logo
รู้ทันสัญญาณผิดปกติหัวใจด้วย Event Recorder (เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจพกพา)

รู้ทันสัญญาณผิดปกติหัวใจด้วย Event Recorder (เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจพกพา)

Event Recorder คืออะไร และช่วยวินิจฉัยโรคอะไรได้บ้าง?

เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เช็กสัญญาณหัวใจผิดปกติ (Cardiac event recorder) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการแพทย์ระบบทางไกล (Tele medicine) โดยทำการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจลงบนอุปกรณ์บันทึกที่สามารถพกพาได้ คลื่นไฟฟ้าหัวใจจะถูกบันทึกและส่งผ่านทางโทรศัพท์ไปยังศูนย์รับข้อมูลได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ทั้งนี้ ผู้ป่วยจะได้รับการอ่านคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อวินิจฉัย พร้อมลดระยะเวลาและเพิ่มความสะดวกในการติดต่อกับแพทย์ผู้รักษาได้มากขึ้น

Event Recorder มีกี่ชนิด?

  1. แบบที่สามารถบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้อัตโนมัติ
  2. แบบที่ผู้ป่วยต้องกดบันทึกด้วยตัวเอง เมื่อผู้ป่วยต้องการส่งข้อมูลที่บันทึกไว้ในเครื่อง สามารถส่งข้อมูลมายังศูนย์เพื่อทำการแปลผลได้

เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบพกพามีประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการวินิจฉัยจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ ซึ่งมักไม่เกิดขึ้นบ่อยหรือมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ การเต้นของหัวใจที่ผิดปกติในระยะแรกอาจพบนาน ๆ ครั้ง แต่ผู้ป่วยเองสามารถรู้สึกได้ จึงทำให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจวินิจฉัยได้รวดเร็วและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

เครื่อง Event Recorder มีประโยชน์อย่างไร? 

การเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ ซึ่งเรียกว่า ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmias) ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของความเร็วหรือรูปแบบจังหวะการเต้นของหัวใจ เช่น ขณะเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจอาจเต้นเร็วผิดปกติ (Tachycardia) หรือเต้นช้ากว่าปกติ (Bradycardia) รวมถึงจังหวะการเต้นที่ไม่สม่ำเสมอ (Irregular) 

แพทย์สามารถให้การวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้จากการตรวจดูคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจมักจะทำการตรวจและบันทึกโดยการตรวจกราฟไฟฟ้าหัวใจที่สถานพยาบาลโดยปกตินั้น การเต้นของหัวใจที่ผิดปกติมักไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ไปตรวจกับแพทย์ บ่อยครั้งที่ความผิดปกติของการเต้นหัวใจมักเกิดในระยะเวลาอันสั้น (น้อยกว่า 1 นาที) ทำให้ไม่สามารถตรวจจับความผิดปกติได้ทันที

ดังนั้น เมื่อแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยจะมีการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะและผู้ป่วยเองก็มีอาการผิดปกติร่วมด้วย จึงจำเป็นที่จะต้องพยายามบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจในระหว่างการดำเนินชีวิตประจำวันด้วยเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิดพกพา ซึ่งจะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ในทันทีที่รู้สึกมีอาการผิดปกติ

ความแตกต่างระหว่าง Event Recorder กับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจทั่วไป (EKG)

  1. เครื่องนี้เป็นเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจขนาดเล็กประมาณครึ่งหนึ่งของเครื่องโทรศัพท์มือถือ โดยจะทำหน้าที่บันทึกข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจเมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ จัดเก็บไว้ในหน่วยความจำ และสามารถส่งต่อข้อมูลผ่านสัญญาณโทรศัพท์ไปยังศูนย์รับข้อมูล เพื่อเก็บข้อมูลและทำการพิมพ์ลงในกระดาษเก็บไว้ในเวชระเบียนได้ หรือสามารถที่จะนำเครื่องมือนี้มาส่งให้เจ้าหน้าที่เพื่อดึงข้อมูลออกจากเครื่องได้ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าปกติที่จะต้องมาทำการตรวจที่โรงพยาบาล ซึ่งในหลายครั้งผู้ป่วยไม่ได้มีอาการขณะทำ มีผลทำให้ไม่สามารถจับตัวก่อเหตุที่ทำให้เกิดการเต้นผิดจังหวะ หรือตัวที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการได้
  2. อุปกรณ์ชิ้นนี้สามารถที่จะช่วยแพทย์ประเมินอาการและอาการแสดงต่างๆที่ผู้ป่วยแจ้ง เช่น เวียนศีรษะ ใจสั่น หน้ามืด หรือเมื่อมีอาการเจ็บ ว่ามีความสัมพันธ์กับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติหรือไม่อย่างไร โดยเมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ ผู้ป่วยสามารถที่จะกดปุ่มเพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ทันที
  3. ในกรณีที่เป็นการบันทึกอัตโนมัติ เครื่องเหล่านี้จะสามารถบันทึกได้เมื่อมีหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เข้าได้กับที่เครื่องตั้งโปรแกรมไว้ หรือบันทึกเพิ่มเมื่อมีการกดแจ้ง โดยที่จะบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจทั้งก่อนและหลังการกดแจ้งอาการผิดปกติได้ ส่วนเครื่องที่ไม่ใช่อัตโนมัติ จะสามารถบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้เฉพาะเมื่อกดเครื่องและทำการแนบกับหน้าอกเพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ณ ช่วงขณะนั้นเท่านั้น
  4. การใช้อุปกรณ์กลุ่มนี้ ผู้ป่วยจำเป็นต้องทำความเข้าใจการใช้ปุ่มต่าง ๆ บนตัวเครื่อง รวมถึงขั้นตอนการบันทึกและส่งคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งผู้ป่วยสามารถบันทึกอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น ร่วมกับคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะที่รู้สึกผิดปกติได้มากเท่าที่เกิดอาการ

เครื่อง Event recorder ช่วยคุณได้อย่างไรบ้าง?

  1. ติดตามและบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจกรณีหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmias) หรือใจสั่น (Evaluation of palpitation)
  2. ติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจในกรณีหลังทำหัตถการทางหัวใจ เช่น ผ่าตัด Coronary Artery Bypass Graft (CABG) หรือกรณีการทำหัตถการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน (Coronary angioplasty)

วิธีการบันทึกข้อมูลแบบชนิดที่ต้องกดบันทึกด้วยตัวเอง

  1. เมื่อมีอาการให้นำตัวเครื่องวางบริเวณหน้าอก โดยที่ Electrode ทั้ง 4 จุด สัมผัสกับผิวหนังบริเวณนั้น
  2. กดปุ่ม EVENT
  3. เมื่อกดปุ่ม EVENT จะมีเสียงสัญญาณดังขึ้น พยายามถือเครื่องให้นิ่งจนกระทั่งเสียงหยุดดังประมาณ 30 วินาที
  4. เมื่อเสียงหยุดดัง ให้นำเครื่องออกจากหน้าอก

Q&A เกี่ยวกับ Event Recorder

1. Event Recorder คืออะไร?

ตอบ: เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดพกพาสำหรับบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจระยะไกล (Telemedicine) ช่วยให้ผู้ป่วยบันทึกข้อมูลช่วงที่มีอาการผิดปกติแล้วส่งผ่านโทรศัพท์ไปยังแพทย์ได้ทันที

2. อาการแบบไหนที่ควรใช้ Event Recorder?

ตอบ: เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะแบบเป็น ๆ หาย ๆ หรือมีอาการวูบ หน้ามืด เวียนศีรษะ โดยหาสาเหตุไม่ชัดเจน

3. Event Recorder มีกี่ชนิด อะไรบ้าง?

ตอบ: มี 2 ชนิดหลัก คือ ชนิดบันทึกอัตโนมัติเมื่อหัวใจเต้นผิดจังหวะตามเกณฑ์ และชนิดที่ผู้ป่วยต้องกดปุ่มบันทึกด้วยตนเองขณะเกิดอาการ

4. Event Recorder แตกต่างจากการตรวจ EKG ทั่วไปอย่างไร?

ตอบ: EKG ปกติทำที่โรงพยาบาลระยะเวลาสั้นมักจับอาการไม่ได้ แต่ Event Recorder ให้ผู้ป่วยพกพาและกดบันทึกหรือบันทึกอัตโนมัติขณะเกิดอาการจริงในชีวิตประจำวันได้

5. วิธีใช้งานเครื่อง Event Recorder แบบกดบันทึกทำอย่างไร?

ตอบ: นำเครื่องวางทาบที่หน้าอกให้ Electrode ทั้ง 4 จุดสัมผัสผิวหนัง กดปุ่ม Event และถือให้นิ่งประมาณ 30 วินาทีจนเสียงสัญญาณหยุดดัง

6. เครื่อง Event Recorder ช่วยวินิจฉัยโรคอะไรได้บ้าง?

ตอบ: ช่วยวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmias) รวมถึงประเมินความสัมพันธ์ระหว่างอาการใจสั่น เวียนศีรษะ กับการทำงานของหัวใจ

7. เครื่อง Event Recorder บันทึกข้อมูลส่งแพทย์ได้อย่างไร?

ตอบ: บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในหน่วยความจำของเครื่อง แล้วส่งผ่านสัญญาณโทรศัพท์หรือนำเครื่องส่งให้เจ้าหน้าที่ศูนย์รับข้อมูลเพื่อแปลผล

8. การใช้ Event Recorder มีประโยชน์อย่างไรหลังทำหัตถการหัวใจ?

ตอบ: ใช้ติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจในผู้ป่วยหลังผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ (CABG) หรือหลังการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน (Coronary Angioplasty)

9. ขนาดและลักษณะของเครื่อง Event Recorder เป็นอย่างไร?

ตอบ: มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา ประมาณครึ่งหนึ่งของโทรศัพท์มือถือ สะดวกต่อการพกพาในชีวิตประจำวัน

ขอบคุณข้อมูลจาก รศ. พญ.อริศรา สุวรรณกูล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หัวใจ ชั้น 4 โซน C

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 Event Recorder คืออะไร และช่วยวินิจฉัยโรคอะไรได้บ้าง?

เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เช็กสัญญาณหัวใจผิดปกติ (Cardiac event recorder) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการแพทย์ระบบทางไกล (Tele medicine) โดยทำการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจลงบนอุปกรณ์บันทึกที่สามารถพกพาได้ คลื่นไฟฟ้าหัวใจจะถูกบันทึกและส่งผ่านทางโทรศัพท์ไปยังศูนย์รับข้อมูลได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ทั้งนี้ ผู้ป่วยจะได้รับการอ่านคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อวินิจฉัย พร้อมลดระยะเวลาและเพิ่มความสะดวกในการติดต่อกับแพทย์ผู้รักษาได้มากขึ้น

Event Recorder มีกี่ชนิด?

  1. แบบที่สามารถบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้อัตโนมัติ
  2. แบบที่ผู้ป่วยต้องกดบันทึกด้วยตัวเอง เมื่อผู้ป่วยต้องการส่งข้อมูลที่บันทึกไว้ในเครื่อง สามารถส่งข้อมูลมายังศูนย์เพื่อทำการแปลผลได้

เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบพกพามีประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการวินิจฉัยจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ ซึ่งมักไม่เกิดขึ้นบ่อยหรือมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ การเต้นของหัวใจที่ผิดปกติในระยะแรกอาจพบนาน ๆ ครั้ง แต่ผู้ป่วยเองสามารถรู้สึกได้ จึงทำให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจวินิจฉัยได้รวดเร็วและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

เครื่อง Event Recorder มีประโยชน์อย่างไร? 

การเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ ซึ่งเรียกว่า ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmias) ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของความเร็วหรือรูปแบบจังหวะการเต้นของหัวใจ เช่น ขณะเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจอาจเต้นเร็วผิดปกติ (Tachycardia) หรือเต้นช้ากว่าปกติ (Bradycardia) รวมถึงจังหวะการเต้นที่ไม่สม่ำเสมอ (Irregular) 

แพทย์สามารถให้การวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้จากการตรวจดูคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจมักจะทำการตรวจและบันทึกโดยการตรวจกราฟไฟฟ้าหัวใจที่สถานพยาบาลโดยปกตินั้น การเต้นของหัวใจที่ผิดปกติมักไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ไปตรวจกับแพทย์ บ่อยครั้งที่ความผิดปกติของการเต้นหัวใจมักเกิดในระยะเวลาอันสั้น (น้อยกว่า 1 นาที) ทำให้ไม่สามารถตรวจจับความผิดปกติได้ทันที

ดังนั้น เมื่อแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยจะมีการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะและผู้ป่วยเองก็มีอาการผิดปกติร่วมด้วย จึงจำเป็นที่จะต้องพยายามบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจในระหว่างการดำเนินชีวิตประจำวันด้วยเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิดพกพา ซึ่งจะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ในทันทีที่รู้สึกมีอาการผิดปกติ

ความแตกต่างระหว่าง Event Recorder กับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจทั่วไป (EKG)

  1. เครื่องนี้เป็นเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจขนาดเล็กประมาณครึ่งหนึ่งของเครื่องโทรศัพท์มือถือ โดยจะทำหน้าที่บันทึกข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจเมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ จัดเก็บไว้ในหน่วยความจำ และสามารถส่งต่อข้อมูลผ่านสัญญาณโทรศัพท์ไปยังศูนย์รับข้อมูล เพื่อเก็บข้อมูลและทำการพิมพ์ลงในกระดาษเก็บไว้ในเวชระเบียนได้ หรือสามารถที่จะนำเครื่องมือนี้มาส่งให้เจ้าหน้าที่เพื่อดึงข้อมูลออกจากเครื่องได้ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าปกติที่จะต้องมาทำการตรวจที่โรงพยาบาล ซึ่งในหลายครั้งผู้ป่วยไม่ได้มีอาการขณะทำ มีผลทำให้ไม่สามารถจับตัวก่อเหตุที่ทำให้เกิดการเต้นผิดจังหวะ หรือตัวที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการได้
  2. อุปกรณ์ชิ้นนี้สามารถที่จะช่วยแพทย์ประเมินอาการและอาการแสดงต่างๆที่ผู้ป่วยแจ้ง เช่น เวียนศีรษะ ใจสั่น หน้ามืด หรือเมื่อมีอาการเจ็บ ว่ามีความสัมพันธ์กับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติหรือไม่อย่างไร โดยเมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ ผู้ป่วยสามารถที่จะกดปุ่มเพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ทันที
  3. ในกรณีที่เป็นการบันทึกอัตโนมัติ เครื่องเหล่านี้จะสามารถบันทึกได้เมื่อมีหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เข้าได้กับที่เครื่องตั้งโปรแกรมไว้ หรือบันทึกเพิ่มเมื่อมีการกดแจ้ง โดยที่จะบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจทั้งก่อนและหลังการกดแจ้งอาการผิดปกติได้ ส่วนเครื่องที่ไม่ใช่อัตโนมัติ จะสามารถบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้เฉพาะเมื่อกดเครื่องและทำการแนบกับหน้าอกเพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ณ ช่วงขณะนั้นเท่านั้น
  4. การใช้อุปกรณ์กลุ่มนี้ ผู้ป่วยจำเป็นต้องทำความเข้าใจการใช้ปุ่มต่าง ๆ บนตัวเครื่อง รวมถึงขั้นตอนการบันทึกและส่งคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งผู้ป่วยสามารถบันทึกอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น ร่วมกับคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะที่รู้สึกผิดปกติได้มากเท่าที่เกิดอาการ

เครื่อง Event recorder ช่วยคุณได้อย่างไรบ้าง?

  1. ติดตามและบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจกรณีหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmias) หรือใจสั่น (Evaluation of palpitation)
  2. ติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจในกรณีหลังทำหัตถการทางหัวใจ เช่น ผ่าตัด Coronary Artery Bypass Graft (CABG) หรือกรณีการทำหัตถการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน (Coronary angioplasty)

วิธีการบันทึกข้อมูลแบบชนิดที่ต้องกดบันทึกด้วยตัวเอง

  1. เมื่อมีอาการให้นำตัวเครื่องวางบริเวณหน้าอก โดยที่ Electrode ทั้ง 4 จุด สัมผัสกับผิวหนังบริเวณนั้น
  2. กดปุ่ม EVENT
  3. เมื่อกดปุ่ม EVENT จะมีเสียงสัญญาณดังขึ้น พยายามถือเครื่องให้นิ่งจนกระทั่งเสียงหยุดดังประมาณ 30 วินาที
  4. เมื่อเสียงหยุดดัง ให้นำเครื่องออกจากหน้าอก

Q&A เกี่ยวกับ Event Recorder

1. Event Recorder คืออะไร?

ตอบ: เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดพกพาสำหรับบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจระยะไกล (Telemedicine) ช่วยให้ผู้ป่วยบันทึกข้อมูลช่วงที่มีอาการผิดปกติแล้วส่งผ่านโทรศัพท์ไปยังแพทย์ได้ทันที

2. อาการแบบไหนที่ควรใช้ Event Recorder?

ตอบ: เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะแบบเป็น ๆ หาย ๆ หรือมีอาการวูบ หน้ามืด เวียนศีรษะ โดยหาสาเหตุไม่ชัดเจน

3. Event Recorder มีกี่ชนิด อะไรบ้าง?

ตอบ: มี 2 ชนิดหลัก คือ ชนิดบันทึกอัตโนมัติเมื่อหัวใจเต้นผิดจังหวะตามเกณฑ์ และชนิดที่ผู้ป่วยต้องกดปุ่มบันทึกด้วยตนเองขณะเกิดอาการ

4. Event Recorder แตกต่างจากการตรวจ EKG ทั่วไปอย่างไร?

ตอบ: EKG ปกติทำที่โรงพยาบาลระยะเวลาสั้นมักจับอาการไม่ได้ แต่ Event Recorder ให้ผู้ป่วยพกพาและกดบันทึกหรือบันทึกอัตโนมัติขณะเกิดอาการจริงในชีวิตประจำวันได้

5. วิธีใช้งานเครื่อง Event Recorder แบบกดบันทึกทำอย่างไร?

ตอบ: นำเครื่องวางทาบที่หน้าอกให้ Electrode ทั้ง 4 จุดสัมผัสผิวหนัง กดปุ่ม Event และถือให้นิ่งประมาณ 30 วินาทีจนเสียงสัญญาณหยุดดัง

6. เครื่อง Event Recorder ช่วยวินิจฉัยโรคอะไรได้บ้าง?

ตอบ: ช่วยวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmias) รวมถึงประเมินความสัมพันธ์ระหว่างอาการใจสั่น เวียนศีรษะ กับการทำงานของหัวใจ

7. เครื่อง Event Recorder บันทึกข้อมูลส่งแพทย์ได้อย่างไร?

ตอบ: บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในหน่วยความจำของเครื่อง แล้วส่งผ่านสัญญาณโทรศัพท์หรือนำเครื่องส่งให้เจ้าหน้าที่ศูนย์รับข้อมูลเพื่อแปลผล

8. การใช้ Event Recorder มีประโยชน์อย่างไรหลังทำหัตถการหัวใจ?

ตอบ: ใช้ติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจในผู้ป่วยหลังผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ (CABG) หรือหลังการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน (Coronary Angioplasty)

9. ขนาดและลักษณะของเครื่อง Event Recorder เป็นอย่างไร?

ตอบ: มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา ประมาณครึ่งหนึ่งของโทรศัพท์มือถือ สะดวกต่อการพกพาในชีวิตประจำวัน

ขอบคุณข้อมูลจาก รศ. พญ.อริศรา สุวรรณกูล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หัวใจ ชั้น 4 โซน C

บทความที่เกี่ยวข้อง