เทคนิคออกกำลังกายสำหรับผู้เป็นโรคหัวใจ ปลอดภัยและถูกวิธี
รูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะกับโรคหัวใจ
คือ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหรือแอโรบิค (Cardio or Aerobic Exercise) เป็นการออกกำลังกายที่ใช้ออกซิเจนในกระบวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ทำให้ระบบการหายใจถูกกระตุ้นให้ทำงานเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นการบีบตัวของหัวใจจะแรงและเร็วขึ้น หลอดเลือดในร่างกายจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเพื่อให้ออกซิเจนในเลือดที่ได้รับมาจากระบบการหายใจถูกส่งไปยังเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประโยชน์ของการออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคหัวใจ
- เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจ และกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ
- เพิ่มความสามารถของระบบไหลเวียนโลหิต
- ลดอัตราการเสียชีวิต
- ลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
- ลดความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดผิดปกติ
- ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง
- เพิ่มคุณภาพชีวิต
- ส่งเสริมสุขภาพจิตให้ดีขึ้น
- ช่วยลดน้ำหนัก
- กระตุ้นการทำงานของเซลล์กระดูก และลดการสลายของมวลกระดูก

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เริ่มต้นออกกำลังกาย
ผู้ป่วยโรคหัวใจที่เริ่มต้นการออกกำลังกายควรอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสมรรถนภาพร่างกาย ภาวะแทรกซ้อน การเฝ้าระวังและการติดตามความผิดปกติจากการทำงานของหัวใจ รวมถึงการแนะนำในการสังเกตอาการ หรือสัญญาณความผิดปกติต่าง ๆ ก่อน ขณะ และหลังออกกำลังกาย ซึ่งหลังจากเฝ้าติดตามแล้วหากไม่มีความเสี่ยงรุนแรงแพทย์จะอนุญาตให้ออกกำลังกายที่บ้านด้วยตัวเองได้ และมาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อประเมินผลจากการออกกำลังกาย
- ระยะในการอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกาย 10 – 15 นาที
- ระยะเวลาในการออกกำลังกาย 20 – 30 นาที
- ระยะเวลาในการคูลดาวน์หลังออกกำลังกาย 10 – 15 นาที
- ความถี่ในการออกกำลังกาย แนะนำให้ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 – 5 ครั้ง
- ความหนักของการออกกำลังกายให้พิจารณาเป็นรายบุคคล ในการกำหนดความหนักของการออกกำลังกายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้กำหนดโดยมีการทดสอบทั้งก่อน ขณะ หรือหลังออกกำลังกาย เพื่อหาความเหมาะสมสำหรับผู้ป่วย โดยความหนักของการออกกำลังกายจะอยู่ที่ร้อยละ 50 – 80 ของอัตราการเต้นหัวใจที่กำหนด
ข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่ต้องออกกำลังกาย
- ไม่ควรออกกำลังกายขณะท้องว่าง และก่อนออกกำลังกาย ควรเว้นระยะห่างจากการรับประทานอาหารมื้อใหญ่อย่างน้อย 1 ชั่วโมง
- ควรออกกำลังกายในที่ร่มเมื่อช่วงเวลาที่ออกกำลังกายมีสภาพอากาศร้อน หรือหนาวจัด
- ห้ามกลั้นหายใจขณะออกกำลังกาย ในระหว่างออกกำลังกายพยายามหายใจให้ปกติ ควรสังเกตการหายใจไม่ให้ติดขัด และสามารถพูดคุยได้โดยไม่หอบเหนื่อย
- ควรอบอุ่นร่างกาย และมีการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง
- ในการออกกำลังกายควรสวมใส่เสื้อผ้าโปร่ง สบาย ไม่หนาจนเกินไป
- ควรออกกำลังกายในช่วงเวลาเดียวกันในทุกวัน
- อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ ก่อนออกกำลังกายควรดื่มน้ำประมาณ 1 แก้ว
- การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องออกแรงมากเกินไป แต่ควรเน้นที่ระยะเวลาในการออกกำลังกายที่เหมาะสม
- ไม่ออกกำลังกายหากรู้สึกไม่สบาย
- ไม่ควรออกกำลังกาย หรือหยุดออกกำลังกายทันที แต่ให้ค่อย ๆ หยุดออกกำลังกายช้า ๆ เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้ เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย เหนื่อยผิดปกติ
Q&A เกี่ยวกับการออกกำลังกายในผู้เป็นโรคหัวใจ
1. คนเป็นโรคหัวใจ ออกกำลังกายได้หรือไม่?
ตอบ: ออกกำลังกายได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำและการประเมินความพร้อมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันภาวะแทรกซ้อน
2. รูปแบบการออกกำลังกายใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ?
ตอบ: การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหรือแอโรบิค (Cardio or Aerobic Exercise) เช่น การเดินเร็วหรือปั่นจักรยาน ที่ช่วยกระตุ้นหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต
3. ระยะเวลาที่เหมาะสมในการออกกำลังกายแต่ละครั้งสำหรับคนเป็นโรคหัวใจคือเท่าไหร่?
ตอบ: ใช้เวลาออกกำลังกายครั้งละ 20–30 นาที โดยควรมีเวลาอบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 10–15 นาที และคูลดาวน์ (Cool-down) อีก 10–15 นาที
4. ผู้ป่วยโรคหัวใจควรออกกำลังกายบ่อยแค่ไหนในหนึ่งสัปดาห์?
ตอบ: แนะนำให้ออกกำลังกายด้วยความถี่สัปดาห์ละ 3–5 ครั้ง
5. ความหนักในการออกกำลังกายของโรคหัวใจควรอยู่ที่ระดับใด?
ตอบ: ความหนักจะอยู่ที่ร้อยละ 50–80 ของอัตราการเต้นของหัวใจที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกำหนดเป็นรายบุคคลผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
6. ข้อควรระวังก่อนเริ่มออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจมีอะไรบ้าง?
ตอบ: ไม่ควรออกกำลังกายขณะท้องว่าง ควรงดอาหารมื้อใหญ่อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย ดื่มน้ำ 1 แก้ว และสวมใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย
7. ขณะออกกำลังกาย ผู้ป่วยโรคหัวใจห้ามทำพฤติกรรมใดเด็ดขาด?
ตอบ: ห้ามกลั้นหายใจเด็ดขาด ต้องหายใจให้เป็นปกติ สามารถพูดคุยได้โดยไม่หอบเหนื่อย และไม่ควรออกแรงหนักเกินไป
8. อาการเตือนภัยแบบไหนที่ควรหยุดออกกำลังกายทันที?
ตอบ: หากมีอาการเจ็บหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หรือเหนื่อยผิดปกติ ให้ค่อย ๆ ชะลอและหยุดออกกำลังกายทันที
9. สามารถปรึกษาเรื่องการออกกำลังกายสำหรับโรคหัวใจได้ที่ไหน?
ตอบ: สามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกฟื้นฟูหัวใจ ชั้น 4 โซน C ของโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
10. ทำไมผู้ป่วยโรคหัวใจจึงไม่ควรหยุดออกกำลังกายแบบกะทันหัน?
ตอบ: การหยุดออกกำลังกายทันทีอาจทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตปรับตัวไม่ทัน จึงควรใช้วิธีคูลดาวน์ค่อย ๆ ลดความเร็วลงทีละน้อยก่อนหยุดพัก
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกฟื้นฟูหัวใจ ชั้น 4 โซน C
บทความที่เกี่ยวข้อง
รูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะกับโรคหัวใจ
คือ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหรือแอโรบิค (Cardio or Aerobic Exercise) เป็นการออกกำลังกายที่ใช้ออกซิเจนในกระบวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ทำให้ระบบการหายใจถูกกระตุ้นให้ทำงานเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นการบีบตัวของหัวใจจะแรงและเร็วขึ้น หลอดเลือดในร่างกายจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเพื่อให้ออกซิเจนในเลือดที่ได้รับมาจากระบบการหายใจถูกส่งไปยังเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประโยชน์ของการออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคหัวใจ
- เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจ และกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ
- เพิ่มความสามารถของระบบไหลเวียนโลหิต
- ลดอัตราการเสียชีวิต
- ลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
- ลดความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดผิดปกติ
- ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง
- เพิ่มคุณภาพชีวิต
- ส่งเสริมสุขภาพจิตให้ดีขึ้น
- ช่วยลดน้ำหนัก
- กระตุ้นการทำงานของเซลล์กระดูก และลดการสลายของมวลกระดูก

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เริ่มต้นออกกำลังกาย
ผู้ป่วยโรคหัวใจที่เริ่มต้นการออกกำลังกายควรอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสมรรถนภาพร่างกาย ภาวะแทรกซ้อน การเฝ้าระวังและการติดตามความผิดปกติจากการทำงานของหัวใจ รวมถึงการแนะนำในการสังเกตอาการ หรือสัญญาณความผิดปกติต่าง ๆ ก่อน ขณะ และหลังออกกำลังกาย ซึ่งหลังจากเฝ้าติดตามแล้วหากไม่มีความเสี่ยงรุนแรงแพทย์จะอนุญาตให้ออกกำลังกายที่บ้านด้วยตัวเองได้ และมาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อประเมินผลจากการออกกำลังกาย
- ระยะในการอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกาย 10 – 15 นาที
- ระยะเวลาในการออกกำลังกาย 20 – 30 นาที
- ระยะเวลาในการคูลดาวน์หลังออกกำลังกาย 10 – 15 นาที
- ความถี่ในการออกกำลังกาย แนะนำให้ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 – 5 ครั้ง
- ความหนักของการออกกำลังกายให้พิจารณาเป็นรายบุคคล ในการกำหนดความหนักของการออกกำลังกายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้กำหนดโดยมีการทดสอบทั้งก่อน ขณะ หรือหลังออกกำลังกาย เพื่อหาความเหมาะสมสำหรับผู้ป่วย โดยความหนักของการออกกำลังกายจะอยู่ที่ร้อยละ 50 – 80 ของอัตราการเต้นหัวใจที่กำหนด
ข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่ต้องออกกำลังกาย
- ไม่ควรออกกำลังกายขณะท้องว่าง และก่อนออกกำลังกาย ควรเว้นระยะห่างจากการรับประทานอาหารมื้อใหญ่อย่างน้อย 1 ชั่วโมง
- ควรออกกำลังกายในที่ร่มเมื่อช่วงเวลาที่ออกกำลังกายมีสภาพอากาศร้อน หรือหนาวจัด
- ห้ามกลั้นหายใจขณะออกกำลังกาย ในระหว่างออกกำลังกายพยายามหายใจให้ปกติ ควรสังเกตการหายใจไม่ให้ติดขัด และสามารถพูดคุยได้โดยไม่หอบเหนื่อย
- ควรอบอุ่นร่างกาย และมีการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง
- ในการออกกำลังกายควรสวมใส่เสื้อผ้าโปร่ง สบาย ไม่หนาจนเกินไป
- ควรออกกำลังกายในช่วงเวลาเดียวกันในทุกวัน
- อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ ก่อนออกกำลังกายควรดื่มน้ำประมาณ 1 แก้ว
- การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องออกแรงมากเกินไป แต่ควรเน้นที่ระยะเวลาในการออกกำลังกายที่เหมาะสม
- ไม่ออกกำลังกายหากรู้สึกไม่สบาย
- ไม่ควรออกกำลังกาย หรือหยุดออกกำลังกายทันที แต่ให้ค่อย ๆ หยุดออกกำลังกายช้า ๆ เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้ เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย เหนื่อยผิดปกติ
Q&A เกี่ยวกับการออกกำลังกายในผู้เป็นโรคหัวใจ
1. คนเป็นโรคหัวใจ ออกกำลังกายได้หรือไม่?
ตอบ: ออกกำลังกายได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำและการประเมินความพร้อมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันภาวะแทรกซ้อน
2. รูปแบบการออกกำลังกายใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ?
ตอบ: การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหรือแอโรบิค (Cardio or Aerobic Exercise) เช่น การเดินเร็วหรือปั่นจักรยาน ที่ช่วยกระตุ้นหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต
3. ระยะเวลาที่เหมาะสมในการออกกำลังกายแต่ละครั้งสำหรับคนเป็นโรคหัวใจคือเท่าไหร่?
ตอบ: ใช้เวลาออกกำลังกายครั้งละ 20–30 นาที โดยควรมีเวลาอบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 10–15 นาที และคูลดาวน์ (Cool-down) อีก 10–15 นาที
4. ผู้ป่วยโรคหัวใจควรออกกำลังกายบ่อยแค่ไหนในหนึ่งสัปดาห์?
ตอบ: แนะนำให้ออกกำลังกายด้วยความถี่สัปดาห์ละ 3–5 ครั้ง
5. ความหนักในการออกกำลังกายของโรคหัวใจควรอยู่ที่ระดับใด?
ตอบ: ความหนักจะอยู่ที่ร้อยละ 50–80 ของอัตราการเต้นของหัวใจที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกำหนดเป็นรายบุคคลผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
6. ข้อควรระวังก่อนเริ่มออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจมีอะไรบ้าง?
ตอบ: ไม่ควรออกกำลังกายขณะท้องว่าง ควรงดอาหารมื้อใหญ่อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย ดื่มน้ำ 1 แก้ว และสวมใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย
7. ขณะออกกำลังกาย ผู้ป่วยโรคหัวใจห้ามทำพฤติกรรมใดเด็ดขาด?
ตอบ: ห้ามกลั้นหายใจเด็ดขาด ต้องหายใจให้เป็นปกติ สามารถพูดคุยได้โดยไม่หอบเหนื่อย และไม่ควรออกแรงหนักเกินไป
8. อาการเตือนภัยแบบไหนที่ควรหยุดออกกำลังกายทันที?
ตอบ: หากมีอาการเจ็บหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หรือเหนื่อยผิดปกติ ให้ค่อย ๆ ชะลอและหยุดออกกำลังกายทันที
9. สามารถปรึกษาเรื่องการออกกำลังกายสำหรับโรคหัวใจได้ที่ไหน?
ตอบ: สามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกฟื้นฟูหัวใจ ชั้น 4 โซน C ของโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
10. ทำไมผู้ป่วยโรคหัวใจจึงไม่ควรหยุดออกกำลังกายแบบกะทันหัน?
ตอบ: การหยุดออกกำลังกายทันทีอาจทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตปรับตัวไม่ทัน จึงควรใช้วิธีคูลดาวน์ค่อย ๆ ลดความเร็วลงทีละน้อยก่อนหยุดพัก
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกฟื้นฟูหัวใจ ชั้น 4 โซน C
บทความที่เกี่ยวข้อง


