การแพ้อาหารในผู้ใหญ่ (Adult Food Allergy)

การแพ้อาหารคืออะไร?
การแพ้อาหาร คือ ภาวะภูมิคุ้มกันไวเกินต่ออาหาร ซึ่งเกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันมองว่าอาหารที่เคยกินได้มาก่อนกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมและสร้างปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันไวเกิน ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาทีหรือหลายชั่วโมงหลังกินอาหารที่แพ้ การแพ้อาหารอาจเกิดตั้งแต่เด็กหรือเริ่มเกิดครั้งแรกในวัยผู้ใหญ่ทั้งที่ก่อนหน้าเคยกินอาหารชนิดนั้น ๆ ได้มาก่อนในอดีตก็ตาม

การแพ้อาหารเกิดขึ้นได้อย่างไร?
เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมองเห็นโปรตีนในอาหารเป็นสิ่งแปลกปลอม จะเกิดการตอบสนองด้วยการผลิตแอนติบอดีชนิดอิมมูโนโกลบูลิน E (IgE) เมื่อต้องพบกับโปรตีนนี้ในครั้งต่อไป IgE จะกระตุ้นสารอักเสบจากเม็ดเลือดขาวจำนวนมาก เช่น ฮิสตามีน และสารเคมีอื่นๆ ทำให้เกิดอาการแพ้ตามระบบต่างๆ นอกจากนี้ การแพ้อาหารมีหลายประเภท อาจเป็นจากกลไกอื่น เช่น ชนิดที่ไม่ผ่าน IgE หรือชนิดผสม ซึ่งพบได้น้อยกว่า

อาหารที่เป็นสาเหตุการแพ้ในผู้ใหญ่
อาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้ในผู้ใหญ่ไทย ข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราชพบว่าอาหารที่เป็นสาเหตุ ได้แก่ อาหารทะเล (เช่น กุ้ง ปู หอย), ข้าวสาลี, ผลไม้และผักบางชนิด, ถั่วลิสง, ถั่วเหลือง, ปลาทะเล, นมวัว, และเนื้อหมู

อาการแพ้อาหาร
ในกรณีของการแพ้ชนิด IgE มักสามารถแบ่งได้เป็นอาการระบบต่าง ๆ ได้แก่

  • อาการระบบผิวหนังและเยื่อบุ: เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด เช่น ผื่นคัน ผื่นลมพิษ หน้าบวมแดง ปากบวม คันคอ จุกแน่นในลำคอ
  • อาการทางเดินหายใจ: เช่น ไอ แน่นหน้าอก หอบ หายใจลำบาก ทางเดินหายใจอุดกั้น
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร: เช่น อาเจียน ท้องเสีย
  • อาการระบบไหลเวียนโลหิต: เช่น เวียนศีรษะ วูบ หมดสติ (จากความดันต่ำ) ชักเกร็ง

ในบางรายอาจมีการแพ้อาหารที่สัมพันธ์กับการออกกำลังกาย (Food-Dependent Exercise-Induced Anaphylaxis - FDEIA) ซึ่งเป็นภาวะเฉพาะที่อาการแพ้เกิดขึ้นเมื่อออกกำลังกายหลังจากบริโภคอาหารบางชนิด ซึ่งการวินิจฉัยภาวะนี้อาศัยประวัติผู้ป่วยและการทดสอบยืนยันภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น สาเหตุของ FDEIA ที่พบบ่อยได้แก่ ข้าวสาลี กุ้ง ปลา ถั่ว ฯลฯ ร่วมกับปัจจัยเสริม (cofactor) คือการออกกำลังกาย ซึ่งบางครั้งปัจจัยเสริมอาจเป็นอย่างอื่น เช่น กินอาหารที่แพ้ร่วมกับยากลุ่ม NSAIDs หรือแอลกอฮอล์

วิธีการทดสอบการแพ้อาหาร มีหลายวิธี ได้แก่

  • การทดสอบผิวหนัง (Skin Prick Test) ใช้สารสกัดจากอาหารที่สงสัยว่าจะแพ้หยดบนผิวหนังและทดสอบการตอบสนองของร่างกาย
  • การเจาะเลือด (Blood Test for Food-Specific IgE) วัดระดับแอนติบอดี IgE ต่ออาหารที่สงสัยว่าจะเป็นสาเหตุของการแพ้
  • การทดสอบการกินอาหาร (Oral Food Challenge) เป็นการให้ผู้ป่วยกินอาหารที่สงสัยว่าจะเป็นสาเหตุของการแพ้ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อตรวจสอบการตอบสนองของร่างกาย

การทดสอบที่ไม่ได้ประโยชน์และไม่แนะนำในปัจจุบัน ได้แก่ การตรวจภูมิชนิด IgG การตรวจภูมิแพ้แฝง และการตรวจเส้นผม

ใครบ้างเหมาะกับการทดสอบการแพ้อาหาร?
การทดสอบการแพ้อาหารเหมาะกับผู้ที่มีอาการดังที่กล่าวมาและสัมพันธ์กับการกินอาหารชนิดหนึ่งซ้ำ ๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติการแพ้อย่างรุนแรงควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้อย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันการแพ้รุนแรงซ้ำ

คำแนะนำสำหรับผู้ที่แพ้อาหาร

  • ควรปรึกษาอายุรแพทย์เฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้เพื่อยืนยันการวินิจฉัย
  • เลี่ยงการกินอาหารที่แพ้ รวมถึงอาหารที่แพ้ข้าม ไม่ควรลองกินเองที่บ้านเพราะเสี่ยงปฏิกิริยาแพ้รุนแรง
  • พกยาฉีดเอพิเนฟรินสำหรับกรณีมีอาการแพ้รุนแรง
  • มาติดตามอาการอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินการดำเนินโรคและประเมินโอกาสหายแพ้

ข้อมูลโดย ผศ. นพ.มงคล สมพรรัตนพันธ์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์โรคภูมิแพ้ ชั้น 3 โซน D

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 การแพ้อาหารคืออะไร?
การแพ้อาหาร คือ ภาวะภูมิคุ้มกันไวเกินต่ออาหาร ซึ่งเกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันมองว่าอาหารที่เคยกินได้มาก่อนกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมและสร้างปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันไวเกิน ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาทีหรือหลายชั่วโมงหลังกินอาหารที่แพ้ การแพ้อาหารอาจเกิดตั้งแต่เด็กหรือเริ่มเกิดครั้งแรกในวัยผู้ใหญ่ทั้งที่ก่อนหน้าเคยกินอาหารชนิดนั้น ๆ ได้มาก่อนในอดีตก็ตาม

การแพ้อาหารเกิดขึ้นได้อย่างไร?
เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมองเห็นโปรตีนในอาหารเป็นสิ่งแปลกปลอม จะเกิดการตอบสนองด้วยการผลิตแอนติบอดีชนิดอิมมูโนโกลบูลิน E (IgE) เมื่อต้องพบกับโปรตีนนี้ในครั้งต่อไป IgE จะกระตุ้นสารอักเสบจากเม็ดเลือดขาวจำนวนมาก เช่น ฮิสตามีน และสารเคมีอื่นๆ ทำให้เกิดอาการแพ้ตามระบบต่างๆ นอกจากนี้ การแพ้อาหารมีหลายประเภท อาจเป็นจากกลไกอื่น เช่น ชนิดที่ไม่ผ่าน IgE หรือชนิดผสม ซึ่งพบได้น้อยกว่า

อาหารที่เป็นสาเหตุการแพ้ในผู้ใหญ่
อาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้ในผู้ใหญ่ไทย ข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราชพบว่าอาหารที่เป็นสาเหตุ ได้แก่ อาหารทะเล (เช่น กุ้ง ปู หอย), ข้าวสาลี, ผลไม้และผักบางชนิด, ถั่วลิสง, ถั่วเหลือง, ปลาทะเล, นมวัว, และเนื้อหมู

อาการแพ้อาหาร
ในกรณีของการแพ้ชนิด IgE มักสามารถแบ่งได้เป็นอาการระบบต่าง ๆ ได้แก่

  • อาการระบบผิวหนังและเยื่อบุ: เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด เช่น ผื่นคัน ผื่นลมพิษ หน้าบวมแดง ปากบวม คันคอ จุกแน่นในลำคอ
  • อาการทางเดินหายใจ: เช่น ไอ แน่นหน้าอก หอบ หายใจลำบาก ทางเดินหายใจอุดกั้น
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร: เช่น อาเจียน ท้องเสีย
  • อาการระบบไหลเวียนโลหิต: เช่น เวียนศีรษะ วูบ หมดสติ (จากความดันต่ำ) ชักเกร็ง

ในบางรายอาจมีการแพ้อาหารที่สัมพันธ์กับการออกกำลังกาย (Food-Dependent Exercise-Induced Anaphylaxis - FDEIA) ซึ่งเป็นภาวะเฉพาะที่อาการแพ้เกิดขึ้นเมื่อออกกำลังกายหลังจากบริโภคอาหารบางชนิด ซึ่งการวินิจฉัยภาวะนี้อาศัยประวัติผู้ป่วยและการทดสอบยืนยันภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น สาเหตุของ FDEIA ที่พบบ่อยได้แก่ ข้าวสาลี กุ้ง ปลา ถั่ว ฯลฯ ร่วมกับปัจจัยเสริม (cofactor) คือการออกกำลังกาย ซึ่งบางครั้งปัจจัยเสริมอาจเป็นอย่างอื่น เช่น กินอาหารที่แพ้ร่วมกับยากลุ่ม NSAIDs หรือแอลกอฮอล์

วิธีการทดสอบการแพ้อาหาร มีหลายวิธี ได้แก่

  • การทดสอบผิวหนัง (Skin Prick Test) ใช้สารสกัดจากอาหารที่สงสัยว่าจะแพ้หยดบนผิวหนังและทดสอบการตอบสนองของร่างกาย
  • การเจาะเลือด (Blood Test for Food-Specific IgE) วัดระดับแอนติบอดี IgE ต่ออาหารที่สงสัยว่าจะเป็นสาเหตุของการแพ้
  • การทดสอบการกินอาหาร (Oral Food Challenge) เป็นการให้ผู้ป่วยกินอาหารที่สงสัยว่าจะเป็นสาเหตุของการแพ้ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อตรวจสอบการตอบสนองของร่างกาย

การทดสอบที่ไม่ได้ประโยชน์และไม่แนะนำในปัจจุบัน ได้แก่ การตรวจภูมิชนิด IgG การตรวจภูมิแพ้แฝง และการตรวจเส้นผม

ใครบ้างเหมาะกับการทดสอบการแพ้อาหาร?
การทดสอบการแพ้อาหารเหมาะกับผู้ที่มีอาการดังที่กล่าวมาและสัมพันธ์กับการกินอาหารชนิดหนึ่งซ้ำ ๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติการแพ้อย่างรุนแรงควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้อย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันการแพ้รุนแรงซ้ำ

คำแนะนำสำหรับผู้ที่แพ้อาหาร

  • ควรปรึกษาอายุรแพทย์เฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้เพื่อยืนยันการวินิจฉัย
  • เลี่ยงการกินอาหารที่แพ้ รวมถึงอาหารที่แพ้ข้าม ไม่ควรลองกินเองที่บ้านเพราะเสี่ยงปฏิกิริยาแพ้รุนแรง
  • พกยาฉีดเอพิเนฟรินสำหรับกรณีมีอาการแพ้รุนแรง
  • มาติดตามอาการอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินการดำเนินโรคและประเมินโอกาสหายแพ้

ข้อมูลโดย ผศ. นพ.มงคล สมพรรัตนพันธ์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์โรคภูมิแพ้ ชั้น 3 โซน D

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง