ) ผู้ประสบเหตุไฟฟ้าดูดที่ถูกต้องคืออะไร?
ตอบ: ให้วางสันมือประสานกันเหนือลิ้นปี่ประมาณ 2 นิ้ว แล้วทำการกดหน้าอกด้วยความเร็ว 100 - 120 ครั้งต่อนาที โดยให้มีความลึก 5 เซนติเมตร (2 นิ้ว) ทำต่อเนื่องจนกว่าทีมแพทย์จะมาถึง
9. เครื่อง AED คืออะไร และต้องใช้อย่างไรในสถานการณ์ฉุกเฉิน?
ตอบ: คือ เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ โดยให้เปิดใช้งานระรานที่กำลังทำ CPR และปฏิบัติตามคำแนะนำด้วยเสียงของเครื่องเพื่อทำการช่วยเหลือผู้ป่วยทันที
10. วิธีป้องกันไฟฟ้ารั่วภายในบ้านช่วงหน้าฝนที่ได้ผลดีที่สุดมีอะไรบ้าง?
ตอบ: สามารถป้องกันได้โดยการหมั่นตรวจเช็คและซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า ติดตั้งสายดินเพื่อนำกระแสไฟลงดินเมื่อเกิดไฟรั่ว และติดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าลัดวงจรภายในบ้านเพื่อความปลอดภัย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกผู้ป่วยฉุกเฉิน ชั้น 1 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง


