logo
มะเร็งไตและมะเร็งต่อมหมวกไต รู้ไว รักษาได้!

มะเร็งไตและมะเร็งต่อมหมวกไต รู้ไว รักษาได้!

มะเร็งไต และมะเร็งต่อมหมวกไต เป็นโรคที่เกิดขึ้นในบริเวณไตและบริเวณโดยรอบ ไตมีหน้าที่สำคัญในการกรองของเสีย ควบคุมปริมาณน้ำและเกลือในเลือด และช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย เมื่อเกิดความผิดปกติในไต อาจส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะในกรณีมะเร็งไตที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

ไตเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของระบบทางเดินปัสสาวะ หน้าที่หลัก คือ การกำจัดของเสียออกจากร่างกายผ่านทางระบบปัสสาวะ ควบคุมสมดุลน้ำในร่างกาย และผลิตฮอร์โมนที่จำเป็น ซึ่งหากเกิดความผิดปกติขึ้นกับไต ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายตามไปด้วย โดยโรคเกี่ยวกับไตที่เรามักจะพบบ่อย ๆ ได้แก่ ไตเรื้อรัง ไตวายเฉียบพลัน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม โรคไตที่เกี่ยวข้องกับระบบปัสสาวะ ถือได้ว่ามีความสำคัญ และไม่ควรละเลย คือ โรคมะเร็งไตหรือต่อมหมวกไต

มะเร็งไตคืออะไร?

มะเร็ง คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย โดยมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติเกิดเป็นก้อนเนื้อที่มีการลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง ซึ่งเราเรียกชื่อมะเร็งตามอวัยวะของร่างกายที่มะเร็งเกิดขึ้น เช่น มะเร็งตับ มะเร็งสมอง มะเร็งปอด เมื่อก้อนมะเร็งเกิดขึ้นที่ไต เราจึงเรียกว่า “มะเร็งไต” ซึ่งมะเร็งไต จะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ มะเร็งเนื้อไต และมะเร็งกรวยไต

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งไต 

แม้มะเร็งไตจะพบได้น้อยกว่ามะเร็งชนิดอื่น ๆ แต่ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • มีอายุมากกว่า 50 ปี
  • การสูบบุหรี่
  • โรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันเลือดสูง
  • โรคทางพันธุกรรมบางชนิด หรือมีประวัติมะเร็งไตในครอบครัว
  • การสัมผัสสารเคมีในที่ทำงาน
  • พบได้บ่อยในเพศชาย

อาการของมะเร็งไต 

มักไม่แสดงเด่นชัดในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบตัวจนตรวจพบจากการตรวจสุขภาพประจำปี

1. อาการในมะเร็งเนื้อไต

  • ระยะแรกอาจไม่มีอาการเด่น มักจะตรวจพบได้จากการตรวจสุขภาพประจำปี เช่น การตรวจอัลตร้าซาวนด์ช่องท้อง
  • เมื่อก้อนมะเร็งขยายใหญ่ ผู้ป่วยอาจคลำเจอก้อนเนื้อหรือมีอาการปวดบริเวณเอวหรือใต้ชายโครงด้านใดด้านหนึ่ง บางรายอาจมีปัสสาวะเป็นเลือดร่วมด้วย

2. อาการในมะเร็งกรวยไต

  • ปัสสาวะเป็นเลือด สังเกตได้ด้วยตาเปล่าหรือหรือตรวจเจอเม็ดเลือดแดงในน้ำปัสสาวะจากการส่งตรวจน้ำปัสสาวะทางห้องปฏิบัติการ

ต่อมหมวกไต (Adrenal gland) เป็นอวัยวะขนาดเล็กข้างละหนึ่งคู่ ตั้งอยู่เหนือไตทั้งสองข้าง มีหน้าที่หลักในการผลิตฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยควบคุมระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ความดันโลหิต การตอบสนองต่อความเครียด การเผาผลาญ น้ำตาล และเกลือแร่ในร่างกาย

มะเร็งต่อมหมวกไต (Adrenal cancer) คืออะไร?

มะเร็งต่อมหมวกไต เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนที่ผลิตโดยต่อมหมวกไต ซึ่งตั้งอยู่บริเวณบนของไต ถูกล้อมรอบด้วยชั้นไขมันและเยื่อ Gerota’s fascia ต่อมหมวกไตแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

  • มะเร็งต่อมหมวกไตชั้นนอก จะทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนผิดปกติ จะเกิดอาการหน้าอ้วนกลม อ้วนบริเวณกลางลำตัว ตัวบวมฉุ ปัสสาวะบ่อย หิว กระหายน้ำ ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่มีประจำเดือน น้ำตาลในเลือดสูง อารมณ์ผิดปกติ
  • มะเร็งต่อมหมวกไตชั้นใน จะมีผลกับระบบหัวใจและหลอดเลือดเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยจะมีอาการความดันโลหิตสูง ใจเต้นเร็ว ท้องผูก ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ระดับน้ำตาลในเลือดสูง กระวนกระวาย อ่อนเพลีย มือสั่น เป็นต้น

อาการของมะเร็งต่อมหมวกไต 

สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

1. อาการจากก้อนเนื้องอก

  • ปวดท้อง ปวดบริเวณสีข้างหรือเอว
  • คลำพบก้อนบริเวณหน้าท้อง
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร

2. อาการจากการผลิตฮอร์โมนผิดปกติ

บางเนื้องอกจะผลิตฮอร์โมนมากผิดปกติจนร่างกายแสดงอาการ เช่น

  • ใบหน้ากลม (moon face) อ้วนเฉพาะช่วงลำตัว บวมน้ำ ผิวบาง เป็นรอยช้ำง่าย (Cushing's syndrome)
  • ความดันโลหิตสูงแบบควบคุมยาก
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • มือสั่น ใจสั่น เหงื่อออกมาก หงุดหงิดง่าย (จากฮอร์โมนอะดรีนาลีนมากเกิน)
  • หญิงไม่มีประจำเดือน หรือมีขนขึ้นผิดปกติ

วิธีการรักษามะเร็งไตและมะเร็งต่อมหมวกไต

การรักษาด้วยการผ่าตัด การผ่าตัดถือเป็นวิธีการรักษาหลักในการกำจัดมะเร็งไตและมะเร็งต่อมหมวกไต

1. การผ่าตัดเป็นแนวทางหลักในการรักษา

  • แบบส่องกล้อง (Laparoscopic Adrenalectomy) แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว เหมาะสำหรับเนื้องอกขนาดเล็ก
  • แบบเปิดหน้าท้อง (Open Surgery) ใช้ในกรณีเนื้องอกขนาดใหญ่หรือสงสัยว่าเป็นมะเร็งร้ายแรง เพราะช่วยให้ศัลยแพทย์ควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่า

2. เคมีบำบัด (Chemotherapy)

  • ใช้ในกรณีที่มะเร็งแพร่กระจาย หรือมะเร็งชนิดที่ดื้อต่อการรักษา เช่น Adrenocortical carcinoma โดยอาจใช้ยา mitotane ร่วมด้วย

3. การฉายรังสี (Radiotherapy)

  • ใช้เพื่อบรรเทาอาการ ในกรณีมะเร็งลุกลาม หรือช่วยควบคุมโรคหลังการผ่าตัด

4. การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) หรือภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)

การดูแลหลังการรักษา

  • การติดตามผล ผู้ป่วยควรเข้าพบแพทย์เป็นประจำเพื่อติดตามผลการรักษาและตรวจหาการกลับมาของมะเร็ง
  • การทดแทนฮอร์โมน ในบางกรณี เมื่อมีการสูญเสียหน้าที่ของต่อมหมวกไต ผู้ป่วยอาจต้องได้รับฮอร์โมนทดแทน

การป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่
  • รักษาสุขภาพให้ดี ลดโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วนและความดันเลือดสูง
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

การตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาและการดูแลหลังการผ่าตัดควรเป็นการวางแผนร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัยในทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยได้รับการรักษาแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นต้องมาพบแพทย์ เพื่อตรวจติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง

บทความโดย: ผศ. นพ.ศิรส จิตประไพ ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา


Q&A เกี่ยวกับมะเร็งไตและมะเร็งต่อมหมวกไต

1. มะเร็งไตมีอาการอย่างไร?

ตอบ: มักไม่มีอาการในระยะแรก แต่เมื่อก้อนเนื้อโตอาจพบปัสสาวะเป็นเลือด ปวดเอว หรือคลำพบก้อนที่หน้าท้อง

2. ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งไต?

ตอบ: ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี, สูบบุหรี่, เป็นโรคอ้วน, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติครอบครัว

3. ปัสสาวะเป็นเลือดหมายความว่าเป็นมะเร็งไตเสมอไปไหม?

ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางเดินปัสสาวะต่าง ๆ จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจอัลตราซาวนด์

4. ต่อมหมวกไตทำหน้าที่อะไร?

ตอบ: ผลิตฮอร์โมนควบคุมความดันโลหิต การเผาผลาญ น้ำตาลในเลือด และการตอบสนองต่อความเครียด

5. อาการของมะเร็งต่อมหมวกไตคืออะไร?

ตอบ: ขึ้นอยู่กับฮอร์โมน เช่น ความดันสูงผิดปกติ ตัวบวม หน้ากลม น้ำตาลในเลือดสูง หรือมีขนขึ้นผิดปกติ

6. ผ่าตัดมะเร็งไตแบบส่องกล้องดีอย่างไร?

ตอบ: แผลเล็ก เจ็บน้อย เสียเลือดน้อย และผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง

7. มะเร็งไตตรวจเจอจากการตรวจสุขภาพทั่วไปได้ไหม?

ตอบ: ได้ มักตรวจพบจากการอัลตราซาวนด์ช่องท้องโดยบังเอิญแม้ยังไม่มีอาการเด่นชัด

8. มะเร็งต่อมหมวกไตเกิดจากอะไร?

ตอบ: เกิดจากเซลล์ในต่อมหมวกไตเจริญเติบโตผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนมากเกินไป

9. การรักษาหลักของมะเร็งไตคืออะไร?

ตอบ: การผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกเป็นวิธีรักษาหลัก โดยอาจพิจารณาใช้วิธีอื่นร่วมด้วยตามระยะของโรค

10. ควรตรวจเช็กมะเร็งไตบ่อยแค่ไหน?

ตอบ: แนะนำให้ตรวจสุขภาพทั่วไปอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ ชั้น 4 โซน A

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

มะเร็งไต และมะเร็งต่อมหมวกไต เป็นโรคที่เกิดขึ้นในบริเวณไตและบริเวณโดยรอบ ไตมีหน้าที่สำคัญในการกรองของเสีย ควบคุมปริมาณน้ำและเกลือในเลือด และช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย เมื่อเกิดความผิดปกติในไต อาจส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะในกรณีมะเร็งไตที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

ไตเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของระบบทางเดินปัสสาวะ หน้าที่หลัก คือ การกำจัดของเสียออกจากร่างกายผ่านทางระบบปัสสาวะ ควบคุมสมดุลน้ำในร่างกาย และผลิตฮอร์โมนที่จำเป็น ซึ่งหากเกิดความผิดปกติขึ้นกับไต ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายตามไปด้วย โดยโรคเกี่ยวกับไตที่เรามักจะพบบ่อย ๆ ได้แก่ ไตเรื้อรัง ไตวายเฉียบพลัน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม โรคไตที่เกี่ยวข้องกับระบบปัสสาวะ ถือได้ว่ามีความสำคัญ และไม่ควรละเลย คือ โรคมะเร็งไตหรือต่อมหมวกไต

มะเร็งไตคืออะไร?

มะเร็ง คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย โดยมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติเกิดเป็นก้อนเนื้อที่มีการลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง ซึ่งเราเรียกชื่อมะเร็งตามอวัยวะของร่างกายที่มะเร็งเกิดขึ้น เช่น มะเร็งตับ มะเร็งสมอง มะเร็งปอด เมื่อก้อนมะเร็งเกิดขึ้นที่ไต เราจึงเรียกว่า “มะเร็งไต” ซึ่งมะเร็งไต จะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ มะเร็งเนื้อไต และมะเร็งกรวยไต

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งไต 

แม้มะเร็งไตจะพบได้น้อยกว่ามะเร็งชนิดอื่น ๆ แต่ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • มีอายุมากกว่า 50 ปี
  • การสูบบุหรี่
  • โรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันเลือดสูง
  • โรคทางพันธุกรรมบางชนิด หรือมีประวัติมะเร็งไตในครอบครัว
  • การสัมผัสสารเคมีในที่ทำงาน
  • พบได้บ่อยในเพศชาย

อาการของมะเร็งไต 

มักไม่แสดงเด่นชัดในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบตัวจนตรวจพบจากการตรวจสุขภาพประจำปี

1. อาการในมะเร็งเนื้อไต

  • ระยะแรกอาจไม่มีอาการเด่น มักจะตรวจพบได้จากการตรวจสุขภาพประจำปี เช่น การตรวจอัลตร้าซาวนด์ช่องท้อง
  • เมื่อก้อนมะเร็งขยายใหญ่ ผู้ป่วยอาจคลำเจอก้อนเนื้อหรือมีอาการปวดบริเวณเอวหรือใต้ชายโครงด้านใดด้านหนึ่ง บางรายอาจมีปัสสาวะเป็นเลือดร่วมด้วย

2. อาการในมะเร็งกรวยไต

  • ปัสสาวะเป็นเลือด สังเกตได้ด้วยตาเปล่าหรือหรือตรวจเจอเม็ดเลือดแดงในน้ำปัสสาวะจากการส่งตรวจน้ำปัสสาวะทางห้องปฏิบัติการ

ต่อมหมวกไต (Adrenal gland) เป็นอวัยวะขนาดเล็กข้างละหนึ่งคู่ ตั้งอยู่เหนือไตทั้งสองข้าง มีหน้าที่หลักในการผลิตฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยควบคุมระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ความดันโลหิต การตอบสนองต่อความเครียด การเผาผลาญ น้ำตาล และเกลือแร่ในร่างกาย

มะเร็งต่อมหมวกไต (Adrenal cancer) คืออะไร?

มะเร็งต่อมหมวกไต เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนที่ผลิตโดยต่อมหมวกไต ซึ่งตั้งอยู่บริเวณบนของไต ถูกล้อมรอบด้วยชั้นไขมันและเยื่อ Gerota’s fascia ต่อมหมวกไตแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

  • มะเร็งต่อมหมวกไตชั้นนอก จะทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนผิดปกติ จะเกิดอาการหน้าอ้วนกลม อ้วนบริเวณกลางลำตัว ตัวบวมฉุ ปัสสาวะบ่อย หิว กระหายน้ำ ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่มีประจำเดือน น้ำตาลในเลือดสูง อารมณ์ผิดปกติ
  • มะเร็งต่อมหมวกไตชั้นใน จะมีผลกับระบบหัวใจและหลอดเลือดเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยจะมีอาการความดันโลหิตสูง ใจเต้นเร็ว ท้องผูก ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ระดับน้ำตาลในเลือดสูง กระวนกระวาย อ่อนเพลีย มือสั่น เป็นต้น

อาการของมะเร็งต่อมหมวกไต 

สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

1. อาการจากก้อนเนื้องอก

  • ปวดท้อง ปวดบริเวณสีข้างหรือเอว
  • คลำพบก้อนบริเวณหน้าท้อง
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร

2. อาการจากการผลิตฮอร์โมนผิดปกติ

บางเนื้องอกจะผลิตฮอร์โมนมากผิดปกติจนร่างกายแสดงอาการ เช่น

  • ใบหน้ากลม (moon face) อ้วนเฉพาะช่วงลำตัว บวมน้ำ ผิวบาง เป็นรอยช้ำง่าย (Cushing's syndrome)
  • ความดันโลหิตสูงแบบควบคุมยาก
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • มือสั่น ใจสั่น เหงื่อออกมาก หงุดหงิดง่าย (จากฮอร์โมนอะดรีนาลีนมากเกิน)
  • หญิงไม่มีประจำเดือน หรือมีขนขึ้นผิดปกติ

วิธีการรักษามะเร็งไตและมะเร็งต่อมหมวกไต

การรักษาด้วยการผ่าตัด การผ่าตัดถือเป็นวิธีการรักษาหลักในการกำจัดมะเร็งไตและมะเร็งต่อมหมวกไต

1. การผ่าตัดเป็นแนวทางหลักในการรักษา

  • แบบส่องกล้อง (Laparoscopic Adrenalectomy) แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว เหมาะสำหรับเนื้องอกขนาดเล็ก
  • แบบเปิดหน้าท้อง (Open Surgery) ใช้ในกรณีเนื้องอกขนาดใหญ่หรือสงสัยว่าเป็นมะเร็งร้ายแรง เพราะช่วยให้ศัลยแพทย์ควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่า

2. เคมีบำบัด (Chemotherapy)

  • ใช้ในกรณีที่มะเร็งแพร่กระจาย หรือมะเร็งชนิดที่ดื้อต่อการรักษา เช่น Adrenocortical carcinoma โดยอาจใช้ยา mitotane ร่วมด้วย

3. การฉายรังสี (Radiotherapy)

  • ใช้เพื่อบรรเทาอาการ ในกรณีมะเร็งลุกลาม หรือช่วยควบคุมโรคหลังการผ่าตัด

4. การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) หรือภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)

การดูแลหลังการรักษา

  • การติดตามผล ผู้ป่วยควรเข้าพบแพทย์เป็นประจำเพื่อติดตามผลการรักษาและตรวจหาการกลับมาของมะเร็ง
  • การทดแทนฮอร์โมน ในบางกรณี เมื่อมีการสูญเสียหน้าที่ของต่อมหมวกไต ผู้ป่วยอาจต้องได้รับฮอร์โมนทดแทน

การป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่
  • รักษาสุขภาพให้ดี ลดโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วนและความดันเลือดสูง
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

การตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาและการดูแลหลังการผ่าตัดควรเป็นการวางแผนร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัยในทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยได้รับการรักษาแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นต้องมาพบแพทย์ เพื่อตรวจติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง

บทความโดย: ผศ. นพ.ศิรส จิตประไพ ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา


Q&A เกี่ยวกับมะเร็งไตและมะเร็งต่อมหมวกไต

1. มะเร็งไตมีอาการอย่างไร?

ตอบ: มักไม่มีอาการในระยะแรก แต่เมื่อก้อนเนื้อโตอาจพบปัสสาวะเป็นเลือด ปวดเอว หรือคลำพบก้อนที่หน้าท้อง

2. ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งไต?

ตอบ: ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี, สูบบุหรี่, เป็นโรคอ้วน, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติครอบครัว

3. ปัสสาวะเป็นเลือดหมายความว่าเป็นมะเร็งไตเสมอไปไหม?

ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางเดินปัสสาวะต่าง ๆ จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจอัลตราซาวนด์

4. ต่อมหมวกไตทำหน้าที่อะไร?

ตอบ: ผลิตฮอร์โมนควบคุมความดันโลหิต การเผาผลาญ น้ำตาลในเลือด และการตอบสนองต่อความเครียด

5. อาการของมะเร็งต่อมหมวกไตคืออะไร?

ตอบ: ขึ้นอยู่กับฮอร์โมน เช่น ความดันสูงผิดปกติ ตัวบวม หน้ากลม น้ำตาลในเลือดสูง หรือมีขนขึ้นผิดปกติ

6. ผ่าตัดมะเร็งไตแบบส่องกล้องดีอย่างไร?

ตอบ: แผลเล็ก เจ็บน้อย เสียเลือดน้อย และผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง

7. มะเร็งไตตรวจเจอจากการตรวจสุขภาพทั่วไปได้ไหม?

ตอบ: ได้ มักตรวจพบจากการอัลตราซาวนด์ช่องท้องโดยบังเอิญแม้ยังไม่มีอาการเด่นชัด

8. มะเร็งต่อมหมวกไตเกิดจากอะไร?

ตอบ: เกิดจากเซลล์ในต่อมหมวกไตเจริญเติบโตผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนมากเกินไป

9. การรักษาหลักของมะเร็งไตคืออะไร?

ตอบ: การผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกเป็นวิธีรักษาหลัก โดยอาจพิจารณาใช้วิธีอื่นร่วมด้วยตามระยะของโรค

10. ควรตรวจเช็กมะเร็งไตบ่อยแค่ไหน?

ตอบ: แนะนำให้ตรวจสุขภาพทั่วไปอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ ชั้น 4 โซน A

บทความที่เกี่ยวข้อง