มะเร็งหลอดอาหาร โรคร้ายที่ไม่ควรมองข้าม
มะเร็งหลอดอาหารคืออะไร?
มะเร็งหลอดอาหาร เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 8 ของโลก โดยองค์กรอนามัยโลกรายงานผู้ป่วยใหม่สูงถึง 604,000 คนต่อปี และเสียชีวิต 544,000 คนต่อปี ในปี ค.ศ.2022 ในประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยใหม่ 3,333 คนต่อปี และเสียชีวิต 3,097 คนต่อปี ในปี ค.ศ. 2022 พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 3 เท่า และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในทุกปี โดยเกือบทั้งหมดได้รับการตรวจวินิจฉัยเมื่อมีอาการซึ่งสัมพันธ์และบ่งชี้ถึงระยะของมะเร็งที่ลุกลาม ทำให้อัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง แต่ถ้าได้รับการตรวจคัดกรองและพบมะเร็งหลอดอาหารตั้งแต่ระยะแรกอัตราการเสียชีวิตลดลง ผลแทรกซ้อนจากการรักษาน้อย และหวังผลหายขาด
ชนิดของมะเร็งหลอดอาหาร แบ่งเป็น 2 ชนิดตามพยาธิวิทยา
- มะเร็งหลอดอาหารชนิด squamous cell carcinoma (SCC) พบได้ร้อยละ 80 ของมะเร็งหลอดอาหารทั้งหมด พบมากประเทศแถบเอเชีย แอฟริกาใต้ และอเมริกาใต้ ปัจจัยเสี่ยงหลักคือ การสูบบุหรี่และดื่มสุราเป็นประจำ ปัจจัยรองที่มีรายงาน เช่น การได้รับสาร acetaldehyde กินหมากพลู สัมผัสสารรังสีเอกซ์และแกมมา กินเครื่องดื่มร้อนจัด เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีโรคบางอย่างเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารชนิด SCC เช่น ภาวะ achalasia มีประวัติเป็นมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอชนิด SCC เคยมีประวัติกลืนกรดหรือด่างมาก่อน
- มะเร็งหลอดอาหารชนิด adenocarcinoma พบมากในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ยุโรปตะวันตก ปัจจัยเสี่ยงที่มีรายงาน ได้แก่ ภาวะกรดไหลย้อนเรื้อรัง ภาวะอ้วนลงพุง การสูบบุหรี่ และภาวะ Barrett’s esophagus
พฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง “มะเร็งหลอดอาหาร”
- ปล่อยโรคกรดไหลย้อนทิ้งไว้ไม่รักษา ภาวะกรดไหลย้อนเรื้อรังทำให้เยื่อบุหลอดอาหารเกิดการอักเสบ และหากปล่อยไว้นานอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จากแบบปกติไปเป็นเซลล์ที่ผิดปกติแบบ Barrett’s esophagus ซึ่งเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้สูงถึง 30–60 เท่า ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการแน่นท้อง เรอเปรี้ยว หรือขมคอ และหากไม่รักษา อาการจะลุกลามไปถึงขั้นกลืนอาหารลำบาก เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด
- สูบบุหรี่ บุหรี่เป็นแหล่งรวมสารก่อมะเร็งที่สามารถทำลายเยื่อบุทางเดินอาหารโดยตรง ส่งผลให้เซลล์บริเวณหลอดอาหารเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด
- ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ แอลกอฮอล์ไม่เพียงเป็นพิษต่อตับ แต่ยังเป็นพิษต่อเยื่อบุหลอดอาหาร ส่งผลให้เซลล์เสื่อมสภาพและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง ทั้งยังเสริมฤทธิ์กับสารก่อมะเร็งจากบุหรี่ทำให้เสี่ยงมากยิ่งขึ้น
อาการของมะเร็งหลอดอาหารที่ควรสังเกต
อาการที่พบได้บ่อยของโรคมะเร็งหลอดอาหาร ได้แก่ กลืนติด กลืนลำบาก กลืนเจ็บ โดยเฉพาะอาหารที่เป็นของแข็ง เช่น เนื้อสัตว์ ขนมปัง ข้าวเหนียว มีอาการแน่น เจ็บหรือแสบกลางหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน ขย้อน สำลักอาหาร ไอเรื้อรัง เสียงแหบ น้ำหนักลดเนื่องจากรับประทานอาหารได้น้อย ถ้าเป็นมากอาจมีอาการเลือดออกในทางเดินอาหาร ถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด โลหิตจาง เหนื่อยเพลีย หากแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองอาจคลำก้อนได้ที่คอหรือไหปลาร้า มะเร็งสามารถลุกลามไปยังอวัยวะอื่นได้ เช่น ปอด ตับ หรือกระดูก ทำให้มีอาการแสดงของอวัยวะนั้น ๆ
การตรวจคัดกรองมะเร็ง
ยังไม่มีคำแนะนำการตรวจคัดกรองในคนทั่วไป เพราะอุบัติการณ์มะเร็งหลอดอาหารต่ำ แต่แนะนำตรวจคัดกรองในคนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น คนไข้ที่มี ภาวะ Barrett’s esophagus ภาวะ achalasia มีประวัติเป็นมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอชนิด SCC มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งหลอดอาหาร หรือเป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง (มากกว่า 5 ปี) และมีประวัติเสี่ยงต่อไปนี้ อายุมากกว่า 50 ปี ผู้ชาย อ้วน (BMI>30) สูบบุหรี่ หรือมีประวัติครอบครัวเป็น barrett’s esophagus หรือมะเร็งหลอดอาหาร
วิธีการตรวจวินิจฉัยมะเร็งหลอดอาหาร
การตรวจวินิจฉัยโรคสามารถทำได้หลายวิธี
- การกลืนแป้งแบเรียม (Barium swallow) ผู้ป่วยจะกลืนสารทึบรังสีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แป้งแบเรียม ซึ่งจะเคลือบผนังหลอดอาหาร จากนั้นจึงทำการเอกซเรย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติของหลอดอาหาร โรคมะเร็งหลอดอาหาร และภาวะแทรกซ้อน
- การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) และ positron emission tomography (PET scan) ใช้เพื่อประเมินตำแหน่งของก้อนมะเร็งและการลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง โดยสามารถให้ภาพที่ละเอียดและเป็นภาพสามมิติ ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น
- การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น (Esophagogastroduodenoscopy) เป็นการส่องกล้องผ่านทางปากเพื่อตรวจดูภายในหลอดอาหารอย่างละเอียด หากพบรอยโรคหรือความผิดปกติ แพทย์จะเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยา รวมถึงการใช้ chromoendoscopy, endoscopic ultrasound (EUS) ประเมินขนาดและระยะของโรค
แนวทางการรักษามะเร็งหลอดอาหาร
แพทย์จะเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วยตามระยะของโรค และสภาพร่างกายของคนไข้ ดังนี้
- การส่องกล้องทางเดินอาหารเพื่อตัดรอยโรค (endoscopic submucosal dissection) ในคนไข้ที่เป็นมะเร็งหลอดอาหารระยะเริ่มต้น หรือภาวะก่อนเป็นมะเร็ง (precancerous lesion) ซึ่งมักเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีอาการมาตรวจส่องกล้องคัดกรองมะเร็งหรือตรวจส่องกล้องด้วยสาเหตุอื่น
- การผ่าตัด เป็นการรักษาสำหรับมะเร็งหลอดอาหารในระยะเริ่มต้นและอยู่ในตำแหน่งที่ผ่าตัดได้เพื่อหวังผลหายขาด โดยอาจผ่าตัดอย่างเดียวหรือร่วมกับหลังการให้เคมีบำบัดและรังสีรักษา หรือจะเป็นการผ่าตัดเพื่อใส่สายอาหารในคนไข้รักษาประคับประคอง
- ยาเคมีบำบัด อาจใช้ก่อนผ่าตัดเพื่อลดขนาดมะเร็งหรือหลังการผ่าตัด สามารถใช้รักษาร่วมกับการฉายแสง หรืออาจรักษาด้วยเคมีบำบัดอย่างเดียว ในคนไข้เป็นมะเร็งระยะลุกลามที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด
- รังสีรักษา เป็นการรักษาด้วยรังสีพลังงานสูง โดยสามารถใช้รังสีรักษาอย่างเดียวหรือร่วมกับเคมีบำบัดหรือร่วมกับเคมีบำบัดและผ่าตัด เพื่อควบคุมโรคมะเร็งหรือรักษาประคับประคอง
ตรวจบทความโดย: นพ.สหรัฐ จารุพงศ์ประภา
Q&A เกี่ยวกับมะเร็งหลอดอาหาร
1. มะเร็งหลอดอาหารมีอาการเริ่มต้นอย่างไร?
ตอบ: มะเร็งหลอดอาหารระยะเริ่มต้นมักมีอาการกลืนลำบาก กลืนติด หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนติดอยู่ในคอ โดยเฉพาะเวลาทานอาหารแข็ง เช่น เนื้อสัตว์ หรือขนมปัง
2. โรคกรดไหลย้อนทำให้เป็นมะเร็งหลอดอาหารได้จริงหรือ?
ตอบ: จริง หากปล่อยให้เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรังนานเกิน 5 ปี อาจเกิดภาวะ Barrett’s esophagus ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งหลอดอาหารสูงขึ้น 30–60 เท่า
3. ปัจจัยเสี่ยงหลักของมะเร็งหลอดอาหารคืออะไร?
ตอบ: ปัจจัยเสี่ยงหลักคือ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และภาวะกรดไหลย้อนเรื้อรังที่ขาดการรักษา
4. มะเร็งหลอดอาหารพบมากในเพศใด?
ตอบ: พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 3 เท่า
5. วิธีการตรวจวินิจฉัยมะเร็งหลอดอาหารที่แม่นยำที่สุดคืออะไร?
ตอบ: คือการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น (Esophagogastroduodenoscopy) เพื่อตรวจดูภายในและตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา
6. มะเร็งหลอดอาหารมีกี่ชนิด?
ตอบ: แบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก คือ ชนิด Squamous cell carcinoma (SCC) ที่พบได้บ่อยในเอเชีย และชนิด Adenocarcinoma ที่มักสัมพันธ์กับภาวะกรดไหลย้อน
7. มะเร็งหลอดอาหารรักษาให้หายได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถหายได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งการรักษาทำได้โดยการส่องกล้องตัดรอยโรคหรือการผ่าตัด
8. คนกลุ่มไหนควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งหลอดอาหาร?
ตอบ: ผู้ที่มีภาวะ Barrett’s esophagus, ภาวะ Achalasia, มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งหลอดอาหาร หรือเป็นกรดไหลย้อนเรื้อรังร่วมกับสูบบุหรี่และอายุมากกว่า 50 ปี
9. อาการเจ็บแน่นหน้าอกเป็นสัญญาณของมะเร็งหลอดอาหารได้ไหม?
ตอบ: ได้ อาการแน่นหรือแสบกลางหน้าอกร่วมกับการกลืนลำบาก เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยมะเร็งหลอดอาหาร
10. นอกจากกลืนลำบาก มีอาการอื่นที่ต้องสังเกตอีกไหม?
ตอบ: มี ได้แก่ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ไอเรื้อรัง เสียงแหบ คลื่นไส้อาเจียน หรือถ่ายดำจากเลือดออกในทางเดินอาหาร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 4 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง
มะเร็งหลอดอาหารคืออะไร?
มะเร็งหลอดอาหาร เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 8 ของโลก โดยองค์กรอนามัยโลกรายงานผู้ป่วยใหม่สูงถึง 604,000 คนต่อปี และเสียชีวิต 544,000 คนต่อปี ในปี ค.ศ.2022 ในประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยใหม่ 3,333 คนต่อปี และเสียชีวิต 3,097 คนต่อปี ในปี ค.ศ. 2022 พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 3 เท่า และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในทุกปี โดยเกือบทั้งหมดได้รับการตรวจวินิจฉัยเมื่อมีอาการซึ่งสัมพันธ์และบ่งชี้ถึงระยะของมะเร็งที่ลุกลาม ทำให้อัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง แต่ถ้าได้รับการตรวจคัดกรองและพบมะเร็งหลอดอาหารตั้งแต่ระยะแรกอัตราการเสียชีวิตลดลง ผลแทรกซ้อนจากการรักษาน้อย และหวังผลหายขาด
ชนิดของมะเร็งหลอดอาหาร แบ่งเป็น 2 ชนิดตามพยาธิวิทยา
- มะเร็งหลอดอาหารชนิด squamous cell carcinoma (SCC) พบได้ร้อยละ 80 ของมะเร็งหลอดอาหารทั้งหมด พบมากประเทศแถบเอเชีย แอฟริกาใต้ และอเมริกาใต้ ปัจจัยเสี่ยงหลักคือ การสูบบุหรี่และดื่มสุราเป็นประจำ ปัจจัยรองที่มีรายงาน เช่น การได้รับสาร acetaldehyde กินหมากพลู สัมผัสสารรังสีเอกซ์และแกมมา กินเครื่องดื่มร้อนจัด เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีโรคบางอย่างเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารชนิด SCC เช่น ภาวะ achalasia มีประวัติเป็นมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอชนิด SCC เคยมีประวัติกลืนกรดหรือด่างมาก่อน
- มะเร็งหลอดอาหารชนิด adenocarcinoma พบมากในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ยุโรปตะวันตก ปัจจัยเสี่ยงที่มีรายงาน ได้แก่ ภาวะกรดไหลย้อนเรื้อรัง ภาวะอ้วนลงพุง การสูบบุหรี่ และภาวะ Barrett’s esophagus
พฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง “มะเร็งหลอดอาหาร”
- ปล่อยโรคกรดไหลย้อนทิ้งไว้ไม่รักษา ภาวะกรดไหลย้อนเรื้อรังทำให้เยื่อบุหลอดอาหารเกิดการอักเสบ และหากปล่อยไว้นานอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จากแบบปกติไปเป็นเซลล์ที่ผิดปกติแบบ Barrett’s esophagus ซึ่งเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้สูงถึง 30–60 เท่า ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการแน่นท้อง เรอเปรี้ยว หรือขมคอ และหากไม่รักษา อาการจะลุกลามไปถึงขั้นกลืนอาหารลำบาก เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด
- สูบบุหรี่ บุหรี่เป็นแหล่งรวมสารก่อมะเร็งที่สามารถทำลายเยื่อบุทางเดินอาหารโดยตรง ส่งผลให้เซลล์บริเวณหลอดอาหารเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด
- ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ แอลกอฮอล์ไม่เพียงเป็นพิษต่อตับ แต่ยังเป็นพิษต่อเยื่อบุหลอดอาหาร ส่งผลให้เซลล์เสื่อมสภาพและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง ทั้งยังเสริมฤทธิ์กับสารก่อมะเร็งจากบุหรี่ทำให้เสี่ยงมากยิ่งขึ้น
อาการของมะเร็งหลอดอาหารที่ควรสังเกต
อาการที่พบได้บ่อยของโรคมะเร็งหลอดอาหาร ได้แก่ กลืนติด กลืนลำบาก กลืนเจ็บ โดยเฉพาะอาหารที่เป็นของแข็ง เช่น เนื้อสัตว์ ขนมปัง ข้าวเหนียว มีอาการแน่น เจ็บหรือแสบกลางหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน ขย้อน สำลักอาหาร ไอเรื้อรัง เสียงแหบ น้ำหนักลดเนื่องจากรับประทานอาหารได้น้อย ถ้าเป็นมากอาจมีอาการเลือดออกในทางเดินอาหาร ถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด โลหิตจาง เหนื่อยเพลีย หากแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองอาจคลำก้อนได้ที่คอหรือไหปลาร้า มะเร็งสามารถลุกลามไปยังอวัยวะอื่นได้ เช่น ปอด ตับ หรือกระดูก ทำให้มีอาการแสดงของอวัยวะนั้น ๆ
การตรวจคัดกรองมะเร็ง
ยังไม่มีคำแนะนำการตรวจคัดกรองในคนทั่วไป เพราะอุบัติการณ์มะเร็งหลอดอาหารต่ำ แต่แนะนำตรวจคัดกรองในคนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น คนไข้ที่มี ภาวะ Barrett’s esophagus ภาวะ achalasia มีประวัติเป็นมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอชนิด SCC มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งหลอดอาหาร หรือเป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง (มากกว่า 5 ปี) และมีประวัติเสี่ยงต่อไปนี้ อายุมากกว่า 50 ปี ผู้ชาย อ้วน (BMI>30) สูบบุหรี่ หรือมีประวัติครอบครัวเป็น barrett’s esophagus หรือมะเร็งหลอดอาหาร
วิธีการตรวจวินิจฉัยมะเร็งหลอดอาหาร
การตรวจวินิจฉัยโรคสามารถทำได้หลายวิธี
- การกลืนแป้งแบเรียม (Barium swallow) ผู้ป่วยจะกลืนสารทึบรังสีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แป้งแบเรียม ซึ่งจะเคลือบผนังหลอดอาหาร จากนั้นจึงทำการเอกซเรย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติของหลอดอาหาร โรคมะเร็งหลอดอาหาร และภาวะแทรกซ้อน
- การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) และ positron emission tomography (PET scan) ใช้เพื่อประเมินตำแหน่งของก้อนมะเร็งและการลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง โดยสามารถให้ภาพที่ละเอียดและเป็นภาพสามมิติ ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น
- การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น (Esophagogastroduodenoscopy) เป็นการส่องกล้องผ่านทางปากเพื่อตรวจดูภายในหลอดอาหารอย่างละเอียด หากพบรอยโรคหรือความผิดปกติ แพทย์จะเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยา รวมถึงการใช้ chromoendoscopy, endoscopic ultrasound (EUS) ประเมินขนาดและระยะของโรค
แนวทางการรักษามะเร็งหลอดอาหาร
แพทย์จะเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วยตามระยะของโรค และสภาพร่างกายของคนไข้ ดังนี้
- การส่องกล้องทางเดินอาหารเพื่อตัดรอยโรค (endoscopic submucosal dissection) ในคนไข้ที่เป็นมะเร็งหลอดอาหารระยะเริ่มต้น หรือภาวะก่อนเป็นมะเร็ง (precancerous lesion) ซึ่งมักเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีอาการมาตรวจส่องกล้องคัดกรองมะเร็งหรือตรวจส่องกล้องด้วยสาเหตุอื่น
- การผ่าตัด เป็นการรักษาสำหรับมะเร็งหลอดอาหารในระยะเริ่มต้นและอยู่ในตำแหน่งที่ผ่าตัดได้เพื่อหวังผลหายขาด โดยอาจผ่าตัดอย่างเดียวหรือร่วมกับหลังการให้เคมีบำบัดและรังสีรักษา หรือจะเป็นการผ่าตัดเพื่อใส่สายอาหารในคนไข้รักษาประคับประคอง
- ยาเคมีบำบัด อาจใช้ก่อนผ่าตัดเพื่อลดขนาดมะเร็งหรือหลังการผ่าตัด สามารถใช้รักษาร่วมกับการฉายแสง หรืออาจรักษาด้วยเคมีบำบัดอย่างเดียว ในคนไข้เป็นมะเร็งระยะลุกลามที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด
- รังสีรักษา เป็นการรักษาด้วยรังสีพลังงานสูง โดยสามารถใช้รังสีรักษาอย่างเดียวหรือร่วมกับเคมีบำบัดหรือร่วมกับเคมีบำบัดและผ่าตัด เพื่อควบคุมโรคมะเร็งหรือรักษาประคับประคอง
ตรวจบทความโดย: นพ.สหรัฐ จารุพงศ์ประภา
Q&A เกี่ยวกับมะเร็งหลอดอาหาร
1. มะเร็งหลอดอาหารมีอาการเริ่มต้นอย่างไร?
ตอบ: มะเร็งหลอดอาหารระยะเริ่มต้นมักมีอาการกลืนลำบาก กลืนติด หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนติดอยู่ในคอ โดยเฉพาะเวลาทานอาหารแข็ง เช่น เนื้อสัตว์ หรือขนมปัง
2. โรคกรดไหลย้อนทำให้เป็นมะเร็งหลอดอาหารได้จริงหรือ?
ตอบ: จริง หากปล่อยให้เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรังนานเกิน 5 ปี อาจเกิดภาวะ Barrett’s esophagus ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งหลอดอาหารสูงขึ้น 30–60 เท่า
3. ปัจจัยเสี่ยงหลักของมะเร็งหลอดอาหารคืออะไร?
ตอบ: ปัจจัยเสี่ยงหลักคือ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และภาวะกรดไหลย้อนเรื้อรังที่ขาดการรักษา
4. มะเร็งหลอดอาหารพบมากในเพศใด?
ตอบ: พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 3 เท่า
5. วิธีการตรวจวินิจฉัยมะเร็งหลอดอาหารที่แม่นยำที่สุดคืออะไร?
ตอบ: คือการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น (Esophagogastroduodenoscopy) เพื่อตรวจดูภายในและตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา
6. มะเร็งหลอดอาหารมีกี่ชนิด?
ตอบ: แบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก คือ ชนิด Squamous cell carcinoma (SCC) ที่พบได้บ่อยในเอเชีย และชนิด Adenocarcinoma ที่มักสัมพันธ์กับภาวะกรดไหลย้อน
7. มะเร็งหลอดอาหารรักษาให้หายได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถหายได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งการรักษาทำได้โดยการส่องกล้องตัดรอยโรคหรือการผ่าตัด
8. คนกลุ่มไหนควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งหลอดอาหาร?
ตอบ: ผู้ที่มีภาวะ Barrett’s esophagus, ภาวะ Achalasia, มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งหลอดอาหาร หรือเป็นกรดไหลย้อนเรื้อรังร่วมกับสูบบุหรี่และอายุมากกว่า 50 ปี
9. อาการเจ็บแน่นหน้าอกเป็นสัญญาณของมะเร็งหลอดอาหารได้ไหม?
ตอบ: ได้ อาการแน่นหรือแสบกลางหน้าอกร่วมกับการกลืนลำบาก เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยมะเร็งหลอดอาหาร
10. นอกจากกลืนลำบาก มีอาการอื่นที่ต้องสังเกตอีกไหม?
ตอบ: มี ได้แก่ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ไอเรื้อรัง เสียงแหบ คลื่นไส้อาเจียน หรือถ่ายดำจากเลือดออกในทางเดินอาหาร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 4 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง


