logo
มะเร็งไต รู้ไว รักษาได้!!

มะเร็งไต รู้ไว รักษาได้!!

ไต เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของระบบทางเดินปัสสาวะ หน้าที่หลัก คือ การกำจัดของเสียออกจากร่างกายผ่านทางระบบปัสสาวะ ควบคุมสมดุลน้ำในร่างกาย และผลิตฮอร์โมนที่จำเป็น ซึ่งหากเกิดความผิดปกติขึ้นกับไต ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายตามไปด้วย โดยโรคเกี่ยวกับไตที่เรามักจะพบบ่อย ๆ ได้แก่ ไตเรื้อรัง ไตวายเฉียบพลัน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม โรคไตที่เกี่ยวข้องกับระบบปัสสาวะ ถือได้ว่ามีความสำคัญ และไม่ควรละเลย คือ โรคมะเร็งไต

มะเร็งไต คืออะไร?

มะเร็ง คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย โดยมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติเกิดเป็นก้อนเนื้อที่มีการลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง ซึ่งเราเรียกชื่อมะเร็งตามอวัยวะของร่างกายที่มะเร็งเกิดขึ้น เช่น มะเร็งตับ มะเร็งสมอง มะเร็งปอด เมื่อก้อนมะเร็งเกิดขึ้นที่ไต เราจึงเรียกว่า “มะเร็งไต” ซึ่งมะเร็งไต จะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ มะเร็งเนื้อไตและมะเร็งกรวยไต

ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุของมะเร็งไต

แม้โรคมะเร็งไตจะพบได้ไม่บ่อยเท่ามะเร็งชนิดอื่น ๆ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ โดยปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งไต ได้แก่ การสูบบุหรี่ โรคประจำตัว ได้แก่ โรคอ้วน โรคความดันเลือดสูง หรือโรคทางพันธุกรรมบางชนิด ผู้ที่ทำงานกับสารเคมี โดยจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

อาการของมะเร็งไตที่ควรรู้

อาการของโรคมะเร็งไต มักไม่แสดงอาการเด่นชัด ทำให้ผู้ที่เป็นมะเร็งไตจะไม่ทราบว่าตนเองเป็น โดยส่วนมากผู้ป่วยจะบังเอิญตรวจเจอจากการตรวจสุขภาพประจำปี อาการของมะเร็งไต สามารถแยกได้เป็น 2 ประเภท

  1. อาการที่เกิดขึ้นในมะเร็งที่เกิดจากเนื้อไต ในระยะแรก ๆ จะไม่มีอาการ จึงมักจะตรวจพบได้จากการตรวจสุขภาพประจำปี เช่น การตรวจอัลตร้าซาวด์ ช่องท้อง แต่หากก้อนมะเร็งเริ่มขยายใหญ่ มักจะมีอาการ โดยผู้ป่วยสามารถคลำเจอก้อนเนื้อ หรือมีอาการปวด โดยอาการปวดมักเป็นบริเวณเอว หรือท้องบริเวณใต้ชายโครงด้านใดด้านหนึ่ง บางรายอาจมีปัสสาวะเป็นเลือดร่วมด้วย
  2. อาการที่เกิดขึ้นในมะเร็งที่เกิดจากกรวยไต มักจะมีปัสสาวะเป็นเลือด โดยสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือตรวจเจอเม็ดเลือดแดงในน้ำปัสสาวะจากการส่งตรวจน้ำปัสสาวะทางห้องปฏิบัติการ

วิธีการรักษามะเร็งไต

  1. การผ่าตัด ถือได้ว่าเป็นการรักษาหลัก
  2. การฉายรังสี เป็นการบรรเทาอาการ แต่ไม่ใช่การรักษาหลัก
  3. การให้ยาเพื่อมีผลทั่วร่างกาย เช่น การให้ยาเคมีบำบัด, การให้ยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน และการให้เฉพาะเจาะจงมุ่งเป้า โดยการให้ยามักจะให้ในกรณีทีมีเซลล์มะเร็งกระจายไปที่ระยะอื่นแล้ว หรือให้ร่วมกับการรักษาด้วยการผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยได้รับการรักษาแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นต้องมาพบแพทย์ เพื่อตรวจติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการป้องกันโรคมะเร็งไต

แนะนำเหมือนมะเร็งชนิดอื่น ๆ คือ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเช่น การสูบบุหรี่ ดูแลรักษาสุขภาพ ไม่ให้เกิดโรคประจำตัว และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่วมกับหมั่นตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

ข้อมูลจาก : ผศ. นพ.ศิรส จิตประไพ


Q&A เกี่ยวกับมะเร็งไต

1. มะเร็งไตมีอาการเริ่มต้นอย่างไร?

ตอบ: ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ มักตรวจพบโดยบังเอิญจากการอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง แต่หากก้อนเนื้อโตขึ้น อาจพบอาการปวดเอว ปวดหลัง หรือปัสสาวะเป็นเลือด

2. ปัสสาวะเป็นเลือดเสมอไปหรือไม่ที่เป็นมะเร็งไต?

ตอบ: ไม่เสมอไป ปัสสาวะเป็นเลือดอาจเกิดจากนิ่วในทางเดินปัสสาวะหรือการติดเชื้อได้ แต่เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญซึ่งควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที

3. ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งไตมีอะไรบ้าง?

ตอบ: ได้แก่ การสูบบุหรี่ โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง การทำงานสัมผัสสารเคมีบางชนิด และประวัติทางพันธุกรรม

4. มะเร็งไตมีกี่ประเภท?

ตอบ: หลัก ๆ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ มะเร็งเนื้อไต (เกิดจากเซลล์ในเนื้อไต) และมะเร็งกรวยไต (เกิดจากเซลล์ในท่อทางเดินปัสสาวะส่วนต้น)

5. การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยตรวจมะเร็งไตได้หรือไม่?

ตอบ: ช่วยได้มาก การตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง (Ultrasound Upper Abdomen) สามารถตรวจพบก้อนเนื้อที่ไตได้ตั้งแต่ระยะที่ยังไม่มีอาการ

6. วิธีการรักษามะเร็งไตทำได้อย่างไรบ้าง?

ตอบ: การรักษาหลักคือ "การผ่าตัด" ส่วนการฉายรังสีหรือการให้ยาเคมีบำบัด/ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) มักใช้ในกรณีที่โรคลุกลามหรือกระจายไปอวัยวะอื่น

7. ผ่าตัดมะเร็งไตแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้ตามปกติไหม?

ตอบ: ได้ หากตรวจพบในระยะต้นและผ่าตัดได้สำเร็จ ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ต้องมาตรวจติดตามผลอย่างใกล้ชิดตามแพทย์นัด

8. คนอายุเท่าไหร่ที่เสี่ยงเป็นมะเร็งไต?

ตอบ: ส่วนใหญ่มักพบในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะช่วงอายุ 50-70 ปี แต่ปัจจุบันพบในคนอายุน้อยลงได้หากมีปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรม

9. มะเร็งไตสามารถป้องกันได้หรือไม่?

ตอบ: ป้องกันได้ด้วยการเลิกสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนักตัว ไม่ให้เป็นโรคอ้วน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

10. ปวดหลังแบบไหนที่ควรระวังว่าเป็นมะเร็งไต?

ตอบ: การปวดหลังที่เป็นมะเร็งไต มักเป็นการปวดบริเวณเอวหรือใต้ชายโครงด้านใดด้านหนึ่งเพียงข้างเดียว และอาจมีก้อนเนื้อที่สามารถคลำพบได้หากก้อนโตมาก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ ชั้น 4 โซน A

บทความที่เกี่ยวข้อง

 ไต เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของระบบทางเดินปัสสาวะ หน้าที่หลัก คือ การกำจัดของเสียออกจากร่างกายผ่านทางระบบปัสสาวะ ควบคุมสมดุลน้ำในร่างกาย และผลิตฮอร์โมนที่จำเป็น ซึ่งหากเกิดความผิดปกติขึ้นกับไต ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายตามไปด้วย โดยโรคเกี่ยวกับไตที่เรามักจะพบบ่อย ๆ ได้แก่ ไตเรื้อรัง ไตวายเฉียบพลัน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม โรคไตที่เกี่ยวข้องกับระบบปัสสาวะ ถือได้ว่ามีความสำคัญ และไม่ควรละเลย คือ โรคมะเร็งไต

มะเร็งไต คืออะไร?

มะเร็ง คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย โดยมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติเกิดเป็นก้อนเนื้อที่มีการลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง ซึ่งเราเรียกชื่อมะเร็งตามอวัยวะของร่างกายที่มะเร็งเกิดขึ้น เช่น มะเร็งตับ มะเร็งสมอง มะเร็งปอด เมื่อก้อนมะเร็งเกิดขึ้นที่ไต เราจึงเรียกว่า “มะเร็งไต” ซึ่งมะเร็งไต จะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ มะเร็งเนื้อไตและมะเร็งกรวยไต

ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุของมะเร็งไต

แม้โรคมะเร็งไตจะพบได้ไม่บ่อยเท่ามะเร็งชนิดอื่น ๆ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ โดยปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งไต ได้แก่ การสูบบุหรี่ โรคประจำตัว ได้แก่ โรคอ้วน โรคความดันเลือดสูง หรือโรคทางพันธุกรรมบางชนิด ผู้ที่ทำงานกับสารเคมี โดยจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

อาการของมะเร็งไตที่ควรรู้

อาการของโรคมะเร็งไต มักไม่แสดงอาการเด่นชัด ทำให้ผู้ที่เป็นมะเร็งไตจะไม่ทราบว่าตนเองเป็น โดยส่วนมากผู้ป่วยจะบังเอิญตรวจเจอจากการตรวจสุขภาพประจำปี อาการของมะเร็งไต สามารถแยกได้เป็น 2 ประเภท

  1. อาการที่เกิดขึ้นในมะเร็งที่เกิดจากเนื้อไต ในระยะแรก ๆ จะไม่มีอาการ จึงมักจะตรวจพบได้จากการตรวจสุขภาพประจำปี เช่น การตรวจอัลตร้าซาวด์ ช่องท้อง แต่หากก้อนมะเร็งเริ่มขยายใหญ่ มักจะมีอาการ โดยผู้ป่วยสามารถคลำเจอก้อนเนื้อ หรือมีอาการปวด โดยอาการปวดมักเป็นบริเวณเอว หรือท้องบริเวณใต้ชายโครงด้านใดด้านหนึ่ง บางรายอาจมีปัสสาวะเป็นเลือดร่วมด้วย
  2. อาการที่เกิดขึ้นในมะเร็งที่เกิดจากกรวยไต มักจะมีปัสสาวะเป็นเลือด โดยสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือตรวจเจอเม็ดเลือดแดงในน้ำปัสสาวะจากการส่งตรวจน้ำปัสสาวะทางห้องปฏิบัติการ

วิธีการรักษามะเร็งไต

  1. การผ่าตัด ถือได้ว่าเป็นการรักษาหลัก
  2. การฉายรังสี เป็นการบรรเทาอาการ แต่ไม่ใช่การรักษาหลัก
  3. การให้ยาเพื่อมีผลทั่วร่างกาย เช่น การให้ยาเคมีบำบัด, การให้ยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน และการให้เฉพาะเจาะจงมุ่งเป้า โดยการให้ยามักจะให้ในกรณีทีมีเซลล์มะเร็งกระจายไปที่ระยะอื่นแล้ว หรือให้ร่วมกับการรักษาด้วยการผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยได้รับการรักษาแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นต้องมาพบแพทย์ เพื่อตรวจติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการป้องกันโรคมะเร็งไต

แนะนำเหมือนมะเร็งชนิดอื่น ๆ คือ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเช่น การสูบบุหรี่ ดูแลรักษาสุขภาพ ไม่ให้เกิดโรคประจำตัว และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่วมกับหมั่นตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

ข้อมูลจาก : ผศ. นพ.ศิรส จิตประไพ


Q&A เกี่ยวกับมะเร็งไต

1. มะเร็งไตมีอาการเริ่มต้นอย่างไร?

ตอบ: ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ มักตรวจพบโดยบังเอิญจากการอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง แต่หากก้อนเนื้อโตขึ้น อาจพบอาการปวดเอว ปวดหลัง หรือปัสสาวะเป็นเลือด

2. ปัสสาวะเป็นเลือดเสมอไปหรือไม่ที่เป็นมะเร็งไต?

ตอบ: ไม่เสมอไป ปัสสาวะเป็นเลือดอาจเกิดจากนิ่วในทางเดินปัสสาวะหรือการติดเชื้อได้ แต่เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญซึ่งควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที

3. ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งไตมีอะไรบ้าง?

ตอบ: ได้แก่ การสูบบุหรี่ โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง การทำงานสัมผัสสารเคมีบางชนิด และประวัติทางพันธุกรรม

4. มะเร็งไตมีกี่ประเภท?

ตอบ: หลัก ๆ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ มะเร็งเนื้อไต (เกิดจากเซลล์ในเนื้อไต) และมะเร็งกรวยไต (เกิดจากเซลล์ในท่อทางเดินปัสสาวะส่วนต้น)

5. การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยตรวจมะเร็งไตได้หรือไม่?

ตอบ: ช่วยได้มาก การตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง (Ultrasound Upper Abdomen) สามารถตรวจพบก้อนเนื้อที่ไตได้ตั้งแต่ระยะที่ยังไม่มีอาการ

6. วิธีการรักษามะเร็งไตทำได้อย่างไรบ้าง?

ตอบ: การรักษาหลักคือ "การผ่าตัด" ส่วนการฉายรังสีหรือการให้ยาเคมีบำบัด/ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) มักใช้ในกรณีที่โรคลุกลามหรือกระจายไปอวัยวะอื่น

7. ผ่าตัดมะเร็งไตแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้ตามปกติไหม?

ตอบ: ได้ หากตรวจพบในระยะต้นและผ่าตัดได้สำเร็จ ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ต้องมาตรวจติดตามผลอย่างใกล้ชิดตามแพทย์นัด

8. คนอายุเท่าไหร่ที่เสี่ยงเป็นมะเร็งไต?

ตอบ: ส่วนใหญ่มักพบในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะช่วงอายุ 50-70 ปี แต่ปัจจุบันพบในคนอายุน้อยลงได้หากมีปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรม

9. มะเร็งไตสามารถป้องกันได้หรือไม่?

ตอบ: ป้องกันได้ด้วยการเลิกสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนักตัว ไม่ให้เป็นโรคอ้วน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

10. ปวดหลังแบบไหนที่ควรระวังว่าเป็นมะเร็งไต?

ตอบ: การปวดหลังที่เป็นมะเร็งไต มักเป็นการปวดบริเวณเอวหรือใต้ชายโครงด้านใดด้านหนึ่งเพียงข้างเดียว และอาจมีก้อนเนื้อที่สามารถคลำพบได้หากก้อนโตมาก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ ชั้น 4 โซน A

บทความที่เกี่ยวข้อง