เฝ้าระวังศีรษะกระแทก 72 ชั่วโมง (Head Crash)

#คลินิกผู้ป่วยฉุกเฉิน #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ศีรษะกระแทก #สมองกระทบกระเทือน #บาดเจ็บที่ศีรษะ #กะโหลกร้าว #สมองช้ำ #เลือดคั่งในสมอง #ง่วงซึม #กระสับกระส่าย #ชัก #ชา #ตาพร่ามัว #ชีพจรเต้นช้า #มีไข้สูง

   การที่ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสมองได้ ในกรณีที่ศีรษะบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้ว แพทย์จะอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้โดยยังต้องสังเกตอาการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 72 ชั่วโมง เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่มีต่อสมองส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นได้ทันที และภายใน 72 ชั่วโมง หรืออาจเกิดขึ้นได้หลัง 72 ชั่วโมงไปแล้ว 

อาการที่มักพบจากการได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะ

1.บาดแผลที่หนังศีรษะ
2.กะโหลกศีรษะแตกร้าวหรือหรือยุบ
3.สมองกระทบกระเทือน
4.สมองซ้ำ
5.เลือดคั่งในสมอง

#คลินิกผู้ป่วยฉุกเฉิน #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ศีรษะกระแทก #สมองกระทบกระเทือน #บาดเจ็บที่ศีรษะ #กะโหลกร้าว #สมองช้ำ #เลือดคั่งในสมอง #ง่วงซึม #กระสับกระส่าย #ชัก #ชา #ตาพร่ามัว #ชีพจรเต้นช้า #มีไข้สูง


อาการผิดปกติที่พบได้บ่อย ที่บ่งชี้ว่าผู้ป่วยควรกลับไปพบแพทย์


- ง่วงซึมมากกว่าปกติ นอนนาน ปลุกไม่ตื่น ไม่รู้ตัว หรือ หมดสติ 
- กระสับกระส่ายมาก พูดลำบาก 
- ชัก หรือเกร็งกระตุก 
- ชา หรือกำลังแขนขา ลดน้อยลงกว่าเดิม
- ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัดเจน หรือมองเห็นเป็นภาพซ้อน
- ชีพจรเต้นช้ามาก
- มีไข้สูง ปวดตุบๆ ในลูกตา
- อาเจียนพุ่ง หรืออาเจียนรุนแรง
- ปวดศีรษะอย่างรุนแรง โดยไม่ทุเลา
- มีน้ำใส หรือน้ำใสปนเลือด ออกจากหู จมูก หรือไหลลงคอ
- ปวดต้นคอ ขยับคอลำบาก

คำแนะนำการปฏิบัติตัวผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะ 


1. งดออกกำลังกายทุกชนิดที่มีการกระแทก เช่น ฟุตบอล วอลลเล่ย์บอล แบดมินตัน เทนนิส เป็นเวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์ หรือปรึกษาแพทย์หากไม่ทราบ
2. หลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
4. งดใช้ยาทุกชนิดที่ทำให้มีอาการง่วงซึม เช่น ยานอนหลับ ยาระงับปวดรุนแรง นอกเหนือจากแพทย์สั่ง หรือปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนรับประทานยาใดๆ 
5. ผู้ป่วยควรมีผู้ดูแล ที่สามารถสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ภายหลัง 24 ชั่วโมงแรก  โดยประเมินความรู้สึกตัวของผู้ป่วยว่าเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ทุก 2-4 ชั่วโมง หลังจากที่ได้รับการอนุญาตให้ไปพักรักษาตัวที่บ้าน
6. หากมีอาการบวมบริเวณที่บาดเจ็บให้ประคบด้วยความเย็น ถ้าไม่ยุบบวม หรือ บวมมากขึ้นกว่าเดิมให้กลับมาพบแพทย์

หากพบอาการผิดปกติตามข้อใดข้อหนึ่งที่กล่าวเบื้องต้น ให้กลับมาพบแพทย์ทันที กรณีฉุกเฉิน

หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมโทรสอบถามได้ที่ เบอร์ 1474

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! คลินิกผู้ป่วยฉุกเฉิน ชั้น 1 โซน A

#คลินิกผู้ป่วยฉุกเฉิน #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ศีรษะกระแทก #สมองกระทบกระเทือน #บาดเจ็บที่ศีรษะ #กะโหลกร้าว #สมองช้ำ #เลือดคั่งในสมอง #ง่วงซึม #กระสับกระส่าย #ชัก #ชา #ตาพร่ามัว #ชีพจรเต้นช้า #มีไข้สูง

   การที่ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสมองได้ ในกรณีที่ศีรษะบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้ว แพทย์จะอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้โดยยังต้องสังเกตอาการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 72 ชั่วโมง เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่มีต่อสมองส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นได้ทันที และภายใน 72 ชั่วโมง หรืออาจเกิดขึ้นได้หลัง 72 ชั่วโมงไปแล้ว 

อาการที่มักพบจากการได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะ

1.บาดแผลที่หนังศีรษะ
2.กะโหลกศีรษะแตกร้าวหรือหรือยุบ
3.สมองกระทบกระเทือน
4.สมองซ้ำ
5.เลือดคั่งในสมอง

#คลินิกผู้ป่วยฉุกเฉิน #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ศีรษะกระแทก #สมองกระทบกระเทือน #บาดเจ็บที่ศีรษะ #กะโหลกร้าว #สมองช้ำ #เลือดคั่งในสมอง #ง่วงซึม #กระสับกระส่าย #ชัก #ชา #ตาพร่ามัว #ชีพจรเต้นช้า #มีไข้สูง


อาการผิดปกติที่พบได้บ่อย ที่บ่งชี้ว่าผู้ป่วยควรกลับไปพบแพทย์


- ง่วงซึมมากกว่าปกติ นอนนาน ปลุกไม่ตื่น ไม่รู้ตัว หรือ หมดสติ 
- กระสับกระส่ายมาก พูดลำบาก 
- ชัก หรือเกร็งกระตุก 
- ชา หรือกำลังแขนขา ลดน้อยลงกว่าเดิม
- ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัดเจน หรือมองเห็นเป็นภาพซ้อน
- ชีพจรเต้นช้ามาก
- มีไข้สูง ปวดตุบๆ ในลูกตา
- อาเจียนพุ่ง หรืออาเจียนรุนแรง
- ปวดศีรษะอย่างรุนแรง โดยไม่ทุเลา
- มีน้ำใส หรือน้ำใสปนเลือด ออกจากหู จมูก หรือไหลลงคอ
- ปวดต้นคอ ขยับคอลำบาก

คำแนะนำการปฏิบัติตัวผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะ 


1. งดออกกำลังกายทุกชนิดที่มีการกระแทก เช่น ฟุตบอล วอลลเล่ย์บอล แบดมินตัน เทนนิส เป็นเวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์ หรือปรึกษาแพทย์หากไม่ทราบ
2. หลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
4. งดใช้ยาทุกชนิดที่ทำให้มีอาการง่วงซึม เช่น ยานอนหลับ ยาระงับปวดรุนแรง นอกเหนือจากแพทย์สั่ง หรือปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนรับประทานยาใดๆ 
5. ผู้ป่วยควรมีผู้ดูแล ที่สามารถสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ภายหลัง 24 ชั่วโมงแรก  โดยประเมินความรู้สึกตัวของผู้ป่วยว่าเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ทุก 2-4 ชั่วโมง หลังจากที่ได้รับการอนุญาตให้ไปพักรักษาตัวที่บ้าน
6. หากมีอาการบวมบริเวณที่บาดเจ็บให้ประคบด้วยความเย็น ถ้าไม่ยุบบวม หรือ บวมมากขึ้นกว่าเดิมให้กลับมาพบแพทย์

หากพบอาการผิดปกติตามข้อใดข้อหนึ่งที่กล่าวเบื้องต้น ให้กลับมาพบแพทย์ทันที กรณีฉุกเฉิน

หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมโทรสอบถามได้ที่ เบอร์ 1474

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! คลินิกผู้ป่วยฉุกเฉิน ชั้น 1 โซน A


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง