ไขมันทรานส์ตัวร้ายทำลายสุขภาพ (Trans Fat)

#โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ไขมันทรานส์ #Trans Fat #สารอาหารที่ให้พลังงาน #กรดไขมัน #ไขมันอิ่มตัว #ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว #ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน #กรดไขมันทรานส์ #ไขมันจากสัตว์ #ไขมันจากพืช

   ไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เพื่อใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งยังมีส่วนช่วยในการดูดซึมและสะสมวิตามินที่ละลายในไขมัน เป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย และเป็นฉนวนช่วยป้องกันอวัยวะภายในจากการกระทบกระเทือนภายนอก

ชนิดของกรดไขมันที่พบได้ตามธรรมชาติ

1. กรดไขมันอิ่มตัว

   พบได้ใน ไขมันจากสัตว์ มันสัตว์ หนังสัตว์ หรือไขมันจากพืช น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม กะทิ

   ส่งผลต่อร่างกาย เพิ่มไขมันไม่ดีในเลือด (LDL-Cholesterol) ทำให้เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

2. กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว

   พบได้ใน น้ำมันมะกอก น้ำมันงา น้ำมันคาโนล่า น้ำมันรำข้าว งา ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์

   ส่งผลต่อร่างกาย ลดไขมันไม่ดีในเลือด (LDL-Cholesterol)

3. กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน

   พบได้ใน ได้แก่ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด

   ส่งผลต่อร่างกาย ลดไขมันไม่ดีในเลือด (LDL-Cholesterol)

4. กรดไขมันทรานส์ แบ่งตามแหล่งกำเนิดได้ 2 แหล่ง

  • ไขมันทรานส์ที่เกิดจากธรรมชาติ สามารถพบปริมาณเล็กน้อยในเนื้อสัตว์เคี้ยวเอื้อง นมและผลิตภัณฑ์จากนม
  • ไขมันทรานส์ที่เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรม เกิดจากการปรับโครงสร้างของไขมัน เพื่อให้น้ำมันเป็นของแข็งในอุณหภูมิห้อง เพื่อให้เก็บได้นาน ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน พบได้ใน มาการีน เนยขาว ครีมเทียม หรือในผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เช่น คุกกี้ โดนัท เค้ก พาย อาหารจานด่วน เช่น เฟรนช์ฟรายส์ แฮมเบอร์เกอร์ ขนมกรุบกรอบทั้งหลาย

   ส่งผลต่อร่างกาย การรับประทานไขมันทรานส์ในปริมาณมาก จะไปเพิ่มไขมันไม่ดีในเลือด (LDL-Cholesterol) และลดไขมันที่ดีในเลือด (HDL-Cholesterol) เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ทราบได้อย่างไรว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้มีไขมันทรานส์

  1. อ่านฉลากโภชนาการ ว่ามีไขมันทรานส์ในผลิตภัณฑ์นี้หรือไม่
  2. อ่านส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ หากมีส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partial hydrogenation) หรือ น้ำมันที่ผ่านการเติมไฮโดรเจน (Hydrogenated oil) ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นอาจมีไขมันทรานส์ได้ ถึงแม้ว่าบนฉลากโภชนาการจะระบุว่า Trans fat 0.0 g เนื่องจากตามกฎหมายหากมีไขมันทรานส์ น้อยกว่า 0.5 g ให้ระบุบนฉลากได้ว่าเป็น Trans fat 0.0 g
  3. หากผลิตภัณฑ์ไม่มีฉลากโภชนาการหรือฉลากอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เช่น คุกกี้ โดนัท เค้ก พาย อาหารจานด่วน เช่น เฟรนช์ฟรายส์ แฮมเบอร์เกอร์ ขนมกรุบกรอบทั้งหลายก็ให้รับประทานแต่น้อย และไม่บ่อยครั้ง

   การเลือกรับประทานไขมันที่ดีก็อาจมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่การรับประทานไขมันในปริมาณที่มากจนเกินพอดี ก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนได้

ข้อมูลจาก นักกำหนดอาหาร แผนกโภชนาการ คลิก!! ติดตามข่าวสารกับนักกำหนดอาหาร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 2 โซน D

#โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ไขมันทรานส์ #Trans Fat #สารอาหารที่ให้พลังงาน #กรดไขมัน #ไขมันอิ่มตัว #ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว #ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน #กรดไขมันทรานส์ #ไขมันจากสัตว์ #ไขมันจากพืช

   ไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เพื่อใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งยังมีส่วนช่วยในการดูดซึมและสะสมวิตามินที่ละลายในไขมัน เป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย และเป็นฉนวนช่วยป้องกันอวัยวะภายในจากการกระทบกระเทือนภายนอก

ชนิดของกรดไขมันที่พบได้ตามธรรมชาติ

1. กรดไขมันอิ่มตัว

   พบได้ใน ไขมันจากสัตว์ มันสัตว์ หนังสัตว์ หรือไขมันจากพืช น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม กะทิ

   ส่งผลต่อร่างกาย เพิ่มไขมันไม่ดีในเลือด (LDL-Cholesterol) ทำให้เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

2. กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว

   พบได้ใน น้ำมันมะกอก น้ำมันงา น้ำมันคาโนล่า น้ำมันรำข้าว งา ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์

   ส่งผลต่อร่างกาย ลดไขมันไม่ดีในเลือด (LDL-Cholesterol)

3. กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน

   พบได้ใน ได้แก่ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด

   ส่งผลต่อร่างกาย ลดไขมันไม่ดีในเลือด (LDL-Cholesterol)

4. กรดไขมันทรานส์ แบ่งตามแหล่งกำเนิดได้ 2 แหล่ง

  • ไขมันทรานส์ที่เกิดจากธรรมชาติ สามารถพบปริมาณเล็กน้อยในเนื้อสัตว์เคี้ยวเอื้อง นมและผลิตภัณฑ์จากนม
  • ไขมันทรานส์ที่เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรม เกิดจากการปรับโครงสร้างของไขมัน เพื่อให้น้ำมันเป็นของแข็งในอุณหภูมิห้อง เพื่อให้เก็บได้นาน ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน พบได้ใน มาการีน เนยขาว ครีมเทียม หรือในผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เช่น คุกกี้ โดนัท เค้ก พาย อาหารจานด่วน เช่น เฟรนช์ฟรายส์ แฮมเบอร์เกอร์ ขนมกรุบกรอบทั้งหลาย

   ส่งผลต่อร่างกาย การรับประทานไขมันทรานส์ในปริมาณมาก จะไปเพิ่มไขมันไม่ดีในเลือด (LDL-Cholesterol) และลดไขมันที่ดีในเลือด (HDL-Cholesterol) เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ทราบได้อย่างไรว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้มีไขมันทรานส์

  1. อ่านฉลากโภชนาการ ว่ามีไขมันทรานส์ในผลิตภัณฑ์นี้หรือไม่
  2. อ่านส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ หากมีส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partial hydrogenation) หรือ น้ำมันที่ผ่านการเติมไฮโดรเจน (Hydrogenated oil) ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นอาจมีไขมันทรานส์ได้ ถึงแม้ว่าบนฉลากโภชนาการจะระบุว่า Trans fat 0.0 g เนื่องจากตามกฎหมายหากมีไขมันทรานส์ น้อยกว่า 0.5 g ให้ระบุบนฉลากได้ว่าเป็น Trans fat 0.0 g
  3. หากผลิตภัณฑ์ไม่มีฉลากโภชนาการหรือฉลากอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เช่น คุกกี้ โดนัท เค้ก พาย อาหารจานด่วน เช่น เฟรนช์ฟรายส์ แฮมเบอร์เกอร์ ขนมกรุบกรอบทั้งหลายก็ให้รับประทานแต่น้อย และไม่บ่อยครั้ง

   การเลือกรับประทานไขมันที่ดีก็อาจมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่การรับประทานไขมันในปริมาณที่มากจนเกินพอดี ก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนได้

ข้อมูลจาก นักกำหนดอาหาร แผนกโภชนาการ คลิก!! ติดตามข่าวสารกับนักกำหนดอาหาร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 2 โซน D


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง