logo
โรคปลอกประสาทอักเสบ MS และ NMO คืออะไร? อาการ วิธีรักษา และความต่างที่ต้องรู้

โรคปลอกประสาทอักเสบ MS และ NMO คืออะไร? อาการ วิธีรักษา และความต่างที่ต้องรู้

ข้อมูลจาก: อ.พญ. จิราพร จิตประไพกุลศาล และ รศ.พญ.นาราพร ประยูรวิวัฒน์


Q&A โรคปลอกประสาทอักเสบ (MS & NMO)

1. โรคปลอกประสาทอักเสบ คืออะไร?

ตอบ: คือ โรคที่มีการอักเสบของปลอกมัยอิลินที่หุ้มเส้นประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง (สมอง เส้นประสาทตา และไขสันหลัง) ส่งผลให้การนำกระแสประสาทผิดปกติจนเกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ ตามมา เช่น ตามัว หรือแขนขาอ่อนแรง

2. โรคปลอกประสาทอักเสบที่พบบ่อยที่สุดมีโรคอะไรบ้าง?

ตอบ: มี 2 โรคหลักๆ  คือ โรคเอ็มเอส (Multiple Sclerosis - MS) หรือโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และโรคเอ็นเอ็มโอ (Neuromyelitis Optica - NMO) หรือโรคนิวโรมัยอิลัยติสออฟติกา

3. โรค MS และ โรค NMO แตกต่างกันอย่างไร?

ตอบ: แตกต่างกันที่สาเหตุและกลไกการเกิดโรค โดย MS เกิดจากเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์เข้าไปทำลายปลอกประสาทโดยตรง ส่วน NMO เกิดจากร่างกายสร้างสารต่อต้านภูมิ (แอนติบอดี) ไปจับกับตัวรับสารบนผิวเซลล์ นอกจากนี้โรค NMO มักพบบ่อยในคนไทยและคนเอเชีย รวมถึงมีอาการทางไขสันหลังที่รุนแรงกว่าโรค MS

4: อาการเริ่มต้นของโรคปลอกประสาทอักเสบมีอะไรบ้าง?

ตอบ: อาการเด่นชัดแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ อาการทางตา (ตามัวลงเฉียบพลัน เจ็บเบ้าตาเวลาเยื้องตา), อาการทางไขสันหลัง (ชาตามตัว แขนขาอ่อนแรง ขับถ่ายผิดปกติ) และอาการทางสมอง (เห็นภาพซ้อน เดินเซ เกร็งกล้ามเนื้อแขนขาเป็นพัก ๆ)

5. ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นโรค MS และ NMO มากที่สุด?

ตอบ: ทั้งสองโรคพบบ่อยใน ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งโรค MS จะพบมากในช่วงอายุเฉลี่ย 20-40 ปี ส่วนโรค NMO พบได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่อายุเฉลี่ยที่พบบ่อยจะอยู่ที่ประมาณ 40 ปี

6. ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (MS) มีอะไรบ้าง?

ตอบ: ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พันธุกรรม, การติดเชื้อไวรัสบางชนิด (เช่น เชื้ออีบีวี - EBV), ระดับวิตามินดีในเลือดต่ำ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่

7. แพทย์ใช้วิธีใดในการตรวจวินิจฉัยแยกโรค MS และ NMO?

ตอบ: แพทย์จะใช้วิธีตรวจเพิ่มเติม 4 วิธีหลัก คือ การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI), การตรวจจอประสาทตาด้วยเครื่องมือพิเศษ, การตรวจเลือดหาแอนติบอดีจำเพาะ และการเจาะตรวจน้ำไขสันหลังเพื่อดูการอักเสบ

8. การรักษาโรคปลอกประสาทอักเสบในระยะกำเริบเฉียบพลันทำอย่างไร?

ตอบ: การรักษาหลักคือ การฉีดยาสเตียรอยด์ทางหลอดเลือดดำ 3-7 วัน ร่วมกับการกินยาสเตียรอยด์ต่ออีก 1-2 สัปดาห์ แต่ในรายที่เป็นโรค NMO แล้วอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาทำการเปลี่ยนถ่ายพลาสมา (Plasma Exchange) ร่วมด้วย

9. ทำไมผู้ป่วยโรค MS และ NMO ถึงต้องได้รับยาในระยะยาว?

ตอบ: เนื่องจากทั้งสองโรคนี้มีลักษณะรอยโรคที่สามารถกำเริบเป็นพัก ๆ ได้ การได้รับยาปรับภูมิคุ้มกันในระยะยาว (มีทั้งยากิน ยาฉีดใต้ผิวหนัง และยาฉีดทางหลอดเลือด) จะช่วยป้องกันและลดความถี่ในการกลับมาเป็นซ้ำ เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดความทุพพลภาพสะสม

10. โรคปลอกประสาทอักเสบสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

ตอบ: ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากยังไม่ทราบจุดกำเนิดโรคที่แน่ชัด แต่สามารถรักษาควบคุมเพื่อให้อาการสงบ ฟื้นฟูร่างกายด้วยการทำกายภาพบำบัด และใช้ยาเพื่อป้องกันไม่ให้โรคกลับมาเป็นซ้ำได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 2 โซน D

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 ข้อมูลจาก: อ.พญ. จิราพร จิตประไพกุลศาล และ รศ.พญ.นาราพร ประยูรวิวัฒน์


Q&A โรคปลอกประสาทอักเสบ (MS & NMO)

1. โรคปลอกประสาทอักเสบ คืออะไร?

ตอบ: คือ โรคที่มีการอักเสบของปลอกมัยอิลินที่หุ้มเส้นประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง (สมอง เส้นประสาทตา และไขสันหลัง) ส่งผลให้การนำกระแสประสาทผิดปกติจนเกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ ตามมา เช่น ตามัว หรือแขนขาอ่อนแรง

2. โรคปลอกประสาทอักเสบที่พบบ่อยที่สุดมีโรคอะไรบ้าง?

ตอบ: มี 2 โรคหลักๆ  คือ โรคเอ็มเอส (Multiple Sclerosis - MS) หรือโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และโรคเอ็นเอ็มโอ (Neuromyelitis Optica - NMO) หรือโรคนิวโรมัยอิลัยติสออฟติกา

3. โรค MS และ โรค NMO แตกต่างกันอย่างไร?

ตอบ: แตกต่างกันที่สาเหตุและกลไกการเกิดโรค โดย MS เกิดจากเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์เข้าไปทำลายปลอกประสาทโดยตรง ส่วน NMO เกิดจากร่างกายสร้างสารต่อต้านภูมิ (แอนติบอดี) ไปจับกับตัวรับสารบนผิวเซลล์ นอกจากนี้โรค NMO มักพบบ่อยในคนไทยและคนเอเชีย รวมถึงมีอาการทางไขสันหลังที่รุนแรงกว่าโรค MS

4: อาการเริ่มต้นของโรคปลอกประสาทอักเสบมีอะไรบ้าง?

ตอบ: อาการเด่นชัดแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ อาการทางตา (ตามัวลงเฉียบพลัน เจ็บเบ้าตาเวลาเยื้องตา), อาการทางไขสันหลัง (ชาตามตัว แขนขาอ่อนแรง ขับถ่ายผิดปกติ) และอาการทางสมอง (เห็นภาพซ้อน เดินเซ เกร็งกล้ามเนื้อแขนขาเป็นพัก ๆ)

5. ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นโรค MS และ NMO มากที่สุด?

ตอบ: ทั้งสองโรคพบบ่อยใน ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งโรค MS จะพบมากในช่วงอายุเฉลี่ย 20-40 ปี ส่วนโรค NMO พบได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่อายุเฉลี่ยที่พบบ่อยจะอยู่ที่ประมาณ 40 ปี

6. ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (MS) มีอะไรบ้าง?

ตอบ: ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พันธุกรรม, การติดเชื้อไวรัสบางชนิด (เช่น เชื้ออีบีวี - EBV), ระดับวิตามินดีในเลือดต่ำ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่

7. แพทย์ใช้วิธีใดในการตรวจวินิจฉัยแยกโรค MS และ NMO?

ตอบ: แพทย์จะใช้วิธีตรวจเพิ่มเติม 4 วิธีหลัก คือ การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI), การตรวจจอประสาทตาด้วยเครื่องมือพิเศษ, การตรวจเลือดหาแอนติบอดีจำเพาะ และการเจาะตรวจน้ำไขสันหลังเพื่อดูการอักเสบ

8. การรักษาโรคปลอกประสาทอักเสบในระยะกำเริบเฉียบพลันทำอย่างไร?

ตอบ: การรักษาหลักคือ การฉีดยาสเตียรอยด์ทางหลอดเลือดดำ 3-7 วัน ร่วมกับการกินยาสเตียรอยด์ต่ออีก 1-2 สัปดาห์ แต่ในรายที่เป็นโรค NMO แล้วอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาทำการเปลี่ยนถ่ายพลาสมา (Plasma Exchange) ร่วมด้วย

9. ทำไมผู้ป่วยโรค MS และ NMO ถึงต้องได้รับยาในระยะยาว?

ตอบ: เนื่องจากทั้งสองโรคนี้มีลักษณะรอยโรคที่สามารถกำเริบเป็นพัก ๆ ได้ การได้รับยาปรับภูมิคุ้มกันในระยะยาว (มีทั้งยากิน ยาฉีดใต้ผิวหนัง และยาฉีดทางหลอดเลือด) จะช่วยป้องกันและลดความถี่ในการกลับมาเป็นซ้ำ เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดความทุพพลภาพสะสม

10. โรคปลอกประสาทอักเสบสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

ตอบ: ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากยังไม่ทราบจุดกำเนิดโรคที่แน่ชัด แต่สามารถรักษาควบคุมเพื่อให้อาการสงบ ฟื้นฟูร่างกายด้วยการทำกายภาพบำบัด และใช้ยาเพื่อป้องกันไม่ให้โรคกลับมาเป็นซ้ำได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 2 โซน D

บทความที่เกี่ยวข้อง