โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) คืออะไร? ประโยชน์ด้านการรักษาที่มากกว่าความงาม
โบทูลินั่ม ท็อกซิน คืออะไร?
โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากแบคทีเรียชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ออกฤทธิ์โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ ซึ่งในภาวะปกติของกล้ามเนื้อต้องอาศัยการสั่งงานจากเซลล์ประสาทในการทำงาน เคลื่อนไหว หรือหดตัว
ดังนั้น เมื่อเซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ จึงทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวหรืออีกนัยหนึ่ง คือ เกิดการอัมพาตของกล้ามเนื้อ โดยจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2 - 3 วัน เห็นผลสูงสุดในเวลาประมาณ 7 - 14 วัน และมีฤทธิ์อยู่ได้นาน 3 - 6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ขนาดยาที่ฉีด และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดนั้น ๆ หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อยๆกลับมาหดตัวได้เหมือนเดิม ในปัจจุบันวงการแพทย์ใช้โบทูลินั่ม ท็อกซิน มาฉีดบริเวณกล้ามเนื้อบนใบหน้าเพื่อลบเลือนริ้วรอยซึ่งเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เช่น บริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว หรือหางตา เป็นต้น
4 ประโยชน์ทางการแพทย์ของโบทูลินั่ม ท็อกซิน (นอกเหนือจากริ้วรอย)
นอกจากโบทูลินั่ม ท็อกซินจะถูกนำมาใช้ในการรักษาริ้วรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อที่บริเวณใบหน้าและลำคอ โบทูลินั่ม ท็อกซินยังช่วยในการรักษา
1. ภาวะความผิดปกติที่เกิดจากการทำงานมากเกินของกล้ามเนื้อ เช่น ตาเข (Strabismus) หนังตากระตุก (Blepharospasm) กล้ามเนื้อคอเกร็งตัว (Cervical dystonia)
2. การปวดศีรษะแบบไมเกรน (Migrain) หรือ การปวดศีรษะจากความเครียด (Tension)
3. ภาวะกล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง (Myofascial pain)
4. ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) การฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) ที่บริเวณใต้วงแขน ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อในผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมากได้
ใครบ้างที่ไม่ควรฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน?
- ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาท เช่น โรค Myasthenia gravis หรือ โรค Amyotrophic lateral sclerosis เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง
- ผู้ที่มีประวัติแพ้โบทูลินั่ม ท็อกซิน
- สตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่อย่างหักโหม
การเตรียมตัวก่อนการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน
1. ควรสอบถามข้อมูลจากแพทย์เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
2. งดรับประทานยาแอสไพริน ยาขยายหลอดเลือด หรือยาป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ยาแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรืออาหารเสริม เช่น วิตามินอี ชาเขียว สารสกัดจากใบแปะก๊วย เป็นต้น ก่อนเข้ารับการฉีด 7 วัน
ข้อควรปฏิบัติหลังการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน
1. ห้ามนอนราบภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมงหลังฉีดยา เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายออกนอกตำแหน่งที่ต้องการรักษาไปยังกล้ามเนื้อบริเวณอื่น
2. ห้ามนวด ขัด ถู คลึง บริเวณที่ทำการรักษา เนื่องจากอาจทำให้ยากระจายไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการรักษาได้
3. สามารถประคบเย็นบริเวณที่ทำการรักษาเพื่อลดอาการปวด บวม หรือรอยช้ำ
4. การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อย ๆ มีความสำคัญมาก และเพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้มากที่สุด ควรทำทุก ๆ 15 นาทีในชั่วโมงแรกหลังการฉีด เช่น
- การฉีดบริเวณหน้าผาก ให้หมั่นเลิกคิ้ว
- การฉีดบริเวณหว่างคิ้ว ให้หมั่นขมวดคิ้ว
- การฉีดบริเวณหางตา ให้หมั่นยิ้มยิงฟัน
- การฉีดบริเวณกราม ให้หมั่นเคี้ยวหมากฝรั่ง
5. หลีกเลี่ยงการอบไอน้ำ อบซาวน่า ยิงเลเซอร์ การนวดหน้าแรงๆ หรือการทำไอออนโตที่หน้า ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
6. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
7. สามารถล้างหน้า ทาครีม แต่งหน้าได้ตามปกติ
8. มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผลการรักษา
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
1. ความเจ็บจากการฉีดยา
2. อาการปวดศีรษะ
3. รอยช้ำ
4. อาการคิ้วหรือหนังตาตก
5. เกิดอาการแพ้ในผู้ป่วยบางราย
โดยอาการเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยและสามารถหายไปได้เองใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากมีความผิดปกติใดเกิดขึ้นควรรีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที
ขอบคุณข้อมูลจาก พญ. ศุภานัน ประเสริฐโยธิน
Q&A เกี่ยวกับโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin)
1. โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) คืออะไร?
ตอบ: เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากแบคทีเรียชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ซึ่งออกฤทธิ์โดยการยับยั้งไม่ให้เซลล์ประสาทหลั่งสารสื่อประสาท ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวหรือเกิดการอัมพาตชั่วคราว
2. โบทูลินั่ม ท็อกซิน ใช้รักษาโรคอะไรได้บ้างนอกเหนือจากเรื่องความงาม?
ตอบ: ใช้รักษาภาวะตาเข (Strabismus), หนังตากระตุก, กล้ามเนื้อคอเกร็งตัว, อาการปวดศีรษะไมเกรน, กล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง และภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติบริเวณใต้วงแขนหรือฝ่ามือ
3. หลังฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?
ตอบ: ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วัน เห็นผลสูงสุดในช่วง 7-14 วัน และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและปริมาณยาที่ฉีด
4. ทำไมหลังฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน ห้ามนอนราบภายใน 3 ชั่วโมงแรก?
ตอบ: เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายตัวออกนอกตำแหน่งที่ต้องการรักษาไปยังกล้ามเนื้อบริเวณอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
5. ใครบ้างที่ "ไม่ควร" เข้ารับการรักษาด้วยโบทูลินั่ม ท็อกซิน?
ตอบ: ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อและประสาท (เช่น Myasthenia gravis), ผู้ที่มีประวัติแพ้ตัวยา, สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร และผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่อย่างหนัก
6. ก่อนเข้ารับการฉีด 7 วัน ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรงดรับประทานยาแอสไพรริน ยาขยายหลอดเลือด ยาแก้ปวดเมื่อย รวมถึงอาหารเสริมประเภท วิตามินอี ชาเขียว และสารสกัดจากใบแปะก๊วย
7. ข้อห้ามสำคัญหลังการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน ในช่วง 2 สัปดาห์แรกมีอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรหลีกเลี่ยงการอบไอน้ำ อบซาวน่า การทำเลเซอร์ การนวดหน้าแรง ๆ และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
8. การบริหารกล้ามเนื้อหลังฉีดมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อย ๆ ทุก 15 นาทีในชั่วโมงแรก เช่น การเลิกคิ้วหรือขมวดคิ้ว จะช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้มากที่สุดในบริเวณนั้น
9. ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการฉีดมีอะไรบ้าง?
ตอบ: อาจมีความเจ็บปวดจากการฉีด, ปวดศีรษะ, รอยช้ำ หรือเกิดอาการคิ้วและหนังตาตก ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
10. หลังฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน สามารถแต่งหน้าหรือล้างหน้าได้ทันทีหรือไม่?
ตอบ: สามารถล้างหน้า ทาครีมบำรุง และแต่งหน้าได้ตามปกติ แต่ต้องระวังห้ามนวด ขัด หรือคลึงบริเวณที่ทำการรักษาเพื่อไม่ให้ยากระจายตัว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง ชั้น 3 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง
โบทูลินั่ม ท็อกซิน คืออะไร?
โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากแบคทีเรียชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ออกฤทธิ์โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ ซึ่งในภาวะปกติของกล้ามเนื้อต้องอาศัยการสั่งงานจากเซลล์ประสาทในการทำงาน เคลื่อนไหว หรือหดตัว
ดังนั้น เมื่อเซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ จึงทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวหรืออีกนัยหนึ่ง คือ เกิดการอัมพาตของกล้ามเนื้อ โดยจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2 - 3 วัน เห็นผลสูงสุดในเวลาประมาณ 7 - 14 วัน และมีฤทธิ์อยู่ได้นาน 3 - 6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ขนาดยาที่ฉีด และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดนั้น ๆ หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อยๆกลับมาหดตัวได้เหมือนเดิม ในปัจจุบันวงการแพทย์ใช้โบทูลินั่ม ท็อกซิน มาฉีดบริเวณกล้ามเนื้อบนใบหน้าเพื่อลบเลือนริ้วรอยซึ่งเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เช่น บริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว หรือหางตา เป็นต้น
4 ประโยชน์ทางการแพทย์ของโบทูลินั่ม ท็อกซิน (นอกเหนือจากริ้วรอย)
นอกจากโบทูลินั่ม ท็อกซินจะถูกนำมาใช้ในการรักษาริ้วรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อที่บริเวณใบหน้าและลำคอ โบทูลินั่ม ท็อกซินยังช่วยในการรักษา
1. ภาวะความผิดปกติที่เกิดจากการทำงานมากเกินของกล้ามเนื้อ เช่น ตาเข (Strabismus) หนังตากระตุก (Blepharospasm) กล้ามเนื้อคอเกร็งตัว (Cervical dystonia)
2. การปวดศีรษะแบบไมเกรน (Migrain) หรือ การปวดศีรษะจากความเครียด (Tension)
3. ภาวะกล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง (Myofascial pain)
4. ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) การฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) ที่บริเวณใต้วงแขน ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อในผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมากได้
ใครบ้างที่ไม่ควรฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน?
- ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาท เช่น โรค Myasthenia gravis หรือ โรค Amyotrophic lateral sclerosis เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง
- ผู้ที่มีประวัติแพ้โบทูลินั่ม ท็อกซิน
- สตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่อย่างหักโหม
การเตรียมตัวก่อนการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน
1. ควรสอบถามข้อมูลจากแพทย์เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
2. งดรับประทานยาแอสไพริน ยาขยายหลอดเลือด หรือยาป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ยาแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรืออาหารเสริม เช่น วิตามินอี ชาเขียว สารสกัดจากใบแปะก๊วย เป็นต้น ก่อนเข้ารับการฉีด 7 วัน
ข้อควรปฏิบัติหลังการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน
1. ห้ามนอนราบภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมงหลังฉีดยา เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายออกนอกตำแหน่งที่ต้องการรักษาไปยังกล้ามเนื้อบริเวณอื่น
2. ห้ามนวด ขัด ถู คลึง บริเวณที่ทำการรักษา เนื่องจากอาจทำให้ยากระจายไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการรักษาได้
3. สามารถประคบเย็นบริเวณที่ทำการรักษาเพื่อลดอาการปวด บวม หรือรอยช้ำ
4. การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อย ๆ มีความสำคัญมาก และเพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้มากที่สุด ควรทำทุก ๆ 15 นาทีในชั่วโมงแรกหลังการฉีด เช่น
- การฉีดบริเวณหน้าผาก ให้หมั่นเลิกคิ้ว
- การฉีดบริเวณหว่างคิ้ว ให้หมั่นขมวดคิ้ว
- การฉีดบริเวณหางตา ให้หมั่นยิ้มยิงฟัน
- การฉีดบริเวณกราม ให้หมั่นเคี้ยวหมากฝรั่ง
5. หลีกเลี่ยงการอบไอน้ำ อบซาวน่า ยิงเลเซอร์ การนวดหน้าแรงๆ หรือการทำไอออนโตที่หน้า ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
6. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
7. สามารถล้างหน้า ทาครีม แต่งหน้าได้ตามปกติ
8. มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผลการรักษา
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
1. ความเจ็บจากการฉีดยา
2. อาการปวดศีรษะ
3. รอยช้ำ
4. อาการคิ้วหรือหนังตาตก
5. เกิดอาการแพ้ในผู้ป่วยบางราย
โดยอาการเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยและสามารถหายไปได้เองใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากมีความผิดปกติใดเกิดขึ้นควรรีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที
ขอบคุณข้อมูลจาก พญ. ศุภานัน ประเสริฐโยธิน
Q&A เกี่ยวกับโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin)
1. โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) คืออะไร?
ตอบ: เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากแบคทีเรียชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ซึ่งออกฤทธิ์โดยการยับยั้งไม่ให้เซลล์ประสาทหลั่งสารสื่อประสาท ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวหรือเกิดการอัมพาตชั่วคราว
2. โบทูลินั่ม ท็อกซิน ใช้รักษาโรคอะไรได้บ้างนอกเหนือจากเรื่องความงาม?
ตอบ: ใช้รักษาภาวะตาเข (Strabismus), หนังตากระตุก, กล้ามเนื้อคอเกร็งตัว, อาการปวดศีรษะไมเกรน, กล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง และภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติบริเวณใต้วงแขนหรือฝ่ามือ
3. หลังฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?
ตอบ: ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วัน เห็นผลสูงสุดในช่วง 7-14 วัน และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและปริมาณยาที่ฉีด
4. ทำไมหลังฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน ห้ามนอนราบภายใน 3 ชั่วโมงแรก?
ตอบ: เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายตัวออกนอกตำแหน่งที่ต้องการรักษาไปยังกล้ามเนื้อบริเวณอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
5. ใครบ้างที่ "ไม่ควร" เข้ารับการรักษาด้วยโบทูลินั่ม ท็อกซิน?
ตอบ: ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อและประสาท (เช่น Myasthenia gravis), ผู้ที่มีประวัติแพ้ตัวยา, สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร และผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่อย่างหนัก
6. ก่อนเข้ารับการฉีด 7 วัน ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรงดรับประทานยาแอสไพรริน ยาขยายหลอดเลือด ยาแก้ปวดเมื่อย รวมถึงอาหารเสริมประเภท วิตามินอี ชาเขียว และสารสกัดจากใบแปะก๊วย
7. ข้อห้ามสำคัญหลังการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน ในช่วง 2 สัปดาห์แรกมีอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรหลีกเลี่ยงการอบไอน้ำ อบซาวน่า การทำเลเซอร์ การนวดหน้าแรง ๆ และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
8. การบริหารกล้ามเนื้อหลังฉีดมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อย ๆ ทุก 15 นาทีในชั่วโมงแรก เช่น การเลิกคิ้วหรือขมวดคิ้ว จะช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้มากที่สุดในบริเวณนั้น
9. ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการฉีดมีอะไรบ้าง?
ตอบ: อาจมีความเจ็บปวดจากการฉีด, ปวดศีรษะ, รอยช้ำ หรือเกิดอาการคิ้วและหนังตาตก ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
10. หลังฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน สามารถแต่งหน้าหรือล้างหน้าได้ทันทีหรือไม่?
ตอบ: สามารถล้างหน้า ทาครีมบำรุง และแต่งหน้าได้ตามปกติ แต่ต้องระวังห้ามนวด ขัด หรือคลึงบริเวณที่ทำการรักษาเพื่อไม่ให้ยากระจายตัว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง ชั้น 3 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง


