การรักษามะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะด้วย “หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci” แผลเล็ก ฟื้นตัวไว
ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีการแพทย์มีการนำเครื่องมือและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการรักษามากขึ้น การรักษามะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะจึงได้รับการพัฒนาให้มีความแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci ที่เป็นเทคโนโลยีทันสมัยสำหรับการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ซึ่งช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่าเดิม
ทำไมการรักษามะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะจึงสำคัญ?
ระบบทางเดินปัสสาวะเป็นส่วนสำคัญในการกำจัดของเสียและรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย ซึ่งประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ เช่น ไต กระเพาะปัสสาวะ และต่อมลูกหมาก เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้น เช่น มะเร็งในอวัยวะเหล่านี้ ผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจะรุนแรงอย่างมาก การรักษาที่ทันสมัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การจัดการโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
ในร่างกายมนุษย์ ระบบทางเดินปัสสาวะมีความซับซ้อนและมีอวัยวะที่อยู่ใกล้ชิดกันหลายส่วน ทำให้การรักษามะเร็งที่เกิดในบริเวณนี้ต้องการความพิถีพิถันและความแม่นยำสูง ยกตัวอย่างเช่น มะเร็งต่อมลูกหมากหรือมะเร็งไตที่อาจลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียงหรือหลอดเลือด ทำให้การผ่าตัดด้วยวิธีเปิดช่องท้องแบบดั้งเดิมอาจทำให้เกิดบาดแผลขนาดใหญ่และมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น
มะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะที่นิยมรักษาด้วยหุ่นยนต์ da Vinci มีอะไรบ้าง?
1. มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer)
มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้ชาย เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในต่อมลูกหมากมีลักษณะที่ผิดปกติที่สามารถลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองและกระดูกได้ แม้กระทั่งอวัยวะสำคัญๆ ของร่างกาย เช่น ไต ตับ ปอด หรือกระดูก ทำให้อวัยวะเหล่านั้นเสียหาย และถูกทำลายไปในที่สุด ซึ่งเมื่อถึงระยะนั้นแล้วผู้ป่วยก็จะถึงแก่ชีวิตได้ อาการเช่น ปัสสาวะติดขัดและมีเลือดปนในปัสสาวะเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ
2. มะเร็งไต (Kidney Cancer)
มะเร็งไตเกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อเยื่อไตที่ผิดปกติ ซึ่งมักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก จนกระทั่งโรคเริ่มรุนแรงและแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ อาการที่พบเช่น ปัสสาวะมีเลือด ปวดเอว หรือมีก้อนที่ท้องนั้นเป็นสัญญาณเตือน ผู้ป่วยที่ตรวจพบในระยะแรกมักสามารถรักษาด้วยการผ่าตัดเอาเนื้อไตออกบางส่วน (Partial nephrectomy) โดยยังคงรักษาไตที่เหลือไว้ได้ การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงในกระบวนการผ่าตัดในบริเวณที่อยู่ใกล้หลอดเลือดแดงและอวัยวะสำคัญอื่น ๆ
3. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer)
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในระบบทางเดินปัสสาวะและในอดีตการรักษาใช้วิธีการผ่าตัดเปิดช่องท้องเพื่อเอาเนื้อมะเร็งออก ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและการฟื้นตัวที่ช้า ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีโอกาสฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

ประโยชน์ของการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci
การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci ในการรักษามะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ มีข้อดีที่เด่นชัดหลายประการ ดังนี้
- ลดภาวะแทรกซ้อน: ด้วยความแม่นยำสูงของหุ่นยนต์ การผ่าตัดจึงมีการสูญเสียเลือดน้อยลงและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อหรือภาวะปัสสาวะรั่วหลังการผ่าตัด
- ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น: การใช้กล้องที่มีความละเอียดสูงและภาพ 3 มิติช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นรายละเอียดของอวัยวะภายในได้ชัดเจนขึ้น ช่วยให้การตัดเนื้อเยื่อในบริเวณที่มีความละเอียดสูงเป็นไปอย่างปลอดภัย
- ระยะเวลาการผ่าตัดที่สั้นลง: เทคโนโลยีช่วยลดเวลาที่ใช้ในการผ่าตัดลงอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยมีเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลที่สั้นลงและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
- ลดอาการปวดและความเจ็บปวด: แผลผ่าตัดที่เล็กลงหมายความว่าผู้ป่วยจะมีอาการปวดน้อยลงหลังการผ่าตัด ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะหลังการรักษา
- ฟื้นตัวเร็วและลดการติดเชื้อ: ด้วยการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ผู้ป่วยจะมีโอกาสติดเชื้อน้อยลงและสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่าเทคนิคการผ่าตัดแบบเปิด
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
แม้ว่าการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ควรคำนึงถึงอยู่บ้าง ดังนี้
- ภาวะการเสียเลือด: ในบางกรณีที่ต้องใช้เวลานานในการผ่าตัดหรือเกิดการขาดเลือดในอวัยวะสำคัญ เช่น ไต อาจส่งผลให้เกิดภาวะที่ต้องพึ่งพาการให้เลือดหรือการฟอกไตชั่วคราว
- ภาวะแทรกซ้อนที่แผลผ่าตัด: แม้ว่าแผลจะมีขนาดเล็ก แต่ในบางรายอาจเกิดภาวะปัสสาวะรั่วหรือการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด ซึ่งต้องมีการดูแลและรักษาอย่างใกล้ชิด
การประเมินและการวางแผนก่อนการผ่าตัด
ก่อนที่จะตัดสินใจใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในการผ่าตัด ผู้ป่วยจะต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางในระบบทางเดินปัสสาวะอย่างละเอียด โดยจะพิจารณาจากอาการ ความรุนแรงของโรค และตำแหน่งที่ตั้งของมะเร็ง ทั้งนี้เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย การตรวจคัดกรองและการวินิจฉัยที่แม่นยำเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกวิธีการรักษาที่ดีที่สุด
หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงในด้านการรักษามะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งไต หรือมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ การใช้เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถเข้าถึงบริเวณที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ ลดภาวะแทรกซ้อนและทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น
ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ได้นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Robotic-assisted da Vinci Surgery ร่วมกับการรักษาแบบสหสาขา (Multidisciplinary) ซึ่งประกอบไปด้วยแพทย์ผ่าตัด แพทย์สาขารังสีวิทยา และแพทย์ผู้ให้เคมีบำบัด ร่วมกันหาแนวทาง การรักษาโรคมะเร็งเพื่อเพิ่มโอกาสการกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติให้กับผู้ป่วย
บทความโดย: รศ. นพ.สิทธิพร ศรีนวลนัด
ชมคลิป รักษามะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ ด้วยหุ่นยนต์ Da Vinci
Q&A เกี่ยวกับการรักษาโรคระบบทางเดินปัสสาวะด้วย Da Vinci
1. การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci เจ็บไหม พักฟื้นนานเท่าไหร่?
ตอบ: เนื่องจากเป็นผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive) ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดจึงน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดอย่างมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะสามารถลุกเดินได้ภายใน 1-2 วันหลังผ่าตัด และใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นลงประมาณ 3-5 วัน
2. หุ่นยนต์ da Vinci ผ่าตัดมะเร็งอะไรในระบบทางเดินปัสสาวะได้บ้าง?
ตอบ: สามารถใช้ผ่าตัดรักษามะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะหลักได้ 3 ชนิด ได้แก่ มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งไต (สามารถผ่าตัดตัดเฉพาะก้อนเนื้อร้ายและรักษาเนื้อไตส่วนที่ดีไว้ได้), และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
3. การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci คือการให้หุ่นยนต์ผ่าตัดเองโดยอัตโนมัติใช่หรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่ หุ่นยนต์ da Vinci ไม่ได้ทำงานอัตโนมัติ แต่เป็นเครื่องมือที่ควบคุมโดยแพทย์ศัลยกรรมอย่างใกล้ชิด 100% ตัวหุ่นยนต์จะทำหน้าที่แปลงการเคลื่อนไหวของมือแพทย์ให้มีความนิ่ง แม่นยำ และไร้การสั่นไหวของมือมนุษย์
4. ทำไมการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยหุ่นยนต์ da Vinci ถึงช่วยลดผลข้างเคียงเรื่องอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้?
ตอบ: เพราะหุ่นยนต์ da Vinci มีกำลังขยายภาพสูงถึง 10 เท่าในรูปแบบ 3 มิติ ช่วยให้แพทย์มองเห็น กลุ่มเส้นประสาทและเส้นเลือดขนาดเล็ก ที่ควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศและการกลั้นปัสสาวะได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถผ่าตัดเลาะก้อนมะเร็งออกได้โดยไม่ทำลายเส้นประสาทสำคัญเหล่านี้
5. การผ่าตัดมะเร็งไตด้วยหุ่นยนต์ da Vinci มีข้อดีกว่าการผ่าตัดแบบเดิมอย่างไร?
ตอบ: ข้อดีสำคัญคือช่วยให้แพทย์สามารถผ่าตัด เลาะเฉพาะก้อนเนื้อร้ายออกและเย็บซ่อมแซมเนื้อไตที่เหลืออยู่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ (Partial Nephrectomy) ซึ่งช่วยรักษาฟังก์ชันการทำงานของไตส่วนที่ดีไว้ได้มากกว่าการผ่าตัดแบบเปิดดั้งเดิม
6. การผ่าตัดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะด้วยหุ่นยนต์ da Vinci มีกระบวนการอย่างไร?
ตอบ: แพทย์จะใช้หุ่นยนต์ทำการตัดกระเพาะปัสสาวะที่มีรอยโรคมะเร็งออก จากนั้นจะนำลำไส้มาตัดต่อเพื่อ สร้างกระเพาะปัสสาวะใหม่ (Neobladder) ภายในช่องท้องของผู้ป่วย โดยทั้งหมดทำผ่านแผลเจาะรูเล็กๆ ช่วยลดการสัมผัสอวัยวะภายในและลดการติดเชื้อได้ดีขึ้น
7. แผลหลังผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci มีขนาดใหญ่แค่ไหน?
ตอบ: บาดแผลจะมีขนาดเล็กมาก เป็นเพียง รูเจาะขนาดประมาณ 0.5 - 1 เซนติเมตร จำนวน 4-5 รู บนผิวหนังหน้าท้อง (ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของอวัยวะ) แตกต่างจากการผ่าตัดแบบเปิดดั้งเดิมที่มีแผลกรีดยาวถึง 10-20 เซนติเมตร
8. หลังผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลกี่วัน?
ตอบ: ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเฉลี่ยเพียง 3 - 5 วันเท่านั้น (เทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดที่อาจต้องพักฟื้น 7-10 วันขึ้นไป) เนื่องจากร่างกายบอบช้ำน้อย เสียเลือดน้อย ทำให้ฟื้นตัวและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
9. อาการเจ็บแผลหลังผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci รุนแรงไหม?
ตอบ: อาการเจ็บแผล น้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดอย่างมาก เนื่องจากไม่มีการตัดผ่านกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะสามารถลุกขึ้นขยับตัว หรือเดินเบา ๆ ได้ภายใน 1-2 วันหลังการผ่าตัด
10. ผู้ป่วยมะเร็งทางเดินปัสสาวะทุกคนสามารถเข้ารับการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci ได้ใช่หรือไม่?
ตอบ: ไม่ทุกคน แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ดีมาก แต่ขึ้นอยู่กับระยะของโรคมะเร็ง, ขนาดของก้อนเนื้อ, ตำแหน่งของโรค รวมถึงสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของผู้ป่วย โดยแพทย์เฉพาะทางจะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ ชั้น 4 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีการแพทย์มีการนำเครื่องมือและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการรักษามากขึ้น การรักษามะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะจึงได้รับการพัฒนาให้มีความแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci ที่เป็นเทคโนโลยีทันสมัยสำหรับการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ซึ่งช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่าเดิม
ทำไมการรักษามะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะจึงสำคัญ?
ระบบทางเดินปัสสาวะเป็นส่วนสำคัญในการกำจัดของเสียและรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย ซึ่งประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ เช่น ไต กระเพาะปัสสาวะ และต่อมลูกหมาก เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้น เช่น มะเร็งในอวัยวะเหล่านี้ ผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจะรุนแรงอย่างมาก การรักษาที่ทันสมัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การจัดการโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
ในร่างกายมนุษย์ ระบบทางเดินปัสสาวะมีความซับซ้อนและมีอวัยวะที่อยู่ใกล้ชิดกันหลายส่วน ทำให้การรักษามะเร็งที่เกิดในบริเวณนี้ต้องการความพิถีพิถันและความแม่นยำสูง ยกตัวอย่างเช่น มะเร็งต่อมลูกหมากหรือมะเร็งไตที่อาจลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียงหรือหลอดเลือด ทำให้การผ่าตัดด้วยวิธีเปิดช่องท้องแบบดั้งเดิมอาจทำให้เกิดบาดแผลขนาดใหญ่และมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น
มะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะที่นิยมรักษาด้วยหุ่นยนต์ da Vinci มีอะไรบ้าง?
1. มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer)
มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้ชาย เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในต่อมลูกหมากมีลักษณะที่ผิดปกติที่สามารถลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองและกระดูกได้ แม้กระทั่งอวัยวะสำคัญๆ ของร่างกาย เช่น ไต ตับ ปอด หรือกระดูก ทำให้อวัยวะเหล่านั้นเสียหาย และถูกทำลายไปในที่สุด ซึ่งเมื่อถึงระยะนั้นแล้วผู้ป่วยก็จะถึงแก่ชีวิตได้ อาการเช่น ปัสสาวะติดขัดและมีเลือดปนในปัสสาวะเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ
2. มะเร็งไต (Kidney Cancer)
มะเร็งไตเกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อเยื่อไตที่ผิดปกติ ซึ่งมักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก จนกระทั่งโรคเริ่มรุนแรงและแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ อาการที่พบเช่น ปัสสาวะมีเลือด ปวดเอว หรือมีก้อนที่ท้องนั้นเป็นสัญญาณเตือน ผู้ป่วยที่ตรวจพบในระยะแรกมักสามารถรักษาด้วยการผ่าตัดเอาเนื้อไตออกบางส่วน (Partial nephrectomy) โดยยังคงรักษาไตที่เหลือไว้ได้ การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงในกระบวนการผ่าตัดในบริเวณที่อยู่ใกล้หลอดเลือดแดงและอวัยวะสำคัญอื่น ๆ
3. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer)
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในระบบทางเดินปัสสาวะและในอดีตการรักษาใช้วิธีการผ่าตัดเปิดช่องท้องเพื่อเอาเนื้อมะเร็งออก ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและการฟื้นตัวที่ช้า ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีโอกาสฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

ประโยชน์ของการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci
การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci ในการรักษามะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ มีข้อดีที่เด่นชัดหลายประการ ดังนี้
- ลดภาวะแทรกซ้อน: ด้วยความแม่นยำสูงของหุ่นยนต์ การผ่าตัดจึงมีการสูญเสียเลือดน้อยลงและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อหรือภาวะปัสสาวะรั่วหลังการผ่าตัด
- ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น: การใช้กล้องที่มีความละเอียดสูงและภาพ 3 มิติช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นรายละเอียดของอวัยวะภายในได้ชัดเจนขึ้น ช่วยให้การตัดเนื้อเยื่อในบริเวณที่มีความละเอียดสูงเป็นไปอย่างปลอดภัย
- ระยะเวลาการผ่าตัดที่สั้นลง: เทคโนโลยีช่วยลดเวลาที่ใช้ในการผ่าตัดลงอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยมีเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลที่สั้นลงและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
- ลดอาการปวดและความเจ็บปวด: แผลผ่าตัดที่เล็กลงหมายความว่าผู้ป่วยจะมีอาการปวดน้อยลงหลังการผ่าตัด ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะหลังการรักษา
- ฟื้นตัวเร็วและลดการติดเชื้อ: ด้วยการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ผู้ป่วยจะมีโอกาสติดเชื้อน้อยลงและสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่าเทคนิคการผ่าตัดแบบเปิด
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
แม้ว่าการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ควรคำนึงถึงอยู่บ้าง ดังนี้
- ภาวะการเสียเลือด: ในบางกรณีที่ต้องใช้เวลานานในการผ่าตัดหรือเกิดการขาดเลือดในอวัยวะสำคัญ เช่น ไต อาจส่งผลให้เกิดภาวะที่ต้องพึ่งพาการให้เลือดหรือการฟอกไตชั่วคราว
- ภาวะแทรกซ้อนที่แผลผ่าตัด: แม้ว่าแผลจะมีขนาดเล็ก แต่ในบางรายอาจเกิดภาวะปัสสาวะรั่วหรือการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด ซึ่งต้องมีการดูแลและรักษาอย่างใกล้ชิด
การประเมินและการวางแผนก่อนการผ่าตัด
ก่อนที่จะตัดสินใจใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในการผ่าตัด ผู้ป่วยจะต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางในระบบทางเดินปัสสาวะอย่างละเอียด โดยจะพิจารณาจากอาการ ความรุนแรงของโรค และตำแหน่งที่ตั้งของมะเร็ง ทั้งนี้เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย การตรวจคัดกรองและการวินิจฉัยที่แม่นยำเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกวิธีการรักษาที่ดีที่สุด
หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงในด้านการรักษามะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งไต หรือมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ การใช้เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถเข้าถึงบริเวณที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ ลดภาวะแทรกซ้อนและทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น
ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ได้นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Robotic-assisted da Vinci Surgery ร่วมกับการรักษาแบบสหสาขา (Multidisciplinary) ซึ่งประกอบไปด้วยแพทย์ผ่าตัด แพทย์สาขารังสีวิทยา และแพทย์ผู้ให้เคมีบำบัด ร่วมกันหาแนวทาง การรักษาโรคมะเร็งเพื่อเพิ่มโอกาสการกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติให้กับผู้ป่วย
บทความโดย: รศ. นพ.สิทธิพร ศรีนวลนัด
ชมคลิป รักษามะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ ด้วยหุ่นยนต์ Da Vinci
Q&A เกี่ยวกับการรักษาโรคระบบทางเดินปัสสาวะด้วย Da Vinci
1. การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci เจ็บไหม พักฟื้นนานเท่าไหร่?
ตอบ: เนื่องจากเป็นผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive) ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดจึงน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดอย่างมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะสามารถลุกเดินได้ภายใน 1-2 วันหลังผ่าตัด และใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นลงประมาณ 3-5 วัน
2. หุ่นยนต์ da Vinci ผ่าตัดมะเร็งอะไรในระบบทางเดินปัสสาวะได้บ้าง?
ตอบ: สามารถใช้ผ่าตัดรักษามะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะหลักได้ 3 ชนิด ได้แก่ มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งไต (สามารถผ่าตัดตัดเฉพาะก้อนเนื้อร้ายและรักษาเนื้อไตส่วนที่ดีไว้ได้), และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
3. การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci คือการให้หุ่นยนต์ผ่าตัดเองโดยอัตโนมัติใช่หรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่ หุ่นยนต์ da Vinci ไม่ได้ทำงานอัตโนมัติ แต่เป็นเครื่องมือที่ควบคุมโดยแพทย์ศัลยกรรมอย่างใกล้ชิด 100% ตัวหุ่นยนต์จะทำหน้าที่แปลงการเคลื่อนไหวของมือแพทย์ให้มีความนิ่ง แม่นยำ และไร้การสั่นไหวของมือมนุษย์
4. ทำไมการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยหุ่นยนต์ da Vinci ถึงช่วยลดผลข้างเคียงเรื่องอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้?
ตอบ: เพราะหุ่นยนต์ da Vinci มีกำลังขยายภาพสูงถึง 10 เท่าในรูปแบบ 3 มิติ ช่วยให้แพทย์มองเห็น กลุ่มเส้นประสาทและเส้นเลือดขนาดเล็ก ที่ควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศและการกลั้นปัสสาวะได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถผ่าตัดเลาะก้อนมะเร็งออกได้โดยไม่ทำลายเส้นประสาทสำคัญเหล่านี้
5. การผ่าตัดมะเร็งไตด้วยหุ่นยนต์ da Vinci มีข้อดีกว่าการผ่าตัดแบบเดิมอย่างไร?
ตอบ: ข้อดีสำคัญคือช่วยให้แพทย์สามารถผ่าตัด เลาะเฉพาะก้อนเนื้อร้ายออกและเย็บซ่อมแซมเนื้อไตที่เหลืออยู่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ (Partial Nephrectomy) ซึ่งช่วยรักษาฟังก์ชันการทำงานของไตส่วนที่ดีไว้ได้มากกว่าการผ่าตัดแบบเปิดดั้งเดิม
6. การผ่าตัดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะด้วยหุ่นยนต์ da Vinci มีกระบวนการอย่างไร?
ตอบ: แพทย์จะใช้หุ่นยนต์ทำการตัดกระเพาะปัสสาวะที่มีรอยโรคมะเร็งออก จากนั้นจะนำลำไส้มาตัดต่อเพื่อ สร้างกระเพาะปัสสาวะใหม่ (Neobladder) ภายในช่องท้องของผู้ป่วย โดยทั้งหมดทำผ่านแผลเจาะรูเล็กๆ ช่วยลดการสัมผัสอวัยวะภายในและลดการติดเชื้อได้ดีขึ้น
7. แผลหลังผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci มีขนาดใหญ่แค่ไหน?
ตอบ: บาดแผลจะมีขนาดเล็กมาก เป็นเพียง รูเจาะขนาดประมาณ 0.5 - 1 เซนติเมตร จำนวน 4-5 รู บนผิวหนังหน้าท้อง (ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของอวัยวะ) แตกต่างจากการผ่าตัดแบบเปิดดั้งเดิมที่มีแผลกรีดยาวถึง 10-20 เซนติเมตร
8. หลังผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลกี่วัน?
ตอบ: ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเฉลี่ยเพียง 3 - 5 วันเท่านั้น (เทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดที่อาจต้องพักฟื้น 7-10 วันขึ้นไป) เนื่องจากร่างกายบอบช้ำน้อย เสียเลือดน้อย ทำให้ฟื้นตัวและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
9. อาการเจ็บแผลหลังผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci รุนแรงไหม?
ตอบ: อาการเจ็บแผล น้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดอย่างมาก เนื่องจากไม่มีการตัดผ่านกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะสามารถลุกขึ้นขยับตัว หรือเดินเบา ๆ ได้ภายใน 1-2 วันหลังการผ่าตัด
10. ผู้ป่วยมะเร็งทางเดินปัสสาวะทุกคนสามารถเข้ารับการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ da Vinci ได้ใช่หรือไม่?
ตอบ: ไม่ทุกคน แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ดีมาก แต่ขึ้นอยู่กับระยะของโรคมะเร็ง, ขนาดของก้อนเนื้อ, ตำแหน่งของโรค รวมถึงสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของผู้ป่วย โดยแพทย์เฉพาะทางจะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ ชั้น 4 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง

