ผู้บริหาร

โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์
ประสิทธิ์ วัฒนาภา

คณบดีคณะแพทยศาสตร์
ศิริราชพยาบาล

“โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้การดูแลรักษาผู้ป่วยกระจายไปสู่คนไทยทุกกลุ่ม ลดช่องว่างระหว่างโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนให้น้อยลง เป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาพยาบาล เพื่อความเป็นเลิศในทุกด้านอย่างแท้จริง”

ศาสตราจารย์ คลินิก นายแพทย์
ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน

ผู้อำนวยการโรงพยาบาล

“SiPH เกิดขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบสนองความต้องการ ของผู้ป่วยในปัจจุบัน ที่ต้องการความมั่นใจในการรักษาและบริการที่สะดวกรวดเร็ว อีกทั้งรายได้การรักษาจะส่งคืนกลับสู่ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เพื่อสนับสนุนพันธกิจและกิจการต่างๆ ของคณะฯ ดังนั้นผู้ป่วยที่มาใช้การบริการที่นี่ จึงจะเป็นทั้ง “ผู้รับ” และเป็น “ผู้ให้” ในเวลาเดียวกัน”

ศาสตราจารย์ นายแพทย์
พิทยภูมิ ภัทรนุธาพร

รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ฝ่ายการบริหาร

“SiPH มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์จาก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล หลากหลายสาขา ที่นี่จึงพร้อมที่จะให้การรักษาได้ครอบคลุมทุกกลุ่มโรค โดยเฉพาะโรคซับซ้อนที่รักษายาก ซึ่งใช้ระบบการวางแผนการรักษาร่วมกันของทีมแพทย์เฉพาะทางแต่ละสาขา”

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์
ชาญ ศรีรัตนสถาวร

รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ฝ่ายการแพทย์

“SiPH จะเป็นศูนย์กลางในการรักษาแบบครบวงจร เพราะเรามีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์สูง พร้อมอุปกรณ์    การแพทย์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพสูงสุด และการดูแลอย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศที่อบอุ่นเหมือนครอบครัวเดียวกัน”

ศาสตราจารย์ นายแพทย์
กฤตย์วิกรม ดุรงค์พิศิษฏ์กุล

รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ฝ่ายการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ

“SiPH เป็นโรงพยาบาลรัฐที่มีระบบบริหารจัดการที่คล่องตัว และมีประสิทธิภาพสูงเพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษาได้รับบริการที่สะดวกรวดเร็วคล้ายคลึงกับโรงพยาบาลเอกชน โดยเน้นการใช้ระบบสารสนเทศสนับสนุนการดำเนินงาน ทั้งระบบการจัดการโรงพยาบาล อาทิ ระบบข้อมูลผู้ป่วย ระบบการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วย ระบบเชื่อมโยงด้านการบริการต่างๆ และระบบการ จัดซื้อ บัญชี การเงิน”

อาจารย์ นายแพทย์
สมเกียรติ วสุวัฏฏกุล

รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ฝ่ายการบริหารงานคุณภาพ


“SiPH เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาศิริราชสู่ความเป็นเลิศ จึงต้องมุ่งเน้นที่จะพัฒนาให้การรับรองมาตรฐานคุณภาพแก่สถานพยาบาลที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อกำหนดในระดับสากล ครอบคลุมถึงการบริหารจัดการองค์กร ทิศทางและภาวะผู้นำ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคและอาการที่เป็น รวมถึงการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย”