โรคตาแดง (Conjunctivitis) อาการ การติดต่อ และวิธีรักษาให้หายเร็ว

โรคเยื่อบุตาอักเสบ หรือโรคตาแดง มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสที่เยื่อบุตา ส่วนใหญ่เป็นเชื้อในกลุ่มอดีโนไวรัส (Adenovirus) บางส่วนเกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) โรคตาแดงพบได้ตลอดทั้งปี แต่มักจะระบาดมากในช่วงหน้าฝนเนื่องจากเชื้อมีการกระจายตัวได้ง่ายขึ้น หากรู้ตัวว่ามีอาการตาแดงควรรีบพบจักษุแพทย์

เช็กอาการแบบไหนคือ "ตาแดง" ?

  • เยื่อบุตาขาวแดง บวม อาจมีเลือดออกเป็นปื้นๆ
  • คัน เคืองตา น้ำตาไหล
  • หากติดเชื้อแบคทีเรียอาจมีขี้ตาสีเหลือง
  • เปลือกตาบวมแดง
  • อาจมีอาการข้างเดียว หรือ 2 ข้างก็ได้
  • บางรายมีอาการเหมือนเป็นหวัดร่วมด้วย ต่อมน้ำเหลืองที่หน้าหูโต บวม และอาจมีอาการเจ็บ
  • บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่นกระจกตาอักเสบ (Keratitis) ร่วมด้วยได้

โรคตาแดงติดต่อทางไหน?

     โรคตาแดงติดต่อได้ง่าย และรวดเร็ว โดยเฉพาะในสถานที่หรือบริเวณที่มีคนอยู่รวมกันมากๆ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน เป็นต้น ระยะที่สามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้คือภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งผู้รับเชื้อจะเริ่มมีอาการหลังจากได้รับเชื้อไปแล้ว 2 – 14 วัน สามารถติดต่อกันโดย

  • การสัมผัสโดนขี้ตา หรือน้ำตาของผู้ป่วยโดยตรง
  • การใช้ของร่วมกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดตัว หมอน เครื่องสำอางค์
  • การไอ จาม หรือหายใจรดกัน

วิธีรักษาและดูแลตัวเองเมื่อเป็นตาแดง

  • ใช้น้ำตาเทียมเพื่อลดอาการระคายเคือง
  • ใช้ยาปฏิชีวนะหยอดตาเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
  • ใช้น้ำเกลือทำความสะอาดเปลือกตา
  • ใส่แว่นกันแดด กันลม
  • พักผ่อนมากๆ ใช้สายตาให้น้อยลง
  • ล้างมือบ่อยๆ และใช้กระดาษทิชชูแทนการใช้ผ้าเช็ดมือ
  • ไม่ควรขยี้ตา
  • ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์
  • งดแต่งหน้า
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิด และคลุกคลีกับผู้อื่น สถานที่คนพลุกพล่าน ควรหยุดงาน หยุดเรียนเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
  • ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น เคืองตามาก หรือตามัวลง ควรพบจักษุแพทย์โดยเร็วเพื่อตรวจดูว่ามีภาวะแทรกซ้อน เช่น กระจกตาอักเสบร่วมด้วยหรือไม่เพื่อการรักษาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

    โรคตาแดงสามารถหายได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์ หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี หรือรีบมาพบจักษุแพทย์เพื่อรับการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการ จะทำให้ผู้ป่วยหายและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วยิ่งขึ้น


10 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตาแดง

1. โรคตาแดงเกิดจากสาเหตุอะไร?

คำตอบ: สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มอดีโนไวรัส (Adenovirus) และบางส่วนเกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) นอกจากนี้หากมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจะมีอาการขี้ตาสีเหลืองร่วมด้วย

2. อาการเริ่มต้นของโรคตาแดงเป็นอย่างไร?

คำตอบ: ผู้ป่วยจะมีอาการเยื่อบุตาขาวแดง บวม คัน เคืองตา และน้ำตาไหล บางรายอาจมีอาการเหมือนเป็นหวัดหรือต่อมน้ำเหลืองที่หน้าหูโตและเจ็บร่วมด้วย

3. โรคตาแดงติดต่อกันได้อย่างไร?

คำตอบ: ติดต่อได้จากการสัมผัสโดนขี้ตาหรือน้ำตาของผู้ป่วยโดยตรง การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัวหรือเครื่องสำอาง รวมถึงการไอ จาม หรือหายใจรดกัน

4. โรคตาแดงกี่วันถึงจะหาย?

คำตอบ: หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี โรคตาแดงจะสามารถหายได้เองภายใน 1 – 2 สัปดาห์

5. ระยะเวลาฟักตัวและระยะแพร่เชื้อของโรคตาแดงนานแค่ไหน?

คำตอบ: ผู้ที่ได้รับเชื้อจะเริ่มแสดงอาการภายใน 2 – 14 วัน โดยระยะที่สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้คือภายใน 2 สัปดาห์แรก

6. เป็นตาแดงควรดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไร?

คำตอบ: ใช้น้ำเกลือทำความสะอาดเปลือกตา พักผ่อนให้เพียงพอและลดการใช้สายตา รวมถึงล้างมือบ่อย ๆ และเปลี่ยนมาใช้กระดาษทิชชูแทนการใช้ผ้าเช็ดมือเพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อ

7. ข้อห้ามสำคัญเมื่อเป็นโรคตาแดงมีอะไรบ้าง?

คำตอบ: ไม่ควรขยี้ตา ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ และควรงดแต่งหน้าจนกว่าจะหายดี

8. เมื่อไหร่ที่ต้องรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที?

คำตอบ: หากมีอาการผิดปกติ เช่น เคืองตาอย่างรุนแรง หรือเริ่มมีอาการตามัวลง ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อนอย่างกระจกตาอักเสบ (Keratitis)

9. ยาหยอดตาปฏิชีวนะช่วยรักษาตาแดงจากไวรัสได้หรือไม่?

คำตอบ: ยาปฏิชีวนะหยอดตาใช้เพื่อ "ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน" ส่วนการลดอาการระคายเคืองทั่วไปมักจะใช้น้ำตาเทียมควบคู่ไปด้วย

10. จะป้องกันไม่ให้โรคตาแดงแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้อย่างไร?

คำตอบ: หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดหรือคลุกคลีกับผู้อื่น และควรหยุดงานหรือหยุดเรียนชั่วคราวเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน

ข้อมูลจาก : พญ. บัณฑิตา เลิศสุวรรณโรจน์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ตา ชั้น 4 โซน A

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 โรคเยื่อบุตาอักเสบ หรือโรคตาแดง มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสที่เยื่อบุตา ส่วนใหญ่เป็นเชื้อในกลุ่มอดีโนไวรัส (Adenovirus) บางส่วนเกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) โรคตาแดงพบได้ตลอดทั้งปี แต่มักจะระบาดมากในช่วงหน้าฝนเนื่องจากเชื้อมีการกระจายตัวได้ง่ายขึ้น หากรู้ตัวว่ามีอาการตาแดงควรรีบพบจักษุแพทย์

เช็กอาการแบบไหนคือ "ตาแดง" ?

  • เยื่อบุตาขาวแดง บวม อาจมีเลือดออกเป็นปื้นๆ
  • คัน เคืองตา น้ำตาไหล
  • หากติดเชื้อแบคทีเรียอาจมีขี้ตาสีเหลือง
  • เปลือกตาบวมแดง
  • อาจมีอาการข้างเดียว หรือ 2 ข้างก็ได้
  • บางรายมีอาการเหมือนเป็นหวัดร่วมด้วย ต่อมน้ำเหลืองที่หน้าหูโต บวม และอาจมีอาการเจ็บ
  • บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่นกระจกตาอักเสบ (Keratitis) ร่วมด้วยได้

โรคตาแดงติดต่อทางไหน?

     โรคตาแดงติดต่อได้ง่าย และรวดเร็ว โดยเฉพาะในสถานที่หรือบริเวณที่มีคนอยู่รวมกันมากๆ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน เป็นต้น ระยะที่สามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้คือภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งผู้รับเชื้อจะเริ่มมีอาการหลังจากได้รับเชื้อไปแล้ว 2 – 14 วัน สามารถติดต่อกันโดย

  • การสัมผัสโดนขี้ตา หรือน้ำตาของผู้ป่วยโดยตรง
  • การใช้ของร่วมกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดตัว หมอน เครื่องสำอางค์
  • การไอ จาม หรือหายใจรดกัน

วิธีรักษาและดูแลตัวเองเมื่อเป็นตาแดง

  • ใช้น้ำตาเทียมเพื่อลดอาการระคายเคือง
  • ใช้ยาปฏิชีวนะหยอดตาเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
  • ใช้น้ำเกลือทำความสะอาดเปลือกตา
  • ใส่แว่นกันแดด กันลม
  • พักผ่อนมากๆ ใช้สายตาให้น้อยลง
  • ล้างมือบ่อยๆ และใช้กระดาษทิชชูแทนการใช้ผ้าเช็ดมือ
  • ไม่ควรขยี้ตา
  • ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์
  • งดแต่งหน้า
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิด และคลุกคลีกับผู้อื่น สถานที่คนพลุกพล่าน ควรหยุดงาน หยุดเรียนเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
  • ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น เคืองตามาก หรือตามัวลง ควรพบจักษุแพทย์โดยเร็วเพื่อตรวจดูว่ามีภาวะแทรกซ้อน เช่น กระจกตาอักเสบร่วมด้วยหรือไม่เพื่อการรักษาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

    โรคตาแดงสามารถหายได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์ หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี หรือรีบมาพบจักษุแพทย์เพื่อรับการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการ จะทำให้ผู้ป่วยหายและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วยิ่งขึ้น


10 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตาแดง

1. โรคตาแดงเกิดจากสาเหตุอะไร?

คำตอบ: สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มอดีโนไวรัส (Adenovirus) และบางส่วนเกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) นอกจากนี้หากมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจะมีอาการขี้ตาสีเหลืองร่วมด้วย

2. อาการเริ่มต้นของโรคตาแดงเป็นอย่างไร?

คำตอบ: ผู้ป่วยจะมีอาการเยื่อบุตาขาวแดง บวม คัน เคืองตา และน้ำตาไหล บางรายอาจมีอาการเหมือนเป็นหวัดหรือต่อมน้ำเหลืองที่หน้าหูโตและเจ็บร่วมด้วย

3. โรคตาแดงติดต่อกันได้อย่างไร?

คำตอบ: ติดต่อได้จากการสัมผัสโดนขี้ตาหรือน้ำตาของผู้ป่วยโดยตรง การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัวหรือเครื่องสำอาง รวมถึงการไอ จาม หรือหายใจรดกัน

4. โรคตาแดงกี่วันถึงจะหาย?

คำตอบ: หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี โรคตาแดงจะสามารถหายได้เองภายใน 1 – 2 สัปดาห์

5. ระยะเวลาฟักตัวและระยะแพร่เชื้อของโรคตาแดงนานแค่ไหน?

คำตอบ: ผู้ที่ได้รับเชื้อจะเริ่มแสดงอาการภายใน 2 – 14 วัน โดยระยะที่สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้คือภายใน 2 สัปดาห์แรก

6. เป็นตาแดงควรดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไร?

คำตอบ: ใช้น้ำเกลือทำความสะอาดเปลือกตา พักผ่อนให้เพียงพอและลดการใช้สายตา รวมถึงล้างมือบ่อย ๆ และเปลี่ยนมาใช้กระดาษทิชชูแทนการใช้ผ้าเช็ดมือเพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อ

7. ข้อห้ามสำคัญเมื่อเป็นโรคตาแดงมีอะไรบ้าง?

คำตอบ: ไม่ควรขยี้ตา ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ และควรงดแต่งหน้าจนกว่าจะหายดี

8. เมื่อไหร่ที่ต้องรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที?

คำตอบ: หากมีอาการผิดปกติ เช่น เคืองตาอย่างรุนแรง หรือเริ่มมีอาการตามัวลง ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อนอย่างกระจกตาอักเสบ (Keratitis)

9. ยาหยอดตาปฏิชีวนะช่วยรักษาตาแดงจากไวรัสได้หรือไม่?

คำตอบ: ยาปฏิชีวนะหยอดตาใช้เพื่อ "ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน" ส่วนการลดอาการระคายเคืองทั่วไปมักจะใช้น้ำตาเทียมควบคู่ไปด้วย

10. จะป้องกันไม่ให้โรคตาแดงแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้อย่างไร?

คำตอบ: หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดหรือคลุกคลีกับผู้อื่น และควรหยุดงานหรือหยุดเรียนชั่วคราวเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน

ข้อมูลจาก : พญ. บัณฑิตา เลิศสุวรรณโรจน์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ตา ชั้น 4 โซน A

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 

 


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง