ส่องกล้องมะเร็งลำไส้ใหญ่ ต้องเตรียมตัวอย่างไร? เช็กอาการเสี่ยงและขั้นตอนปฏิบัติตัว
ทำไมการส่องกล้องลำไส้ใหญ่จึงสำคัญ?
ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งระบบทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง ได้แก่ อายุที่มากขึ้น รับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ อาหารแช่แข็ง หรืออาหารแปรรูปอย่างไส้กรอก กุนเชียง
ปัจจุบันมะเร็งระบบทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่สามารถป้องกันได้ โดยการตรวจส่องกล้องทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่ การตรวจรักษาระบบทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่ก็เหมือนการตรวจสุขภาพ เป็นการไปตรวจเช็กสุขภาพของทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่ของเรา ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยาก สามารถทำได้อย่างปลอดภัยและผู้ป่วยก็ได้ประโยชน์อย่างมาก
5 อาการผิดปกติที่ควรเข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่
- มีความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่ายอุจจาระ เช่น ท้องผูกหรือท้องเสียเป็นประจำ หรือท้องผูกสลับท้องเสีย
- ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน อาจมีสีแดงสดหรือสีคล้ำ มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
- เวลาถ่ายเบ่งอุจจาระมีติ่งเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนักและมีเลือดออก
- มีอาการแน่น อึดอัดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ และปวดท้องร่วมด้วย
- มีก้อนในท้อง น้ำหนักลด ซีด อ่อนเพลีย
ข้อแนะนำสำหรับผู้สูงอายุ: ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจส่องกล้องทางทวารหนักเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

ทำไมต้องเตรียมลำไส้ให้สะอาดก่อนส่องกล้อง?
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง เพราะปัจจัยที่มีผลต่อการส่องกล้องและวินิจฉัยคือระดับความสะอาดของการเตรียมลำไส้ใหญ่ เพราะหากเตรียมลำไส้ได้ไม่ดี อาจทำให้แพทย์เห็นภาพไม่ชัดเจนและมองไม่เห็นติ่งเนื้อหรือแผลต่างๆ ภายในลำไส้ได้ หรืออาจจะต้องงดการตรวจในวันนั้น
ขั้นตอนการเตรียมลำไส้: อาหารและยาระบาย
ก่อนการตรวจวันที 1
- งดทานผักและผลไม้ทุกชนิด
- รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย หรืออาหารที่ไม่มีกาก เช่น ข้าวต้ม โจ๊กไม่ใส่เนื้อสัตว์และผัก ขนมปัง ไข่ เต้าหู้
- ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับยาระบายเพิ่มก่อนนอน
ก่อนการตรวจวันที่ 2
- งดทานผักและผลไม้ทุกชนิด
- รับประทานอาหารเหลว เช่น น้ำเต้าหู้ไม่ใส่เครื่อง นมสด น้ำซุป โอวัลติน น้ำหวาน
- ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับยาระบายเพิ่มก่อนนอน
*ในกรณีที่ดื่มยาลำบาก อาจพิจารณาผสมยาในน้ำผลไม้ที่ไม่มีเนื้อหรือกากใย หรือน้ำอัดลม 1 แก้ว ยกเว้นผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน โรคไต หรือตั้งครรภ์ กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบ
ข้อปฏิบัติหลังทานยาระบายและการงดน้ำ-อาหาร
- หลังการดื่มยาระบายจะทำให้ถ่ายอุจจาระบ่อย ควรดื่มน้ำ 1 แก้วทุกครั้งที่ถ่ายอุจจาระ
- งดดื่มชา กาแฟ เพราะทำให้ปัสสาวะมาก
- ไม่ควรดื่มนมและรับประทานอาหาร หลังดื่มยาระบาย
- งดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มก่อนการตรวจ 6 – 8 ชม.
- ถ้าทำการเตรียมลำไส้ได้ดี ลักษณะอุจจาระจะเหลวและค่อนข้างเป็นน้ำใส
การปฏิบัติตัวและการดูแลตัวเองหลังการส่องกล้อง
- สังเกตอุจจาระ อาจมีเลือดปนบ้างเล็กน้อย แต่หากมีเลือดออกมากผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์
- ในผู้ป่วยบางรายที่ได้รับยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำ ห้ามขับรถหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือทำงานที่ต้องตัดสินใจอย่างน้อย 24 ชม. หลังเข้ารับการตรวจ
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องมาก ท้องอืดร่วมกับมีอาการท้องแข็งตึง กดแล้วเจ็บ มีไข้สูง ควรรีบไปพบแพทย์
- ควรมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษา
การเตรียมตัวข้างต้นนี้ใช้กับผู้ป่วยทั่ว ๆ ไปเท่านั้น หากท่านมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ มีลิ้นหัวใจเทียม มีภาวะเลือดออกผิดปกติ กำลังได้รับยาแอสไพรินหรือยาละลายลิ่มเลือด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนการตรวจ
ชมคลิป การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่
Q&A ส่องกล้องมะเร็งลำไส้ใหญ่และการเตรียมตัว
1. ทำไมการส่องกล้องลำไส้ใหญ่จึงมีความสำคัญ?
ตอบ: การส่องกล้องลำไส้ใหญ่มีความสำคัญเพราะช่วยในการตรวจเช็กสุขภาพทางเดินอาหาร คัดกรอง และป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง
2. ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่มีอะไรบ้าง?
ตอบ: ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ อายุที่มากขึ้น และพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารแช่แข็ง หรืออาหารแปรรูปอย่างไส้กรอกและกุนเชียง
3. อาการผิดปกติแบบไหนที่ควรรีบไปส่องกล้องลำไส้ใหญ่?
ตอบ: อาการขับถ่ายผิดปกติเรื้อรัง (ท้องผูก/ท้องเสียประจำ), ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน, มีติ่งเนื้อยื่นขณะเบ่งถ่าย, แน่นท้อง ท้องอืด ปวดท้องร่วมด้วย, และคลำพบก้อนในท้อง น้ำหนักลด หรือมีภาวะซีดอ่อนเพลีย
4. อายุเท่าไหร่ที่ควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่?
ตอบ: ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจส่องกล้องทางทวารหนักเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ แม้ว่าจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ก็ตาม
5. ทำไมต้องเตรียมลำไส้ให้สะอาดก่อนวันส่องกล้อง?
ตอบ: เพราะความสะอาดของลำไส้มีผลโดยตรงต่อการวินิจฉัย หากเตรียมลำไส้ไม่ดี แพทย์อาจเห็นภาพไม่ชัดเจนและมองไม่เห็นติ่งเนื้อหรือแผล หรืออาจจำเป็นต้องงดและเลื่อนการตรวจในวันนั้นออกไป
6. ก่อนวันส่องกล้อง 1-2 วัน ควรเลือกรับประทานอาหารอย่างไร?
ตอบ: ก่อนตรวจวันที่ 1 ให้งดผักผลไม้ทุกชนิด และทานอาหารอ่อนย่อยง่ายที่ไม่มีกาก เช่น ข้าวต้มหรือโจ๊กไม่ใส่เนื้อสัตว์และผัก ขนมปัง ไข่ เต้าหู้ ก่อนตรวจวันที่ 2 ให้งดผักผลไม้ทุกชนิด และทานได้เฉพาะอาหารเหลวใส เช่น น้ำเต้าหู้ไม่ใส่เครื่อง นมสด น้ำซุป โอวัลติน หรือน้ำหวาน
7. ถ้าดื่มยาลำบาก สามารถผสมยาระบายกับอะไรได้บ้าง?
ตอบ: สามารถผสมยาระบายในน้ำผลไม้ที่ไม่มีเนื้อหรือไม่มีกากใย หรือผสมน้ำอัดลม 1 แก้วได้ เพื่อให้ดื่มง่ายขึ้น ยกเว้นผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต หรือกำลังตั้งครรภ์ ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้า
8. ข้อปฏิบัติที่สำคัญหลังจากรับประทานยาระบายมีอะไรบ้าง?
ตอบ: หลังจากทานยาระบายจะถ่ายอุจจาระบ่อย ควรดื่มน้ำตาม 1 แก้วทุกครั้ง งดดื่มชาและกาแฟ นม และอาหารทุกชนิดหลังดื่มยา และต้องงดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดก่อนตรวจ 6 – 8 ชั่วโมง
9. จะทราบได้อย่างไรว่าเราเตรียมลำไส้ได้สะอาดดีแล้ว?
ตอบ: หากทำการเตรียมลำไส้และปฏิบัติตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง ลักษณะของอุจจาระที่ถ่ายออกมาในท้ายที่สุดจะเหลวและค่อนข้างเป็นน้ำใส
10. หลังเข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
ตอบ: สังเกตอุจจาระว่ามีเลือดออกมากผิดปกติหรือไม่ หากได้รับยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำ ห้ามขับรถ ทำงานกับเครื่องจักร หรือทำงานที่ต้องตัดสินใจอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และหากมีไข้สูง ปวดท้องมาก ท้องอืดร่วมกับท้องแข็งตึง ควรรีบพบแพทย์ทันที
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 4 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมการส่องกล้องลำไส้ใหญ่จึงสำคัญ?
ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งระบบทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง ได้แก่ อายุที่มากขึ้น รับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ อาหารแช่แข็ง หรืออาหารแปรรูปอย่างไส้กรอก กุนเชียง
ปัจจุบันมะเร็งระบบทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่สามารถป้องกันได้ โดยการตรวจส่องกล้องทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่ การตรวจรักษาระบบทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่ก็เหมือนการตรวจสุขภาพ เป็นการไปตรวจเช็กสุขภาพของทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่ของเรา ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยาก สามารถทำได้อย่างปลอดภัยและผู้ป่วยก็ได้ประโยชน์อย่างมาก
5 อาการผิดปกติที่ควรเข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่
- มีความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่ายอุจจาระ เช่น ท้องผูกหรือท้องเสียเป็นประจำ หรือท้องผูกสลับท้องเสีย
- ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน อาจมีสีแดงสดหรือสีคล้ำ มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
- เวลาถ่ายเบ่งอุจจาระมีติ่งเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนักและมีเลือดออก
- มีอาการแน่น อึดอัดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ และปวดท้องร่วมด้วย
- มีก้อนในท้อง น้ำหนักลด ซีด อ่อนเพลีย
ข้อแนะนำสำหรับผู้สูงอายุ: ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจส่องกล้องทางทวารหนักเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

ทำไมต้องเตรียมลำไส้ให้สะอาดก่อนส่องกล้อง?
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง เพราะปัจจัยที่มีผลต่อการส่องกล้องและวินิจฉัยคือระดับความสะอาดของการเตรียมลำไส้ใหญ่ เพราะหากเตรียมลำไส้ได้ไม่ดี อาจทำให้แพทย์เห็นภาพไม่ชัดเจนและมองไม่เห็นติ่งเนื้อหรือแผลต่างๆ ภายในลำไส้ได้ หรืออาจจะต้องงดการตรวจในวันนั้น
ขั้นตอนการเตรียมลำไส้: อาหารและยาระบาย
ก่อนการตรวจวันที 1
- งดทานผักและผลไม้ทุกชนิด
- รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย หรืออาหารที่ไม่มีกาก เช่น ข้าวต้ม โจ๊กไม่ใส่เนื้อสัตว์และผัก ขนมปัง ไข่ เต้าหู้
- ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับยาระบายเพิ่มก่อนนอน
ก่อนการตรวจวันที่ 2
- งดทานผักและผลไม้ทุกชนิด
- รับประทานอาหารเหลว เช่น น้ำเต้าหู้ไม่ใส่เครื่อง นมสด น้ำซุป โอวัลติน น้ำหวาน
- ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับยาระบายเพิ่มก่อนนอน
*ในกรณีที่ดื่มยาลำบาก อาจพิจารณาผสมยาในน้ำผลไม้ที่ไม่มีเนื้อหรือกากใย หรือน้ำอัดลม 1 แก้ว ยกเว้นผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน โรคไต หรือตั้งครรภ์ กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบ
ข้อปฏิบัติหลังทานยาระบายและการงดน้ำ-อาหาร
- หลังการดื่มยาระบายจะทำให้ถ่ายอุจจาระบ่อย ควรดื่มน้ำ 1 แก้วทุกครั้งที่ถ่ายอุจจาระ
- งดดื่มชา กาแฟ เพราะทำให้ปัสสาวะมาก
- ไม่ควรดื่มนมและรับประทานอาหาร หลังดื่มยาระบาย
- งดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มก่อนการตรวจ 6 – 8 ชม.
- ถ้าทำการเตรียมลำไส้ได้ดี ลักษณะอุจจาระจะเหลวและค่อนข้างเป็นน้ำใส
การปฏิบัติตัวและการดูแลตัวเองหลังการส่องกล้อง
- สังเกตอุจจาระ อาจมีเลือดปนบ้างเล็กน้อย แต่หากมีเลือดออกมากผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์
- ในผู้ป่วยบางรายที่ได้รับยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำ ห้ามขับรถหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือทำงานที่ต้องตัดสินใจอย่างน้อย 24 ชม. หลังเข้ารับการตรวจ
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องมาก ท้องอืดร่วมกับมีอาการท้องแข็งตึง กดแล้วเจ็บ มีไข้สูง ควรรีบไปพบแพทย์
- ควรมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษา
การเตรียมตัวข้างต้นนี้ใช้กับผู้ป่วยทั่ว ๆ ไปเท่านั้น หากท่านมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ มีลิ้นหัวใจเทียม มีภาวะเลือดออกผิดปกติ กำลังได้รับยาแอสไพรินหรือยาละลายลิ่มเลือด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนการตรวจ
ชมคลิป การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่
Q&A ส่องกล้องมะเร็งลำไส้ใหญ่และการเตรียมตัว
1. ทำไมการส่องกล้องลำไส้ใหญ่จึงมีความสำคัญ?
ตอบ: การส่องกล้องลำไส้ใหญ่มีความสำคัญเพราะช่วยในการตรวจเช็กสุขภาพทางเดินอาหาร คัดกรอง และป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง
2. ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่มีอะไรบ้าง?
ตอบ: ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ อายุที่มากขึ้น และพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารแช่แข็ง หรืออาหารแปรรูปอย่างไส้กรอกและกุนเชียง
3. อาการผิดปกติแบบไหนที่ควรรีบไปส่องกล้องลำไส้ใหญ่?
ตอบ: อาการขับถ่ายผิดปกติเรื้อรัง (ท้องผูก/ท้องเสียประจำ), ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน, มีติ่งเนื้อยื่นขณะเบ่งถ่าย, แน่นท้อง ท้องอืด ปวดท้องร่วมด้วย, และคลำพบก้อนในท้อง น้ำหนักลด หรือมีภาวะซีดอ่อนเพลีย
4. อายุเท่าไหร่ที่ควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่?
ตอบ: ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจส่องกล้องทางทวารหนักเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ แม้ว่าจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ก็ตาม
5. ทำไมต้องเตรียมลำไส้ให้สะอาดก่อนวันส่องกล้อง?
ตอบ: เพราะความสะอาดของลำไส้มีผลโดยตรงต่อการวินิจฉัย หากเตรียมลำไส้ไม่ดี แพทย์อาจเห็นภาพไม่ชัดเจนและมองไม่เห็นติ่งเนื้อหรือแผล หรืออาจจำเป็นต้องงดและเลื่อนการตรวจในวันนั้นออกไป
6. ก่อนวันส่องกล้อง 1-2 วัน ควรเลือกรับประทานอาหารอย่างไร?
ตอบ: ก่อนตรวจวันที่ 1 ให้งดผักผลไม้ทุกชนิด และทานอาหารอ่อนย่อยง่ายที่ไม่มีกาก เช่น ข้าวต้มหรือโจ๊กไม่ใส่เนื้อสัตว์และผัก ขนมปัง ไข่ เต้าหู้ ก่อนตรวจวันที่ 2 ให้งดผักผลไม้ทุกชนิด และทานได้เฉพาะอาหารเหลวใส เช่น น้ำเต้าหู้ไม่ใส่เครื่อง นมสด น้ำซุป โอวัลติน หรือน้ำหวาน
7. ถ้าดื่มยาลำบาก สามารถผสมยาระบายกับอะไรได้บ้าง?
ตอบ: สามารถผสมยาระบายในน้ำผลไม้ที่ไม่มีเนื้อหรือไม่มีกากใย หรือผสมน้ำอัดลม 1 แก้วได้ เพื่อให้ดื่มง่ายขึ้น ยกเว้นผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต หรือกำลังตั้งครรภ์ ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้า
8. ข้อปฏิบัติที่สำคัญหลังจากรับประทานยาระบายมีอะไรบ้าง?
ตอบ: หลังจากทานยาระบายจะถ่ายอุจจาระบ่อย ควรดื่มน้ำตาม 1 แก้วทุกครั้ง งดดื่มชาและกาแฟ นม และอาหารทุกชนิดหลังดื่มยา และต้องงดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดก่อนตรวจ 6 – 8 ชั่วโมง
9. จะทราบได้อย่างไรว่าเราเตรียมลำไส้ได้สะอาดดีแล้ว?
ตอบ: หากทำการเตรียมลำไส้และปฏิบัติตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง ลักษณะของอุจจาระที่ถ่ายออกมาในท้ายที่สุดจะเหลวและค่อนข้างเป็นน้ำใส
10. หลังเข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
ตอบ: สังเกตอุจจาระว่ามีเลือดออกมากผิดปกติหรือไม่ หากได้รับยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำ ห้ามขับรถ ทำงานกับเครื่องจักร หรือทำงานที่ต้องตัดสินใจอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และหากมีไข้สูง ปวดท้องมาก ท้องอืดร่วมกับท้องแข็งตึง ควรรีบพบแพทย์ทันที
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 4 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง


