ภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด คืออะไร? สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา
ภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด หมายถึง ภาวะปัสสาวะเล็ด/รั่ว ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่มีการเพิ่มขึ้นของความดันในช่องท้อง เช่น ไอ จาม หัวเราะ ออกกำลังกาย หรือยกของหนัก ผู้ป่วยมักไม่มีความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะ แต่ปัสสาวะที่เล็ดจะมีปริมาณไม่มาก บางครั้งผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องใส่ผ้าอนามัยรอง เพื่อช่วยขับไม่ให้ปัสสาวะเปรอะเปื้อน หากมีอาการรุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก
สาเหตุของภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด
เกิดได้ทั้งจากความผิดปกติภายในท่อปัสสาวะหรือกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันซึ่งอยู่โดยรอบท่อปัสสาวะเกิดความเสียหาย จนไม่สามารถทำหน้าที่ยึดพยุงท่อปัสสาวะไว้ได้
ปัจจัยเสี่ยงของภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด
- ผู้ที่ตั้งครรภ์และคลอดทางช่องคลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีคลอดยาก หรือใช้เครื่องมือช่วยคลอด
- ภาวะโรคอ้วน
- ภาวะที่มีแรงดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น เช่น ไอเรื้อรัง ท้องผูก และยกของหนัก
การวินิจฉัยภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด
แพทย์สามารถให้การวินิจฉัยจากการสอบถามอาการผิดปกติ ประเมินจากการจดบันทึกปริมาณปัสสาวะ (Bladder Diary) การตรวจภายใน การตรวจภาวะปัสสาวะเล็ดโดยให้ผู้ป่วยไอ (Cough test) และการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการ (Urodynamic) โดยแพทย์จะทำการประเมินระดับความรุนแรงเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

การรักษาภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด
1. การรักษาแบบประคับประคอง ได้แก่
- ลดน้ำหนัก
- การฝึกกลั้นปัสสาวะโดยการปรับเปลี่ยนท่าทาง เช่น ไขว้ขา ก้มตัวไปข้างหน้า
- การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยการขมิบช่องคลอด (Kegel exercise)
- การใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงในช่องคลอด
2. การรักษาโดยการผ่าตัด ได้แก่
- การผ่าตัดทางหน้าท้อง เป็นการผ่าตัดเพื่อเย็บผนังช่องคลอดทางด้านหน้ามาช่วยเสริมความแข็งแรงของท่อปัสสาวะ (Burch Colposuspension) ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลดีและราคาไม่แพง แต่ข้อเสีย คือ เจ็บแผล ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและอาจมีปัญหาปัสสาวะไม่ออกหลังผ่าตัดได้
- การผ่าตัดทางช่องคลอด โดยใช้วัสดุสังเคราะห์หรือเทปวางใต้ท่อปัสสาวะเพื่อเสริมความแข็งแรงและป้องกันภาวะปัสสาวะเล็ดขณะไอจาม เป็นวิธีมาตรฐานที่นิยมใช้ในการรักษาเนื่องจากใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน ไม่มีแผลผ่าตัดทางหน้าท้องและผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว ปัจจุบันมีหลายในการผ่าตัด ได้แก่ TVT-O, Monarch, Miniarc และ TVT ซึ่งแต่ละวิธีอาศัยหลักการเดียวกัน
ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด
ถึงแม้การรักษาโดยการผ่าตัดจะมีประสิทธิภาพสูง แต่ข้อเสียคือ ค่าใช้จ่ายสูง หลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดขาหนีบ ปัสสาวะลำบาก และอาจมีอาการเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์จากเทปสังเคราะห์ ซึ่งอาจโผล่พ้นบริเวณที่เย็บปิดไว้ (Mesh Extrusion) ทำให้เจ็บและมีเลือดออกได้
อาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์หลังผ่าตัด
- เลือดออกมากผิดปกติทางช่องคลอด
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็น
- ปัสสาวะไม่ออก ต้องเบ่งขณะปัสสาวะ
- มีไข้สูง
Q&A เกี่ยวกับไอ จาม ปัสสาวะเล็ด
1. ภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด คืออะไร?
ตอบ: เป็นภาวะที่มีปัสสาวะรั่วออกมาโดยไม่รู้ตัว ขณะเกิดแรงดันในช่องท้อง เช่น ไอ จาม หัวเราะ หรือยกของหนัก โดยมักไม่มีความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะก่อน
2. สาเหตุหลักของอาการปัสสาวะเล็ดขณะไอจามคืออะไร?
ตอบ: เกิดจากความเสียหายของท่อปัสสาวะ กล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบท่อปัสสาวะหย่อนยาน ทำให้ไม่สามารถพยุงท่อปัสสาวะไว้ได้เมื่อช่องท้องมีแรงดันสูง
3. ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดภาวะปัสสาวะเล็ดมากที่สุด?
ตอบ: ผู้ที่ตั้งครรภ์และคลอดบุตรทางช่องคลอด (โดยเฉพาะคลอดยาก), ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน และผู้ที่มีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นเรื้อรัง เช่น ไอเรื้อรัง หรือท้องผูก
4. วิธีรักษาอาการปัสสาวะเล็ดแบบไม่ต้องผ่าตัดมีอะไรบ้าง?
ตอบ: ประกอบด้วยการลดน้ำหนัก, การฝึกกลั้นปัสสาวะ, การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel exercise), และการใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงในช่องคลอด
5. การผ่าตัดรักษาภาวะปัสสาวะเล็ดมีกี่แบบ อะไรบ้าง?
ตอบ: มี 2 แบบหลัก ได้แก่ การผ่าตัดทางหน้าท้องเพื่อเย็บเสริมความแข็งแรง (Burch Colposuspension) และการผ่าตัดทางช่องคลอดโดยใช้เทปสังเคราะห์พยุงท่อปัสสาวะ (เช่น TVT-O, Monarch)
6. การตรวจ Urodynamic คืออะไร และจำเป็นไหม?
ตอบ: คือการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการเพื่อประเมินการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและประเมินระดับความรุนแรงของโรคได้อย่างแม่นยำ
7. อาการผิดปกติหลังผ่าตัดที่ต้องรีบไปพบแพทย์ด่วนมีอะไรบ้าง?
ตอบ: มีเลือดออกมากผิดปกติทางช่องคลอด, ตกขาวมีกลิ่นเหม็น, ปัสสาวะไม่ออกหรือต้องออกแรงเบ่ง, และมีไข้สูง
8. การขมิบช่องคลอด (Kegel exercise) ช่วยลดปัสสาวะเล็ดได้อย่างไร?
ตอบ: ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ทำให้กล้ามเนื้อสามารถพยุงท่อปัสสาวะและควบคุมการขับถ่ายได้ดีขึ้น
9. ปัสสาวะเล็ดตอนไอจามอันตรายไหม?
ตอบ: ตัวโรคไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต สุขอนามัย และความมั่นใจอย่างมาก หากปล่อยทิ้งไว้อาการอาจรุนแรงขึ้น
10. สามารถปรึกษาและเข้ารับการรักษาภาวะนี้ได้ที่ไหน?
ตอบ: สามารถเข้ารับคำปรึกษาและตรวจวินิจฉัยเฉพาะทางได้ที่ ศูนย์นรีเวช ชั้น 2 โซน E โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์นรีเวช ชั้น 2 โซน E
บทความที่เกี่ยวข้อง
ภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด หมายถึง ภาวะปัสสาวะเล็ด/รั่ว ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่มีการเพิ่มขึ้นของความดันในช่องท้อง เช่น ไอ จาม หัวเราะ ออกกำลังกาย หรือยกของหนัก ผู้ป่วยมักไม่มีความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะ แต่ปัสสาวะที่เล็ดจะมีปริมาณไม่มาก บางครั้งผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องใส่ผ้าอนามัยรอง เพื่อช่วยขับไม่ให้ปัสสาวะเปรอะเปื้อน หากมีอาการรุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก
สาเหตุของภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด
เกิดได้ทั้งจากความผิดปกติภายในท่อปัสสาวะหรือกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันซึ่งอยู่โดยรอบท่อปัสสาวะเกิดความเสียหาย จนไม่สามารถทำหน้าที่ยึดพยุงท่อปัสสาวะไว้ได้
ปัจจัยเสี่ยงของภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด
- ผู้ที่ตั้งครรภ์และคลอดทางช่องคลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีคลอดยาก หรือใช้เครื่องมือช่วยคลอด
- ภาวะโรคอ้วน
- ภาวะที่มีแรงดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น เช่น ไอเรื้อรัง ท้องผูก และยกของหนัก
การวินิจฉัยภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด
แพทย์สามารถให้การวินิจฉัยจากการสอบถามอาการผิดปกติ ประเมินจากการจดบันทึกปริมาณปัสสาวะ (Bladder Diary) การตรวจภายใน การตรวจภาวะปัสสาวะเล็ดโดยให้ผู้ป่วยไอ (Cough test) และการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการ (Urodynamic) โดยแพทย์จะทำการประเมินระดับความรุนแรงเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

การรักษาภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด
1. การรักษาแบบประคับประคอง ได้แก่
- ลดน้ำหนัก
- การฝึกกลั้นปัสสาวะโดยการปรับเปลี่ยนท่าทาง เช่น ไขว้ขา ก้มตัวไปข้างหน้า
- การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยการขมิบช่องคลอด (Kegel exercise)
- การใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงในช่องคลอด
2. การรักษาโดยการผ่าตัด ได้แก่
- การผ่าตัดทางหน้าท้อง เป็นการผ่าตัดเพื่อเย็บผนังช่องคลอดทางด้านหน้ามาช่วยเสริมความแข็งแรงของท่อปัสสาวะ (Burch Colposuspension) ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลดีและราคาไม่แพง แต่ข้อเสีย คือ เจ็บแผล ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและอาจมีปัญหาปัสสาวะไม่ออกหลังผ่าตัดได้
- การผ่าตัดทางช่องคลอด โดยใช้วัสดุสังเคราะห์หรือเทปวางใต้ท่อปัสสาวะเพื่อเสริมความแข็งแรงและป้องกันภาวะปัสสาวะเล็ดขณะไอจาม เป็นวิธีมาตรฐานที่นิยมใช้ในการรักษาเนื่องจากใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน ไม่มีแผลผ่าตัดทางหน้าท้องและผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว ปัจจุบันมีหลายในการผ่าตัด ได้แก่ TVT-O, Monarch, Miniarc และ TVT ซึ่งแต่ละวิธีอาศัยหลักการเดียวกัน
ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด
ถึงแม้การรักษาโดยการผ่าตัดจะมีประสิทธิภาพสูง แต่ข้อเสียคือ ค่าใช้จ่ายสูง หลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดขาหนีบ ปัสสาวะลำบาก และอาจมีอาการเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์จากเทปสังเคราะห์ ซึ่งอาจโผล่พ้นบริเวณที่เย็บปิดไว้ (Mesh Extrusion) ทำให้เจ็บและมีเลือดออกได้
อาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์หลังผ่าตัด
- เลือดออกมากผิดปกติทางช่องคลอด
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็น
- ปัสสาวะไม่ออก ต้องเบ่งขณะปัสสาวะ
- มีไข้สูง
Q&A เกี่ยวกับไอ จาม ปัสสาวะเล็ด
1. ภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด คืออะไร?
ตอบ: เป็นภาวะที่มีปัสสาวะรั่วออกมาโดยไม่รู้ตัว ขณะเกิดแรงดันในช่องท้อง เช่น ไอ จาม หัวเราะ หรือยกของหนัก โดยมักไม่มีความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะก่อน
2. สาเหตุหลักของอาการปัสสาวะเล็ดขณะไอจามคืออะไร?
ตอบ: เกิดจากความเสียหายของท่อปัสสาวะ กล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบท่อปัสสาวะหย่อนยาน ทำให้ไม่สามารถพยุงท่อปัสสาวะไว้ได้เมื่อช่องท้องมีแรงดันสูง
3. ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดภาวะปัสสาวะเล็ดมากที่สุด?
ตอบ: ผู้ที่ตั้งครรภ์และคลอดบุตรทางช่องคลอด (โดยเฉพาะคลอดยาก), ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน และผู้ที่มีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นเรื้อรัง เช่น ไอเรื้อรัง หรือท้องผูก
4. วิธีรักษาอาการปัสสาวะเล็ดแบบไม่ต้องผ่าตัดมีอะไรบ้าง?
ตอบ: ประกอบด้วยการลดน้ำหนัก, การฝึกกลั้นปัสสาวะ, การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel exercise), และการใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงในช่องคลอด
5. การผ่าตัดรักษาภาวะปัสสาวะเล็ดมีกี่แบบ อะไรบ้าง?
ตอบ: มี 2 แบบหลัก ได้แก่ การผ่าตัดทางหน้าท้องเพื่อเย็บเสริมความแข็งแรง (Burch Colposuspension) และการผ่าตัดทางช่องคลอดโดยใช้เทปสังเคราะห์พยุงท่อปัสสาวะ (เช่น TVT-O, Monarch)
6. การตรวจ Urodynamic คืออะไร และจำเป็นไหม?
ตอบ: คือการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการเพื่อประเมินการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและประเมินระดับความรุนแรงของโรคได้อย่างแม่นยำ
7. อาการผิดปกติหลังผ่าตัดที่ต้องรีบไปพบแพทย์ด่วนมีอะไรบ้าง?
ตอบ: มีเลือดออกมากผิดปกติทางช่องคลอด, ตกขาวมีกลิ่นเหม็น, ปัสสาวะไม่ออกหรือต้องออกแรงเบ่ง, และมีไข้สูง
8. การขมิบช่องคลอด (Kegel exercise) ช่วยลดปัสสาวะเล็ดได้อย่างไร?
ตอบ: ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ทำให้กล้ามเนื้อสามารถพยุงท่อปัสสาวะและควบคุมการขับถ่ายได้ดีขึ้น
9. ปัสสาวะเล็ดตอนไอจามอันตรายไหม?
ตอบ: ตัวโรคไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต สุขอนามัย และความมั่นใจอย่างมาก หากปล่อยทิ้งไว้อาการอาจรุนแรงขึ้น
10. สามารถปรึกษาและเข้ารับการรักษาภาวะนี้ได้ที่ไหน?
ตอบ: สามารถเข้ารับคำปรึกษาและตรวจวินิจฉัยเฉพาะทางได้ที่ ศูนย์นรีเวช ชั้น 2 โซน E โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์นรีเวช ชั้น 2 โซน E
บทความที่เกี่ยวข้อง


