สูบบุหรี่ตลอด เสี่ยงโรคถุงลมโป่งพอง ป้องกันและรักษาอย่างไรดี?

โรคถุงลมโป่งพอง หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic obstructive pulmonary disease หรือ COPD) คือ โรคปอดชนิดเรื้อรังที่ผู้ป่วยจะมีพยาธิสภาพของถุงลมโป่งพองและ/หรือหลอดลมอักเสบเรื้อรังเกิดร่วมกัน

สาเหตุโรคถุงลมโป่งพอง

อาการโรคถุงลมโป่งพอง

  • เหนื่อย
  • ไอ
  • มีเสมหะ

 

 

 

ปัจจัยเสี่ยงโรคถุงลมโป่งพอง

ปัจจัยเสี่ยงโรคถุงลมโป่งพอง (COPD) ในทั่วโลก คือ การสูบบุหรี่ประมาณ 20% ของผู้ที่สูบบุหรี่จะเป็นโรคถุงลมโป่งพอง และครึ่งหนึ่งของผู้ที่สูบบุหรี่เป็นเวลานานเกือบชั่วชีวิตจะเป็นโรคถุงลมโป่งพอง

การอยู่ใกล้ชิดผู้ที่สูบบุหรี่เป็นสาเหตุของโรคถุงลมโป่งพอง ประมาณ 20% การสูบประเภทอื่น ๆ เช่น การสูบกัญชา ซิการ์ และไปป์น้ำ ก็ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน

วินิจฉัยโรคถุงลมโป่งพอง

การวินิจฉัยโรคถุงลมโป่งพอง ใช้การตรจสมรรถภาพปอด (Spirometry) ในผู้ที่มีอาการเหนื่อย การไอเรื้อรัง มีเสมหะ และมีประวัติสัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงของโรค จากนั้นจึงใช้การตรวจสมรรถภาพปอดเพื่อยืนยันการวินิจฉัย

แนวทางการดูแลและวิธีรักษาโรคถุงลมโป่งพอง

โรคถุงลมโป่งพอง เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ โดยการไม่สูบบุหรี่หรือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง หรือการเกิดโรคแต่เมื่อเกิดโรคแล้วการดูแลรักษาจะประกอบไปด้วยการประเมิน และติดตามโรค การลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค (reduce risk factors) การดูแลผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพองในช่วงที่โรคสงบ (manages table COPD) การดูแลรักษาช่วงที่มีการกำเริบของโรคเฉียบพลัน (manage exacerbations) แม้ว่าโรคถุงลมโป่งพองจะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถชะลอการดำเนินโรค บรรเทาอาการของโรค ป้องกันและรักษาภาวะแทรกซ้อนรวมถึงอาการกำเริบเฉียบพลันได้ โดยวิธีที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ขึ้นได้มีดังนี้

  • เลิกสูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่เป็นสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอันดับแรกของโรคถุงลมโป่งพอง การเลิกบุหรี่จะช่วยไม่ให้อาการของผู้ป่วยแย่ลงและทำให้หายใจได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงมลพิษในอากาศ และการอยู่ในสถานที่ที่มีละอองสารเคมี
  • การรักษาด้วยยา เป็นการรักษาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอาการ ลดการกำเริบ ซึ่งการเลือกใช้ยาจะเป็นไปตามอาการและระดับความรุนแรงของโรค สำหรับกลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ได้แก่ ยาขยายหลอดลม, ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดสูด, ยาปฏิชีวนะ
  • การรักษาอื่น ๆ เช่น การบำบัดด้วยออกซิเจน การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพื่อลดโอกาสเจ็บป่วยรุนแรง การฟื้นฟูสมรรถภาพปอดด้วยกายภาพบำบัด

Q&A เรื่องโรคถุงลมโป่งพอง

1. โรคถุงลมโป่งพอง (COPD) คืออะไร?

ตอบ: คือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่เกิดจากความเสียหายของถุงลมและหลอดลม ส่งผลให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง ผู้ป่วยจึงมีอาการเหนื่อยหอบและหายใจลำบากอย่างต่อเนื่อง

2. สาเหตุหลักของโรคถุงลมโป่งพองเกิดจากอะไร?

ตอบ: ปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 คือ การสูบบุหรี่ นอกจากนี้ยังเกิดจากการสูดดมควันบุหรี่มือสอง มลพิษทางอากาศ (เช่น ฝุ่น ควัน สารเคมี) และปัจจัยทางพันธุกรรม

3. ไม่สูบบุหรี่ มีโอกาสเป็นโรคถุงลมโป่งพองไหม?

ตอบ: มีโอกาส โดยผู้ที่อยู่ใกล้ชิดและสูดดมควันบุหรี่มือสองเป็นประจำ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้สูงถึง 20% รวมถึงผู้ที่สัมผัสมลพิษทางอากาศและละอองสารเคมีเป็นเวลานาน

4. อาการเตือนของโรคถุงลมโป่งพองมีอะไรบ้าง?

ตอบ: อาการสำคัญที่พบได้บ่อย 3 อย่าง คือ มีอาการเหนื่อยหอบง่าย (โดยเฉพาะเวลาออกแรง), ไอเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ และมีเสมหะมากผิดปกติ

5. แพทย์มีวิธีวินิจฉัยโรคถุงลมโป่งพองอย่างไร?

ตอบ: แพทย์จะซักประวัติความเสี่ยงและอาการ จากนั้นจะทำการตรวจสมรรถภาพปอด (Spirometry) เพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยอย่างแม่นยำ

6. โรคถุงลมโป่งพองสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

ตอบ: ปัจจุบันโรคถุงลมโป่งพองยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากเนื้อเยื่อปอดที่เสียหายไปแล้วไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิม แต่การรักษาจะช่วยชะลอไม่ให้อาการแย่ลงได้

7. วิธีการรักษาและควบคุมอาการโรคถุงลมโป่งพองมีอะไรบ้าง?

ตอบ: แนวทางการรักษาประกอบด้วย การเลิกสูบบุหรี่, หลีกเลี่ยงมลพิษ, การใช้ยา (เช่น ยาขยายหลอดลม ยาสเตียรอยด์พ่น ยาปฏิชีวนะ), การบำบัดด้วยออกซิเจน และการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพปอด

8: สิ่งที่สำคัญที่สุดในการรักษาโรคถุงลมโป่งพองคืออะไร?

ตอบ: การเลิกสูบบุหรี่ทันที คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะช่วยหยุดยั้งไม่ให้เนื้อเยื่อปอดถูกทำลายเพิ่มขึ้น บรรเทาอาการเหนื่อย และทำให้ผู้ป่วยหายใจได้ดีขึ้น

9. ทำไมผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพองจึงควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่?

ตอบ: เพื่อช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการกำเริบเฉียบพลัน (Exacerbations) และลดความรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาล

10. หากต้องการปรึกษาเรื่องโรคถุงลมโป่งพองที่ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ต้องติดต่อที่ไหน?

ตอบ: สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์ระบบการหายใจ ชั้น 3 โซน C โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ระบบการหายใจ ชั้น 3 โซน C

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 โรคถุงลมโป่งพอง หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic obstructive pulmonary disease หรือ COPD) คือ โรคปอดชนิดเรื้อรังที่ผู้ป่วยจะมีพยาธิสภาพของถุงลมโป่งพองและ/หรือหลอดลมอักเสบเรื้อรังเกิดร่วมกัน

สาเหตุโรคถุงลมโป่งพอง

อาการโรคถุงลมโป่งพอง

  • เหนื่อย
  • ไอ
  • มีเสมหะ

 

 

 

ปัจจัยเสี่ยงโรคถุงลมโป่งพอง

ปัจจัยเสี่ยงโรคถุงลมโป่งพอง (COPD) ในทั่วโลก คือ การสูบบุหรี่ประมาณ 20% ของผู้ที่สูบบุหรี่จะเป็นโรคถุงลมโป่งพอง และครึ่งหนึ่งของผู้ที่สูบบุหรี่เป็นเวลานานเกือบชั่วชีวิตจะเป็นโรคถุงลมโป่งพอง

การอยู่ใกล้ชิดผู้ที่สูบบุหรี่เป็นสาเหตุของโรคถุงลมโป่งพอง ประมาณ 20% การสูบประเภทอื่น ๆ เช่น การสูบกัญชา ซิการ์ และไปป์น้ำ ก็ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน

วินิจฉัยโรคถุงลมโป่งพอง

การวินิจฉัยโรคถุงลมโป่งพอง ใช้การตรจสมรรถภาพปอด (Spirometry) ในผู้ที่มีอาการเหนื่อย การไอเรื้อรัง มีเสมหะ และมีประวัติสัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงของโรค จากนั้นจึงใช้การตรวจสมรรถภาพปอดเพื่อยืนยันการวินิจฉัย

แนวทางการดูแลและวิธีรักษาโรคถุงลมโป่งพอง

โรคถุงลมโป่งพอง เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ โดยการไม่สูบบุหรี่หรือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง หรือการเกิดโรคแต่เมื่อเกิดโรคแล้วการดูแลรักษาจะประกอบไปด้วยการประเมิน และติดตามโรค การลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค (reduce risk factors) การดูแลผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพองในช่วงที่โรคสงบ (manages table COPD) การดูแลรักษาช่วงที่มีการกำเริบของโรคเฉียบพลัน (manage exacerbations) แม้ว่าโรคถุงลมโป่งพองจะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถชะลอการดำเนินโรค บรรเทาอาการของโรค ป้องกันและรักษาภาวะแทรกซ้อนรวมถึงอาการกำเริบเฉียบพลันได้ โดยวิธีที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ขึ้นได้มีดังนี้

  • เลิกสูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่เป็นสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอันดับแรกของโรคถุงลมโป่งพอง การเลิกบุหรี่จะช่วยไม่ให้อาการของผู้ป่วยแย่ลงและทำให้หายใจได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงมลพิษในอากาศ และการอยู่ในสถานที่ที่มีละอองสารเคมี
  • การรักษาด้วยยา เป็นการรักษาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอาการ ลดการกำเริบ ซึ่งการเลือกใช้ยาจะเป็นไปตามอาการและระดับความรุนแรงของโรค สำหรับกลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ได้แก่ ยาขยายหลอดลม, ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดสูด, ยาปฏิชีวนะ
  • การรักษาอื่น ๆ เช่น การบำบัดด้วยออกซิเจน การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพื่อลดโอกาสเจ็บป่วยรุนแรง การฟื้นฟูสมรรถภาพปอดด้วยกายภาพบำบัด

Q&A เรื่องโรคถุงลมโป่งพอง

1. โรคถุงลมโป่งพอง (COPD) คืออะไร?

ตอบ: คือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่เกิดจากความเสียหายของถุงลมและหลอดลม ส่งผลให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง ผู้ป่วยจึงมีอาการเหนื่อยหอบและหายใจลำบากอย่างต่อเนื่อง

2. สาเหตุหลักของโรคถุงลมโป่งพองเกิดจากอะไร?

ตอบ: ปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 คือ การสูบบุหรี่ นอกจากนี้ยังเกิดจากการสูดดมควันบุหรี่มือสอง มลพิษทางอากาศ (เช่น ฝุ่น ควัน สารเคมี) และปัจจัยทางพันธุกรรม

3. ไม่สูบบุหรี่ มีโอกาสเป็นโรคถุงลมโป่งพองไหม?

ตอบ: มีโอกาส โดยผู้ที่อยู่ใกล้ชิดและสูดดมควันบุหรี่มือสองเป็นประจำ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้สูงถึง 20% รวมถึงผู้ที่สัมผัสมลพิษทางอากาศและละอองสารเคมีเป็นเวลานาน

4. อาการเตือนของโรคถุงลมโป่งพองมีอะไรบ้าง?

ตอบ: อาการสำคัญที่พบได้บ่อย 3 อย่าง คือ มีอาการเหนื่อยหอบง่าย (โดยเฉพาะเวลาออกแรง), ไอเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ และมีเสมหะมากผิดปกติ

5. แพทย์มีวิธีวินิจฉัยโรคถุงลมโป่งพองอย่างไร?

ตอบ: แพทย์จะซักประวัติความเสี่ยงและอาการ จากนั้นจะทำการตรวจสมรรถภาพปอด (Spirometry) เพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยอย่างแม่นยำ

6. โรคถุงลมโป่งพองสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

ตอบ: ปัจจุบันโรคถุงลมโป่งพองยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากเนื้อเยื่อปอดที่เสียหายไปแล้วไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิม แต่การรักษาจะช่วยชะลอไม่ให้อาการแย่ลงได้

7. วิธีการรักษาและควบคุมอาการโรคถุงลมโป่งพองมีอะไรบ้าง?

ตอบ: แนวทางการรักษาประกอบด้วย การเลิกสูบบุหรี่, หลีกเลี่ยงมลพิษ, การใช้ยา (เช่น ยาขยายหลอดลม ยาสเตียรอยด์พ่น ยาปฏิชีวนะ), การบำบัดด้วยออกซิเจน และการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพปอด

8: สิ่งที่สำคัญที่สุดในการรักษาโรคถุงลมโป่งพองคืออะไร?

ตอบ: การเลิกสูบบุหรี่ทันที คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะช่วยหยุดยั้งไม่ให้เนื้อเยื่อปอดถูกทำลายเพิ่มขึ้น บรรเทาอาการเหนื่อย และทำให้ผู้ป่วยหายใจได้ดีขึ้น

9. ทำไมผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพองจึงควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่?

ตอบ: เพื่อช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการกำเริบเฉียบพลัน (Exacerbations) และลดความรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาล

10. หากต้องการปรึกษาเรื่องโรคถุงลมโป่งพองที่ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ต้องติดต่อที่ไหน?

ตอบ: สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์ระบบการหายใจ ชั้น 3 โซน C โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ระบบการหายใจ ชั้น 3 โซน C

บทความที่เกี่ยวข้อง

 


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง