เลิกบุหรี่ ด้วยตนเอง STOP SMOKING

ทำไมถึงต้องเลิกบุหรี่?

     บุหรี่ เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสป่วยเป็นโรคต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ หรือโรคถุงลมโป่งพอง มากกว่าคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่

     บุหรี่มือสอง นอกจากอันตรายกับผู้ที่สูบบุหรี่โดยตรงแล้ว ผู้ที่ไม่ได้สูบแต่ได้รับควันบุหรี่ก็มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคเหล่านี้เพิ่มด้วย

เลิกบุหรี่ด้วยตัวเองทำอย่างไร?

     1. หาเหตุผลให้ตนเองว่าเลิกเพราะอะไร? บุหรี่เป็นสารเสพติดที่เลิกยากชนิดหนึ่ง ดังนั้น ผู้ที่จะเลิกได้สำเร็จส่วนใหญ่ ต้องมีความมุ่งมั่นที่จะเลิก วิธีสร้างความมุ่งมั่น คือหาเหตุผลว่าทำไมต้องเลิก เช่น

  • เหตุผลด้านสุขภาพของตนเอง หรือสมาชิกครอบครัว
  • เหตุผลด้านการเงิน

     2. กำหนดวันที่จะเลิกให้ชัดเจน เมื่อตัดสินใจที่จะเลิกแล้ว ควรที่จะกำหนดวันที่จะเลิกสูบให้ชัดเจน แต่ควรเริ่มภายใน 2 สัปดาห์ ถ้าใกล้วันสำคัญ เช่น วันปีใหม่ วันเกิด ก็อาจใช้วันเหล่านี้เป็นวันเริ่มต้นของการเลิกสูบบุหรี่ได้

     3. บอกคนรอบข้างให้ทราบว่าเราได้ตัดสินใจที่จะเลิกบุหรี่ คนในครอบครัว เพื่อน หรือผู้ร่วมงาน คนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะคอยเป็นกำลังใจหรือเตือนเราเมื่อเราจะสูบบุหรี่ และยังทำให้เราไม่กล้าสูบต่อหน้าคนเหล่านี้

     4. ทิ้งบุหรี่ และอุปกรณ์เกี่ยวกับการสูบบุหรี่ โดยคืนก่อนวันเริ่มต้นเลิกบุหรี่ให้ทิ้งบุหรี่และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้หมด เพราะถ้าไม่มีบุหรี่เราก็ไม่สามารถสูบบุหรี่ได้ นอกจากนี้ ถ้ามีการซื้อบุหรี่และนึกได้ให้ทิ้งบุหรี่ที่เหลือให้หมด ไม่ให้เก็บไว้สูบต่อ

     5. ใช้หมากฝรั่งเลิกบุหรี่ nicotine gum หรือแผ่นแปะ nicotine patch ระหว่างเลิกบุหรี่อาจมีอาการอยากสูบบุหรี่ บางคนมีอารมณ์หงุดหงิด กระวนกระวายร่วมด้วย การใช้หมากฝรั่ง หรือแผ่นแปะเลิกบุหรี่สามารถช่วยลดอาการต่าง ๆ ได้

     6. ห้ามท้อแท้ ผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จส่วนใหญ่ ไม่เลิกได้สำเร็จในการพยายามเลิกครั้งแรก หลายคนต้องพยายามหลายครั้งถึงจะสำเร็จได้ ดังนั้น ถ้าเลิกไม่ได้ในครั้งแรก อย่าท้อแท้ ให้เริ่มต้นใหม่

     7. ถ้าพยายามแล้วไม่สำเร็จให้ปรึกษาแพทย์ หรือคลินิกเลิกบุหรี่ เพื่อรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม

     8. ไม่ควรใช้บุหรี่ไฟฟ้าในการเลิกบุหรี่ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ปลอดภัย การที่ร่างกายได้รับนิโคตินในปริมาณที่สูงอาจเป็นอันตรายได้ และมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้ น้ำยาที่ใช้สำหรับบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อโดนความร้อนแล้วจะมีปฏิกิริยาทำให้เปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็ง เป็นอันตรายกับผู้สูบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 2 โซน D

ทำไมถึงต้องเลิกบุหรี่?

     บุหรี่ เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสป่วยเป็นโรคต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ หรือโรคถุงลมโป่งพอง มากกว่าคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่

     บุหรี่มือสอง นอกจากอันตรายกับผู้ที่สูบบุหรี่โดยตรงแล้ว ผู้ที่ไม่ได้สูบแต่ได้รับควันบุหรี่ก็มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคเหล่านี้เพิ่มด้วย

เลิกบุหรี่ด้วยตัวเองทำอย่างไร?

     1. หาเหตุผลให้ตนเองว่าเลิกเพราะอะไร? บุหรี่เป็นสารเสพติดที่เลิกยากชนิดหนึ่ง ดังนั้น ผู้ที่จะเลิกได้สำเร็จส่วนใหญ่ ต้องมีความมุ่งมั่นที่จะเลิก วิธีสร้างความมุ่งมั่น คือหาเหตุผลว่าทำไมต้องเลิก เช่น

  • เหตุผลด้านสุขภาพของตนเอง หรือสมาชิกครอบครัว
  • เหตุผลด้านการเงิน

     2. กำหนดวันที่จะเลิกให้ชัดเจน เมื่อตัดสินใจที่จะเลิกแล้ว ควรที่จะกำหนดวันที่จะเลิกสูบให้ชัดเจน แต่ควรเริ่มภายใน 2 สัปดาห์ ถ้าใกล้วันสำคัญ เช่น วันปีใหม่ วันเกิด ก็อาจใช้วันเหล่านี้เป็นวันเริ่มต้นของการเลิกสูบบุหรี่ได้

     3. บอกคนรอบข้างให้ทราบว่าเราได้ตัดสินใจที่จะเลิกบุหรี่ คนในครอบครัว เพื่อน หรือผู้ร่วมงาน คนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะคอยเป็นกำลังใจหรือเตือนเราเมื่อเราจะสูบบุหรี่ และยังทำให้เราไม่กล้าสูบต่อหน้าคนเหล่านี้

     4. ทิ้งบุหรี่ และอุปกรณ์เกี่ยวกับการสูบบุหรี่ โดยคืนก่อนวันเริ่มต้นเลิกบุหรี่ให้ทิ้งบุหรี่และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้หมด เพราะถ้าไม่มีบุหรี่เราก็ไม่สามารถสูบบุหรี่ได้ นอกจากนี้ ถ้ามีการซื้อบุหรี่และนึกได้ให้ทิ้งบุหรี่ที่เหลือให้หมด ไม่ให้เก็บไว้สูบต่อ

     5. ใช้หมากฝรั่งเลิกบุหรี่ nicotine gum หรือแผ่นแปะ nicotine patch ระหว่างเลิกบุหรี่อาจมีอาการอยากสูบบุหรี่ บางคนมีอารมณ์หงุดหงิด กระวนกระวายร่วมด้วย การใช้หมากฝรั่ง หรือแผ่นแปะเลิกบุหรี่สามารถช่วยลดอาการต่าง ๆ ได้

     6. ห้ามท้อแท้ ผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จส่วนใหญ่ ไม่เลิกได้สำเร็จในการพยายามเลิกครั้งแรก หลายคนต้องพยายามหลายครั้งถึงจะสำเร็จได้ ดังนั้น ถ้าเลิกไม่ได้ในครั้งแรก อย่าท้อแท้ ให้เริ่มต้นใหม่

     7. ถ้าพยายามแล้วไม่สำเร็จให้ปรึกษาแพทย์ หรือคลินิกเลิกบุหรี่ เพื่อรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม

     8. ไม่ควรใช้บุหรี่ไฟฟ้าในการเลิกบุหรี่ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ปลอดภัย การที่ร่างกายได้รับนิโคตินในปริมาณที่สูงอาจเป็นอันตรายได้ และมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้ น้ำยาที่ใช้สำหรับบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อโดนความร้อนแล้วจะมีปฏิกิริยาทำให้เปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็ง เป็นอันตรายกับผู้สูบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 2 โซน D


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง