เลเซอร์ ErYAG แก้นอนกรน ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ วิธีรักษาอาการนอนกรนยุคใหม่
เลเซอร์ ErYAG คืออะไร และมีหลักการทำงานอย่างไร?
ปัจจุบันการใช้เลเซอร์ (Erbium-YAG laser) เริ่มเป็นที่นิยมในการนำมาใช้รักษานอนกรน และโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (obstructive sleep apnea) ระดับไม่รุนแรง ทีมีปัญหาเพดานอ่อน คอหอย หย่อนตัว เนื่องจากไม่มีความเจ็บปวด ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องผ่าตัด มีความเสี่ยงต่ำ สามารถทำเสร็จแล้วกลับได้เลย
หลักการของเลเซอร์ คือ แสงจะทำปฏิกิริยากับน้ำในชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เกิดความร้อน มีการหดตัวของคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ผลดังกล่าวทำให้เนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อน และผนังคอหอย มีความตึงตัวมากขึ้น

ขั้นตอนการรักษาด้วยเลเซอร์ ErYAG เป็นอย่างไร?
อาจมีการให้ยาชาฉีดพ่นก่อนทำ 5 - 10 นาที และทำการปิดตาผู้ป่วยเพื่อป้องกันแสงเลเซอร์ รวมถึงแพทย์ผู้รักษาจะใส่แว่นกันแสง หลังจากพร้อมจะเริ่มยิงเลเซอร์ในแต่ละครั้ง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที และส่วนใหญ่ต้องทำอย่างน้อย 2 - 4 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 2 - 4 สัปดาห์ เนื่องจากไม่มีการตัดเนื้อเยื่อใด ๆ จึงไม่มีเลือดออก และไม่มีความเจ็บปวด แต่อาจระคายเล็กน้อย
ข้อควรพิจารณา
หลังทำผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีเสียงกรนลดลง หลับดีขึ้น สดชื่นขึ้น อย่างไรก็ตามไม่ใช่ผู้ป่วยทุกรายจะได้ผล เนื่องจากสาเหตุของการนอนกรนหรือโรคหยุดหายใจขณะหลับมีอีกหลายอย่าง เช่น เยื่อบุจมูกอักเสบเรื้อรัง ภูมิแพ้ จมูกคด ริดสีดวงจมูก น้ำหนักตัวมากหรืออ้วน คางสั้น ลิ้นไก่ยาว ทอนซิลโต เนื้องอกในทางเดินหายใจส่วนบน กล้ามเนื้อหย่อนผิดปกติ และอื่น ๆ
คำแนะนำก่อนการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ก่อนการรักษาควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ (sleep specialist) หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น โสต ศอ นาสิกแพทย์ เพื่อประเมินหาสาเหตุก่อน โดยแพทย์อาจพิจารณาแนะนำให้ทำการทดสอบการนอนหลับ (sleep test) ส่องกล้อง หรือฟิล์มเอกซเรย์ตามความเหมาะสม เมื่อผู้ป่วยทราบถึงข้อดี ข้อเสียของแต่ละวิธี และตัดสินใจร่วมกันจึงเริ่มกระบวนการรักษา
นอกจากนี้ผู้ป่วยควรทราบถึงทางเลือกในการรักษานอนกรนด้วยวิธีอื่น ๆ โดยอาจใช้การรักษาอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือใช้ร่วมกัน ทั้งนี้แนวทางปัจจุบันนิยมใช้การรักษาแบบเฉพาะบุคคล (personalized therapy) โดยการเลือกพิจารณาวิธีรักษาจากลักษณะของผู้ป่วย เช่น อายุ เพศ โรคประจำตัว ดัชนีมวลกาย อาการความง่วงผิดปกติ ร่วมกับผลตรวจ sleep test ที่มาใช้ช่วยประเมิน ชนิด ลักษณะ ความรุนแรง และความเสี่ยงของโรค เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุด
บทความโดย ศาสตราจารย์นายแพทย์วิชญ์ บรรณหิรัญ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์ ErYAG
1. เลเซอร์ ErYAG แก้นอนกรนคืออะไร?
ตอบ: เป็นนวัตกรรมใช้แสงเลเซอร์ (Erbium-YAG laser) ไปทำปฏิกิริยากับน้ำในชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว เกิดความร้อนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและผนังคอหอยตึงตัวขึ้น ช่วยลดอาการนอนกรน
2. รักษานอนกรนด้วยเลเซอร์ ErYAG เจ็บไหม?
ตอบ: ไม่มีความเจ็บปวด ไม่ต้องฉีดยา และไม่มีการตัดเนื้อเยื่อ จึงไม่มีเลือดออก แต่อาจรู้สึกระคายเคืองเล็กน้อยขณะทำ
3. เลเซอร์ ErYAG เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่มีอาการนอนกรนหรือมีโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) ระดับไม่รุนแรง ที่มีปัญหาเพดานอ่อนหรือคอหอยหย่อนตัว
4. ขั้นตอนการรักษาด้วยเลเซอร์ ErYAG ต้องทำอย่างไรบ้าง?
ตอบ: แพทย์จะพ่นยาชาเฉพาะที่ 5-10 นาที ใส่แว่นกันแสง แล้วใช้เวลายิงเลเซอร์ประมาณ 20 นาทีต่อครั้ง โดยไม่มีแผลและสามารถกลับบ้านได้ทันที
5. ต้องทำเลเซอร์ ErYAG กี่ครั้งจึงจะเห็นผล?
ตอบ: ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ทำอย่างน้อย 2 - 4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างครั้งละ 2 - 4 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
6. ทำไมทำเลเซอร์แล้วบางคนอาการนอนกรนอาจไม่หายขาด?
ตอบ: เนื่องจากสาเหตุของการนอนกรนมีหลายปัจจัย เช่น ภูมิแพ้ จมูกคด ทอนซิลโต ลิ้นไก่ยาว น้ำหนักตัวมาก หรือความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินหายใจส่วนบนอื่น ๆ ซึ่งต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล
7. ก่อนรักษานอนกรนด้วยเลเซอร์ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ (Sleep Specialist) หรือโสต ศอ นาสิกแพทย์ เพื่อตรวจประเมินหาสาเหตุ และอาจต้องทำ การทดสอบการนอนหลับ (Sleep Test) ก่อนเริ่มต้นรักษา
8. การรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Therapy) คืออะไร?
ตอบ: คือแนวทางรักษาที่แพทย์จะพิจารณาจากลักษณะเฉพาะของผู้ป่วย เช่น อายุ เพศ โรคประจำตัว ดัชนีมวลกาย และผลตรวจ Sleep Test เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุด
9. นอกจากเลเซอร์แล้ว มีวิธีตรวจหาสาเหตุการนอนกรนอื่น ๆ อีกไหม?
ตอบ: มีวิธีส่องกล้องขณะหลับ (DISE) เพื่อช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงของการอุดกั้นในทางเดินหายใจขณะหลับ
10. หากต้องการรักษานอนกรนกับศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางของศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ต้องติดต่อที่ไหน?
ตอบ: สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หู คอ จมูก ชั้น 3 โซน D โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หู คอ จมูก ชั้น 3 โซน D
บทความที่เกี่ยวข้อง
เลเซอร์ ErYAG คืออะไร และมีหลักการทำงานอย่างไร?
ปัจจุบันการใช้เลเซอร์ (Erbium-YAG laser) เริ่มเป็นที่นิยมในการนำมาใช้รักษานอนกรน และโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (obstructive sleep apnea) ระดับไม่รุนแรง ทีมีปัญหาเพดานอ่อน คอหอย หย่อนตัว เนื่องจากไม่มีความเจ็บปวด ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องผ่าตัด มีความเสี่ยงต่ำ สามารถทำเสร็จแล้วกลับได้เลย
หลักการของเลเซอร์ คือ แสงจะทำปฏิกิริยากับน้ำในชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เกิดความร้อน มีการหดตัวของคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ผลดังกล่าวทำให้เนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อน และผนังคอหอย มีความตึงตัวมากขึ้น

ขั้นตอนการรักษาด้วยเลเซอร์ ErYAG เป็นอย่างไร?
อาจมีการให้ยาชาฉีดพ่นก่อนทำ 5 - 10 นาที และทำการปิดตาผู้ป่วยเพื่อป้องกันแสงเลเซอร์ รวมถึงแพทย์ผู้รักษาจะใส่แว่นกันแสง หลังจากพร้อมจะเริ่มยิงเลเซอร์ในแต่ละครั้ง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที และส่วนใหญ่ต้องทำอย่างน้อย 2 - 4 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 2 - 4 สัปดาห์ เนื่องจากไม่มีการตัดเนื้อเยื่อใด ๆ จึงไม่มีเลือดออก และไม่มีความเจ็บปวด แต่อาจระคายเล็กน้อย
ข้อควรพิจารณา
หลังทำผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีเสียงกรนลดลง หลับดีขึ้น สดชื่นขึ้น อย่างไรก็ตามไม่ใช่ผู้ป่วยทุกรายจะได้ผล เนื่องจากสาเหตุของการนอนกรนหรือโรคหยุดหายใจขณะหลับมีอีกหลายอย่าง เช่น เยื่อบุจมูกอักเสบเรื้อรัง ภูมิแพ้ จมูกคด ริดสีดวงจมูก น้ำหนักตัวมากหรืออ้วน คางสั้น ลิ้นไก่ยาว ทอนซิลโต เนื้องอกในทางเดินหายใจส่วนบน กล้ามเนื้อหย่อนผิดปกติ และอื่น ๆ
คำแนะนำก่อนการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ก่อนการรักษาควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ (sleep specialist) หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น โสต ศอ นาสิกแพทย์ เพื่อประเมินหาสาเหตุก่อน โดยแพทย์อาจพิจารณาแนะนำให้ทำการทดสอบการนอนหลับ (sleep test) ส่องกล้อง หรือฟิล์มเอกซเรย์ตามความเหมาะสม เมื่อผู้ป่วยทราบถึงข้อดี ข้อเสียของแต่ละวิธี และตัดสินใจร่วมกันจึงเริ่มกระบวนการรักษา
นอกจากนี้ผู้ป่วยควรทราบถึงทางเลือกในการรักษานอนกรนด้วยวิธีอื่น ๆ โดยอาจใช้การรักษาอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือใช้ร่วมกัน ทั้งนี้แนวทางปัจจุบันนิยมใช้การรักษาแบบเฉพาะบุคคล (personalized therapy) โดยการเลือกพิจารณาวิธีรักษาจากลักษณะของผู้ป่วย เช่น อายุ เพศ โรคประจำตัว ดัชนีมวลกาย อาการความง่วงผิดปกติ ร่วมกับผลตรวจ sleep test ที่มาใช้ช่วยประเมิน ชนิด ลักษณะ ความรุนแรง และความเสี่ยงของโรค เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุด
บทความโดย ศาสตราจารย์นายแพทย์วิชญ์ บรรณหิรัญ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์ ErYAG
1. เลเซอร์ ErYAG แก้นอนกรนคืออะไร?
ตอบ: เป็นนวัตกรรมใช้แสงเลเซอร์ (Erbium-YAG laser) ไปทำปฏิกิริยากับน้ำในชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว เกิดความร้อนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและผนังคอหอยตึงตัวขึ้น ช่วยลดอาการนอนกรน
2. รักษานอนกรนด้วยเลเซอร์ ErYAG เจ็บไหม?
ตอบ: ไม่มีความเจ็บปวด ไม่ต้องฉีดยา และไม่มีการตัดเนื้อเยื่อ จึงไม่มีเลือดออก แต่อาจรู้สึกระคายเคืองเล็กน้อยขณะทำ
3. เลเซอร์ ErYAG เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่มีอาการนอนกรนหรือมีโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) ระดับไม่รุนแรง ที่มีปัญหาเพดานอ่อนหรือคอหอยหย่อนตัว
4. ขั้นตอนการรักษาด้วยเลเซอร์ ErYAG ต้องทำอย่างไรบ้าง?
ตอบ: แพทย์จะพ่นยาชาเฉพาะที่ 5-10 นาที ใส่แว่นกันแสง แล้วใช้เวลายิงเลเซอร์ประมาณ 20 นาทีต่อครั้ง โดยไม่มีแผลและสามารถกลับบ้านได้ทันที
5. ต้องทำเลเซอร์ ErYAG กี่ครั้งจึงจะเห็นผล?
ตอบ: ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ทำอย่างน้อย 2 - 4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างครั้งละ 2 - 4 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
6. ทำไมทำเลเซอร์แล้วบางคนอาการนอนกรนอาจไม่หายขาด?
ตอบ: เนื่องจากสาเหตุของการนอนกรนมีหลายปัจจัย เช่น ภูมิแพ้ จมูกคด ทอนซิลโต ลิ้นไก่ยาว น้ำหนักตัวมาก หรือความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินหายใจส่วนบนอื่น ๆ ซึ่งต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล
7. ก่อนรักษานอนกรนด้วยเลเซอร์ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ (Sleep Specialist) หรือโสต ศอ นาสิกแพทย์ เพื่อตรวจประเมินหาสาเหตุ และอาจต้องทำ การทดสอบการนอนหลับ (Sleep Test) ก่อนเริ่มต้นรักษา
8. การรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Therapy) คืออะไร?
ตอบ: คือแนวทางรักษาที่แพทย์จะพิจารณาจากลักษณะเฉพาะของผู้ป่วย เช่น อายุ เพศ โรคประจำตัว ดัชนีมวลกาย และผลตรวจ Sleep Test เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุด
9. นอกจากเลเซอร์แล้ว มีวิธีตรวจหาสาเหตุการนอนกรนอื่น ๆ อีกไหม?
ตอบ: มีวิธีส่องกล้องขณะหลับ (DISE) เพื่อช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงของการอุดกั้นในทางเดินหายใจขณะหลับ
10. หากต้องการรักษานอนกรนกับศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางของศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ต้องติดต่อที่ไหน?
ตอบ: สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หู คอ จมูก ชั้น 3 โซน D โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หู คอ จมูก ชั้น 3 โซน D
บทความที่เกี่ยวข้อง


