เตรียมตัวอย่างไรก่อนตรวจสุขภาพและคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose CT scan
มะเร็งปอด เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั่วโลก ผู้ป่วยจำนวนมากมักได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลาม ส่งผลให้ทางเลือกในการรักษาและผลลัพธ์การรักษามีข้อจำกัดมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ย่อมเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดีและมีโอกาสหายขาดสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเชิงรุกในผู้ที่มีความเสี่ยงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ทำความรู้จักกับ Low-Dose CT scan หัวใจสำคัญของการคัดกรอง
การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้ปริมาณรังสีต่ำ (Low-Dose CT scan) เป็นวิธีการตรวจที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในการค้นหาความผิดปกติของปอดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งปอด เนื่องจากสามารถตรวจพบรอยโรคขนาดเล็กที่อาจยังไม่ก่อให้เกิดอาการได้ เมื่อเปรียบเทียบกับการเอกซเรย์ทรวงอกทั่วไป Low-Dose CT Scan มีข้อดีที่สำคัญ ได้แก่
- มีความไวในการตรวจพบความผิดปกติสูงกว่า สามารถตรวจพบก้อนเนื้อ ตุ่ม หรือจุดผิดปกติขนาดเล็กภายในปอด ที่การเอกซเรย์ทรวงอกทั่วไปอาจไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ช่วยเพิ่มโอกาสในการวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- ใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่าการตรวจ CT Scan มาตรฐาน จึงเหมาะสำหรับการตรวจคัดกรองในผู้ที่มีข้อบ่งชี้และอาจต้องติดตามผลเป็นระยะ
- ตรวจได้รวดเร็วและไม่ซับซ้อน ใช้เวลาในการตรวจไม่นาน ไม่ต้องฉีดสารทึบรังสีในกรณีตรวจคัดกรองทั่วไป จึงลดความเสี่ยงจากการใช้สารทึบรังสี เช่น ภาวะแพ้สารทึบรังสี หรือผลกระทบต่อการทำงานของไต
- ช่วยวางแผนการดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที หากพบความผิดปกติ แพทย์สามารถประเมินความจำเป็นในการตรวจเพิ่มเติม การติดตามผล หรือการรักษาได้อย่างเหมาะสมในระยะเวลาที่รวดเร็ว
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจ?
โปรแกรมตรวจสุขภาพและคัดกรองมะเร็งปอด ของโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด หรือผู้ที่ต้องการประเมินสุขภาพปอดเชิงป้องกัน โดยกลุ่มที่ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจ ได้แก่
- ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ
- ผู้ที่มีประวัติการสูบบุหรี่สะสมตั้งแต่ 20 แพ็ก-ปี (pack-year) ขึ้นไป โดย 1 แพ็ก-ปี หมายถึง การสูบบุหรี่เฉลี่ยวันละ 1 ซอง เป็นเวลา 1 ปี ดังนั้น 20 แพ็ก-ปี อาจเทียบได้กับการสูบวันละ 1 ซอง นาน 20 ปี หรือวันละ 2 ซอง นาน 10 ปี เป็นต้น โดยการสูบบุหรี่สะสมตั้งแต่ 20 แพ็ก-ปี ขึ้นไปก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อมะเร็งปอดมากกว่าคนทั่วไปถึง 10 เท่า
- ผู้ที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ หรือผู้ที่เคยสูบบุหรี่และเลิกสูบมาแล้วไม่เกิน 15 ปี แม้จะหยุดสูบแล้ว แต่ความเสี่ยงยังคงสูงกว่าผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ และต้องใช้เวลาหลายปีจึงจะค่อย ๆ ลดลง
- ผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น แต่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด เคยป่วยเป็นวัณโรค หรือโรคถุงลมโป่งพอง รวมถึงผู้ที่มีประวัติสัมผัสสารพิษในสิ่งแวดล้อมเป็นประจำ เช่น แร่ใยหิน (แอสเบสตอส) หรือฝุ่น PM 2.5 ตลอดจนผู้ที่ประสงค์เข้ารับการตรวจคัดกรอง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินความเสี่ยงและวางแผนการตรวจที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลได้
เตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจอย่างไร?
เพื่อให้การตรวจสุขภาพและการคัดกรองมะเร็งปอดเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมได้ผลการตรวจที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรเตรียมความพร้อมตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
1. ด้านร่างกาย
- งดอาหารและเครื่องดื่ม (ยกเว้นน้ำเปล่า) อย่างน้อย 8–10 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการตรวจเลือดร่วมด้วย เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด หรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่น ๆ เพื่อให้ผลตรวจมีความแม่นยำมากที่สุด
- สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ตามเหมาะสม เนื่องจากการดื่มน้ำในปริมาณพอเหมาะช่วยลดภาวะขาดน้ำ และเอื้อต่อการเจาะเลือดหรือการประเมินสุขภาพโดยรวม
- พักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนวันตรวจ ควรนอนหลับอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงการนอนดึก เพื่อช่วยให้ค่าทางสรีรวิทยาบางประการ เช่น ความดันโลหิต ชีพจร และระดับน้ำตาล อยู่ในภาวะใกล้เคียงปกติ
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ก่อนวันตรวจ เนื่องจากอาจส่งผลต่อผลตรวจบางรายการ รวมถึงการประเมินสุขภาพระบบทางเดินหายใจ
- หากมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาเป็นประจำ ควรแจ้งแพทย์หรือพยาบาลล่วงหน้า พร้อมนำรายชื่อยา ยาประจำตัว หรือเวชระเบียนที่เกี่ยวข้องมาด้วย และไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
- หากมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลันในวันนัดหมาย เช่น มีไข้ ไอมาก เหนื่อยหอบ หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการตรวจ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการเลื่อนนัดหรือปรับแผนการตรวจต่อไป
2. ด้านการเตรียมเอกสาร
- นำเอกสารแสดงตนมาด้วยในวันตรวจ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง (Passport) หรือเอกสารที่ทางโรงพยาบาลกำหนด เพื่อใช้ยืนยันตัวตนและลงทะเบียนรับบริการ
- เตรียมข้อมูลสิทธิการรักษาหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือรับรองบริษัท เอกสารประกันสุขภาพ หรือเอกสารเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล (หากมี) เพื่อความสะดวกในการดำเนินการ
- นำผลตรวจสุขภาพเดิมหรือผลตรวจทางรังสีวิทยามาด้วย เช่น รายงานผลตรวจสุขภาพประจำปี ภาพเอกซเรย์ทรวงอก หรือผล CT Scan เดิม เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบการประเมินและเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
- จัดเตรียมรายชื่อยาและประวัติการรักษาที่สำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรืออยู่ระหว่างการติดตามรักษา เพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินสุขภาพได้อย่างครบถ้วน
3. การแต่งกาย
- สวมเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายและสามารถถอดเปลี่ยนได้สะดวก เพื่อความคล่องตัวในการเตรียมตัวเข้ารับการตรวจ เนื่องจากอาจต้องเปลี่ยนเป็นชุดตรวจของโรงพยาบาล
- หลีกเลี่ยงการสวมเครื่องประดับหรืออุปกรณ์ที่เป็นโลหะ เช่น สร้อยคอ ต่างหู นาฬิกา หรือเข็มขัด เนื่องจากอาจรบกวนการตรวจทางรังสีวิทยา และควรถอดเก็บไว้ก่อนเข้ารับการตรวจ
หากต้องการตรวจอื่นเพิ่มเติม
หากต้องการตรวจสุขภาพรายการอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากโปรแกรมที่นัดหมายไว้ กรุณาแจ้งพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ในวันเข้ารับบริการ เพื่อให้สามารถประเมินความเหมาะสม จัดเตรียมการตรวจ และวางแผนการให้บริการได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ
แพ็กเกจตรวจสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) มีโปรแกรมตรวจสุขภาพและคัดกรองมะเร็งปอดให้เลือก 3 รูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ดังนี้
1. โปรแกรมตรวจสุขภาพพื้นฐาน (Low-Dose CT Standard Package)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ครอบคลุมการตรวจสุขภาพพื้นฐานและการคัดกรองมะเร็งปอด ได้แก่
- การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
- ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
- การทำงานของตับและไต
- การตรวจปัสสาวะ
- การตรวจกรดยูริก
- การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose CT Scan
- การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
- การตรวจร่างกายโดยแพทย์
- สมุดรายงานผลตรวจสุขภาพ และคูปองอาหาร
ค่าบริการ
- คนไทย 11,900 บาท
- ชาวต่างชาติ 15,200 บาท
2. โปรแกรมคัดกรองมะเร็งปอดพิเศษสำหรับผู้ชาย
เหมาะสำหรับผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเพิ่มการตรวจเฉพาะทางเพื่อประเมินสุขภาพอย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ได้แก่
- การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องทั้งหมด
- การตรวจอุจจาระ
- การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA)
ค่าบริการ
- คนไทย 18,000 บาท
- ชาวต่างชาติ 22,400 บาท
3. โปรแกรมคัดกรองมะเร็งปอดพิเศษสำหรับผู้หญิง
เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเพิ่มการตรวจเฉพาะทางด้านสุขภาพสตรี ได้แก่
- การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องทั้งหมด
- การตรวจอุจจาระ
- การตรวจแมมโมแกรมดิจิทัล (Digital Mammogram)
- การตรวจอัลตราซาวด์เต้านม
ค่าบริการ
- คนไทย 22,000 บาท
- ชาวต่างชาติ 26,900 บาท

หมายเหตุ: ผลตรวจคัดกรองมะเร็งปอด Low Dose CT จะได้รับการแจ้งผลตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคปอด
Q&A การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด (SiPH)
1. ทำไมจึงควรตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ทั้งที่ยังไม่มีอาการ?
ตอบ: มะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากจึงได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลามแล้ว การตรวจคัดกรองในผู้ที่มีความเสี่ยงช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเอื้อต่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหลักที่ควรเข้ารับการตรวจ?
ตอบ: กลุ่มที่ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจ ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่สะสมตั้งแต่ 20 แพ็ก-ปีขึ้นไป และผู้ที่เคยสูบบุหรี่แต่เลิกสูบมาแล้วภายในระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา รวมถึงผู้ที่กำลังสูบบุหรี่อยู่
3. หากไม่สูบบุหรี่เลย มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดและควรตรวจหรือไม่?
ตอบ: แม้ไม่เคยสูบบุหรี่ ก็ยังมีโอกาสเกิดมะเร็งปอดได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด เคยป่วยเป็นวัณโรคหรือโรคถุงลมโป่งพอง หรือมีประวัติสัมผัสมลภาวะทางอากาศ เช่น ฝุ่น PM 2.5 หรือสารพิษอย่างแร่ใยหินเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการตรวจคัดกรอง
4. การตรวจ Low-Dose CT scan (LDCT) แตกต่างจากการเอกซเรย์ปอดทั่วไปอย่างไร?
ตอบ: Low-Dose CT scan มีความไวในการตรวจพบความผิดปกติของปอดสูงกว่าการเอกซเรย์ทรวงอกทั่วไป สามารถตรวจพบก้อนหรือรอยโรคขนาดเล็กที่อาจมองไม่เห็นจากเอกซเรย์ธรรมดา อีกทั้งยังใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่าการตรวจ CT scan มาตรฐาน
5. การตรวจ Low-Dose CT scan ต้องฉีดสารทึบรังสีหรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose CT scan ไม่จำเป็นต้องฉีดสารทึบรังสี จึงสะดวก รวดเร็ว และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการใช้สารทึบรังสี
6. ก่อนเข้ารับการตรวจ ต้องงดน้ำงดอาหารหรือไม่?
ตอบ: หากโปรแกรมตรวจมีการเจาะเลือดร่วมด้วย ควรงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด ยกเว้นน้ำเปล่า อย่างน้อย 8–10 ชั่วโมงก่อนการตรวจ เพื่อให้ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการมีความแม่นยำ ทั้งนี้สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ตามเหมาะสม
7. มีโรคประจำตัวและต้องกินยาเป็นประจำ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรแจ้งแพทย์หรือพยาบาลให้ทราบล่วงหน้า พร้อมนำรายชื่อยาหรือยาประจำตัวมาด้วย และไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
8. แพ็กเกจตรวจสุขภาพพื้นฐาน (Standard Package) ครอบคลุมการตรวจอะไรบ้าง?
ตอบ: ครอบคลุมการตรวจสุขภาพพื้นฐาน ได้แก่ การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด การทำงานของตับและไต การตรวจปัสสาวะ กรดยูริก การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose CT scan
9. แพ็กเกจสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป (พิเศษชาย/หญิง) มีการตรวจอะไรที่เพิ่มขึ้นมา?
ตอบ: ทั้งสองโปรแกรมจะเพิ่มการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องทั้งหมดและการตรวจอุจจาระ โดยโปรแกรมสำหรับผู้ชายมีการตรวจสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) ส่วนโปรแกรมสำหรับผู้หญิงมีการตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์เต้านมเพิ่มเติม
10. ราคาแพ็กเกจสำหรับคนไทยเริ่มต้นที่เท่าไหร่?
ตอบ: ค่าบริการเริ่มต้นสำหรับคนไทยอยู่ที่ 11,900 บาท สำหรับแพ็กเกจตรวจสุขภาพพื้นฐาน (Standard Package) โปรแกรมพิเศษสำหรับผู้ชายราคา 18,000 บาท และโปรแกรมพิเศษสำหรับผู้หญิงราคา 22,000 บาท
ขอบคุณข้อมูลจาก รศ. นพ.ชัยเจริญ ตันธเนศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกตรวจสุขภาพ ชั้น 4 โซน E
บทความที่เกี่ยวข้อง
มะเร็งปอด เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั่วโลก ผู้ป่วยจำนวนมากมักได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลาม ส่งผลให้ทางเลือกในการรักษาและผลลัพธ์การรักษามีข้อจำกัดมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ย่อมเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดีและมีโอกาสหายขาดสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเชิงรุกในผู้ที่มีความเสี่ยงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ทำความรู้จักกับ Low-Dose CT scan หัวใจสำคัญของการคัดกรอง
การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้ปริมาณรังสีต่ำ (Low-Dose CT scan) เป็นวิธีการตรวจที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในการค้นหาความผิดปกติของปอดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งปอด เนื่องจากสามารถตรวจพบรอยโรคขนาดเล็กที่อาจยังไม่ก่อให้เกิดอาการได้ เมื่อเปรียบเทียบกับการเอกซเรย์ทรวงอกทั่วไป Low-Dose CT Scan มีข้อดีที่สำคัญ ได้แก่
- มีความไวในการตรวจพบความผิดปกติสูงกว่า สามารถตรวจพบก้อนเนื้อ ตุ่ม หรือจุดผิดปกติขนาดเล็กภายในปอด ที่การเอกซเรย์ทรวงอกทั่วไปอาจไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ช่วยเพิ่มโอกาสในการวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- ใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่าการตรวจ CT Scan มาตรฐาน จึงเหมาะสำหรับการตรวจคัดกรองในผู้ที่มีข้อบ่งชี้และอาจต้องติดตามผลเป็นระยะ
- ตรวจได้รวดเร็วและไม่ซับซ้อน ใช้เวลาในการตรวจไม่นาน ไม่ต้องฉีดสารทึบรังสีในกรณีตรวจคัดกรองทั่วไป จึงลดความเสี่ยงจากการใช้สารทึบรังสี เช่น ภาวะแพ้สารทึบรังสี หรือผลกระทบต่อการทำงานของไต
- ช่วยวางแผนการดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที หากพบความผิดปกติ แพทย์สามารถประเมินความจำเป็นในการตรวจเพิ่มเติม การติดตามผล หรือการรักษาได้อย่างเหมาะสมในระยะเวลาที่รวดเร็ว
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจ?
โปรแกรมตรวจสุขภาพและคัดกรองมะเร็งปอด ของโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด หรือผู้ที่ต้องการประเมินสุขภาพปอดเชิงป้องกัน โดยกลุ่มที่ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจ ได้แก่
- ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ
- ผู้ที่มีประวัติการสูบบุหรี่สะสมตั้งแต่ 20 แพ็ก-ปี (pack-year) ขึ้นไป โดย 1 แพ็ก-ปี หมายถึง การสูบบุหรี่เฉลี่ยวันละ 1 ซอง เป็นเวลา 1 ปี ดังนั้น 20 แพ็ก-ปี อาจเทียบได้กับการสูบวันละ 1 ซอง นาน 20 ปี หรือวันละ 2 ซอง นาน 10 ปี เป็นต้น โดยการสูบบุหรี่สะสมตั้งแต่ 20 แพ็ก-ปี ขึ้นไปก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อมะเร็งปอดมากกว่าคนทั่วไปถึง 10 เท่า
- ผู้ที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ หรือผู้ที่เคยสูบบุหรี่และเลิกสูบมาแล้วไม่เกิน 15 ปี แม้จะหยุดสูบแล้ว แต่ความเสี่ยงยังคงสูงกว่าผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ และต้องใช้เวลาหลายปีจึงจะค่อย ๆ ลดลง
- ผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น แต่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด เคยป่วยเป็นวัณโรค หรือโรคถุงลมโป่งพอง รวมถึงผู้ที่มีประวัติสัมผัสสารพิษในสิ่งแวดล้อมเป็นประจำ เช่น แร่ใยหิน (แอสเบสตอส) หรือฝุ่น PM 2.5 ตลอดจนผู้ที่ประสงค์เข้ารับการตรวจคัดกรอง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินความเสี่ยงและวางแผนการตรวจที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลได้
เตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจอย่างไร?
เพื่อให้การตรวจสุขภาพและการคัดกรองมะเร็งปอดเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมได้ผลการตรวจที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรเตรียมความพร้อมตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
1. ด้านร่างกาย
- งดอาหารและเครื่องดื่ม (ยกเว้นน้ำเปล่า) อย่างน้อย 8–10 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการตรวจเลือดร่วมด้วย เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด หรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่น ๆ เพื่อให้ผลตรวจมีความแม่นยำมากที่สุด
- สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ตามเหมาะสม เนื่องจากการดื่มน้ำในปริมาณพอเหมาะช่วยลดภาวะขาดน้ำ และเอื้อต่อการเจาะเลือดหรือการประเมินสุขภาพโดยรวม
- พักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนวันตรวจ ควรนอนหลับอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงการนอนดึก เพื่อช่วยให้ค่าทางสรีรวิทยาบางประการ เช่น ความดันโลหิต ชีพจร และระดับน้ำตาล อยู่ในภาวะใกล้เคียงปกติ
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ก่อนวันตรวจ เนื่องจากอาจส่งผลต่อผลตรวจบางรายการ รวมถึงการประเมินสุขภาพระบบทางเดินหายใจ
- หากมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาเป็นประจำ ควรแจ้งแพทย์หรือพยาบาลล่วงหน้า พร้อมนำรายชื่อยา ยาประจำตัว หรือเวชระเบียนที่เกี่ยวข้องมาด้วย และไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
- หากมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลันในวันนัดหมาย เช่น มีไข้ ไอมาก เหนื่อยหอบ หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการตรวจ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการเลื่อนนัดหรือปรับแผนการตรวจต่อไป
2. ด้านการเตรียมเอกสาร
- นำเอกสารแสดงตนมาด้วยในวันตรวจ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง (Passport) หรือเอกสารที่ทางโรงพยาบาลกำหนด เพื่อใช้ยืนยันตัวตนและลงทะเบียนรับบริการ
- เตรียมข้อมูลสิทธิการรักษาหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือรับรองบริษัท เอกสารประกันสุขภาพ หรือเอกสารเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล (หากมี) เพื่อความสะดวกในการดำเนินการ
- นำผลตรวจสุขภาพเดิมหรือผลตรวจทางรังสีวิทยามาด้วย เช่น รายงานผลตรวจสุขภาพประจำปี ภาพเอกซเรย์ทรวงอก หรือผล CT Scan เดิม เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบการประเมินและเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
- จัดเตรียมรายชื่อยาและประวัติการรักษาที่สำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรืออยู่ระหว่างการติดตามรักษา เพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินสุขภาพได้อย่างครบถ้วน
3. การแต่งกาย
- สวมเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายและสามารถถอดเปลี่ยนได้สะดวก เพื่อความคล่องตัวในการเตรียมตัวเข้ารับการตรวจ เนื่องจากอาจต้องเปลี่ยนเป็นชุดตรวจของโรงพยาบาล
- หลีกเลี่ยงการสวมเครื่องประดับหรืออุปกรณ์ที่เป็นโลหะ เช่น สร้อยคอ ต่างหู นาฬิกา หรือเข็มขัด เนื่องจากอาจรบกวนการตรวจทางรังสีวิทยา และควรถอดเก็บไว้ก่อนเข้ารับการตรวจ
หากต้องการตรวจอื่นเพิ่มเติม
หากต้องการตรวจสุขภาพรายการอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากโปรแกรมที่นัดหมายไว้ กรุณาแจ้งพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ในวันเข้ารับบริการ เพื่อให้สามารถประเมินความเหมาะสม จัดเตรียมการตรวจ และวางแผนการให้บริการได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ
แพ็กเกจตรวจสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) มีโปรแกรมตรวจสุขภาพและคัดกรองมะเร็งปอดให้เลือก 3 รูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ดังนี้
1. โปรแกรมตรวจสุขภาพพื้นฐาน (Low-Dose CT Standard Package)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ครอบคลุมการตรวจสุขภาพพื้นฐานและการคัดกรองมะเร็งปอด ได้แก่
- การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
- ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
- การทำงานของตับและไต
- การตรวจปัสสาวะ
- การตรวจกรดยูริก
- การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose CT Scan
- การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
- การตรวจร่างกายโดยแพทย์
- สมุดรายงานผลตรวจสุขภาพ และคูปองอาหาร
ค่าบริการ
- คนไทย 11,900 บาท
- ชาวต่างชาติ 15,200 บาท
2. โปรแกรมคัดกรองมะเร็งปอดพิเศษสำหรับผู้ชาย
เหมาะสำหรับผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเพิ่มการตรวจเฉพาะทางเพื่อประเมินสุขภาพอย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ได้แก่
- การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องทั้งหมด
- การตรวจอุจจาระ
- การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA)
ค่าบริการ
- คนไทย 18,000 บาท
- ชาวต่างชาติ 22,400 บาท
3. โปรแกรมคัดกรองมะเร็งปอดพิเศษสำหรับผู้หญิง
เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเพิ่มการตรวจเฉพาะทางด้านสุขภาพสตรี ได้แก่
- การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องทั้งหมด
- การตรวจอุจจาระ
- การตรวจแมมโมแกรมดิจิทัล (Digital Mammogram)
- การตรวจอัลตราซาวด์เต้านม
ค่าบริการ
- คนไทย 22,000 บาท
- ชาวต่างชาติ 26,900 บาท

หมายเหตุ: ผลตรวจคัดกรองมะเร็งปอด Low Dose CT จะได้รับการแจ้งผลตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคปอด
Q&A การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด (SiPH)
1. ทำไมจึงควรตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ทั้งที่ยังไม่มีอาการ?
ตอบ: มะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากจึงได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลามแล้ว การตรวจคัดกรองในผู้ที่มีความเสี่ยงช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเอื้อต่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหลักที่ควรเข้ารับการตรวจ?
ตอบ: กลุ่มที่ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจ ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่สะสมตั้งแต่ 20 แพ็ก-ปีขึ้นไป และผู้ที่เคยสูบบุหรี่แต่เลิกสูบมาแล้วภายในระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา รวมถึงผู้ที่กำลังสูบบุหรี่อยู่
3. หากไม่สูบบุหรี่เลย มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดและควรตรวจหรือไม่?
ตอบ: แม้ไม่เคยสูบบุหรี่ ก็ยังมีโอกาสเกิดมะเร็งปอดได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด เคยป่วยเป็นวัณโรคหรือโรคถุงลมโป่งพอง หรือมีประวัติสัมผัสมลภาวะทางอากาศ เช่น ฝุ่น PM 2.5 หรือสารพิษอย่างแร่ใยหินเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการตรวจคัดกรอง
4. การตรวจ Low-Dose CT scan (LDCT) แตกต่างจากการเอกซเรย์ปอดทั่วไปอย่างไร?
ตอบ: Low-Dose CT scan มีความไวในการตรวจพบความผิดปกติของปอดสูงกว่าการเอกซเรย์ทรวงอกทั่วไป สามารถตรวจพบก้อนหรือรอยโรคขนาดเล็กที่อาจมองไม่เห็นจากเอกซเรย์ธรรมดา อีกทั้งยังใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่าการตรวจ CT scan มาตรฐาน
5. การตรวจ Low-Dose CT scan ต้องฉีดสารทึบรังสีหรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose CT scan ไม่จำเป็นต้องฉีดสารทึบรังสี จึงสะดวก รวดเร็ว และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการใช้สารทึบรังสี
6. ก่อนเข้ารับการตรวจ ต้องงดน้ำงดอาหารหรือไม่?
ตอบ: หากโปรแกรมตรวจมีการเจาะเลือดร่วมด้วย ควรงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด ยกเว้นน้ำเปล่า อย่างน้อย 8–10 ชั่วโมงก่อนการตรวจ เพื่อให้ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการมีความแม่นยำ ทั้งนี้สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ตามเหมาะสม
7. มีโรคประจำตัวและต้องกินยาเป็นประจำ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรแจ้งแพทย์หรือพยาบาลให้ทราบล่วงหน้า พร้อมนำรายชื่อยาหรือยาประจำตัวมาด้วย และไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
8. แพ็กเกจตรวจสุขภาพพื้นฐาน (Standard Package) ครอบคลุมการตรวจอะไรบ้าง?
ตอบ: ครอบคลุมการตรวจสุขภาพพื้นฐาน ได้แก่ การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด การทำงานของตับและไต การตรวจปัสสาวะ กรดยูริก การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose CT scan
9. แพ็กเกจสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป (พิเศษชาย/หญิง) มีการตรวจอะไรที่เพิ่มขึ้นมา?
ตอบ: ทั้งสองโปรแกรมจะเพิ่มการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องทั้งหมดและการตรวจอุจจาระ โดยโปรแกรมสำหรับผู้ชายมีการตรวจสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) ส่วนโปรแกรมสำหรับผู้หญิงมีการตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์เต้านมเพิ่มเติม
10. ราคาแพ็กเกจสำหรับคนไทยเริ่มต้นที่เท่าไหร่?
ตอบ: ค่าบริการเริ่มต้นสำหรับคนไทยอยู่ที่ 11,900 บาท สำหรับแพ็กเกจตรวจสุขภาพพื้นฐาน (Standard Package) โปรแกรมพิเศษสำหรับผู้ชายราคา 18,000 บาท และโปรแกรมพิเศษสำหรับผู้หญิงราคา 22,000 บาท
ขอบคุณข้อมูลจาก รศ. นพ.ชัยเจริญ ตันธเนศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกตรวจสุขภาพ ชั้น 4 โซน E
บทความที่เกี่ยวข้อง


