ริดสีดวงจมูก (Nasal Polyps)
ริดสีดวงจมูก (Nasal Polyps) คือการที่เยื่อบุจมูกหรือไซนัสมีการอักเสบและบวมจนยื่นออกมาเป็นก้อน หากมีขนาดใหญ่หรือมีหลายก้อน ทำให้โพรงจมูกหรือไซนัสแคบไปขัดขวางทางเดินหายใจ หายใจลำบาก คัดจมูก ไม่ได้กลิ่น และจมูกอาจติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งริดสีดวงจมูกนี้เป็นก้อนเนื้องอกในโพรงจมูกชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด
สาเหตุ
1. การอักเสบเรื้อรังและการติดเชื้อ ซึ่งกลับเป็นซ้ำบ่อย ๆ ของเยื่อบุจมูกและเยื่อบุไซนัส ซึ่งมีผลทำให้เกิดการบวมของเยื่อบุ
2. ความผิดปกติของการตอบสนองของระบบประสาท ที่ควบคุมการทำงานของหลอดเลือดและภาวะความไวเกินของหลอดเลือดที่มาเลี้ยงเยื่อบุจมูกและเยื่อบุไซนัส ทำให้เกิดการบวมของเยื่อบุ
3. ความผิดปกติของกระแสลมที่ผ่านเข้าไปบริเวณซึ่งเป็นต้นตอของริดสีดวงจมูก ได้แก่ บริเวณโพรงจมูกส่วนกลาง และบริเวณรูเปิดของไซนัส
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคริดสีดวงจมูก
- โรคหืด (asthma)
- โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (โรคแพ้อากาศ) (allergic rhinitis)
- ไซนัสอักเสบเรื้อรัง (chronic rhinosinusitis)
- โรคซีสต์ติคไฟโบรซิส (cystic fibrosis)
- แพ้ยา NSAID (ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) บางชนิด
- พันธุกรรม อาจมีบทบาทในการเกิดด้วย เช่นการกลายพันธุ์ของยีนบางชนิด อาจส่งผลกระทบต่อการตอบสนองของเนื้อเยื่อจมูกต่อการอักเสบ
ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคริดสีดวงจมูก?
- เพศชายพบได้บ่อยกว่าเพศหญิง และมักพบในช่วงอายุ 20-40 ปี
- ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบเรื้อรัง มีโอกาสเป็นริดสีดวงจมูกมากกว่าคนทั่วไป
อาการโรคริดสีดวงจมูกเป็นอย่างไร?
- คัดจมูก จาม หรือน้ำมูกไหลลงคอ
- อาการปวดหัว หรือมึนศีรษะ .
- ความสามารถในการรับกลิ่นน้อยลง หรือไม่ได้กลิ่น เลือดกำเดาไหล
- อาการปวดตื้อบริเวณแก้มหรือสันจมูก
- เจ็บคอเรื้อรัง ไอหรือกระแอมบ่อย
เมื่อเนื้องอกมีขนาดใหญ่มากพอ เนื้องอกอาจไปอุดตันโพรงจมูกและไซนัส ทำให้
- อาการหืดกำเริบ (ในผู้ป่วยโรคหืด)
- การติดเชื้อไซนัส
- โรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับชนิดอื่น ๆ
วิธีการรักษา
- ยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูก
ช่วยลดขนาดของริดสีดวงจมูกและป้องกันไม่ให้มีขนาดโตขึ้น ซึ่งได้ผลดีและปลอดภัย แต่ผู้ป่วยบางราย อาจไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูก ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ ยาไม่สามารถกระจายเข้าไปในโพรงจมูกได้เต็มที่ เนื่องจากมีริดสีดวงจมูกอยู่เต็มจมูก หรือมีการติดเชื้อ เช่น ไซนัสอักเสบร่วมด้วย ถึงแม้ว่าการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูกจะได้ผลดีในการรักษาริดสีดวงจมูก แต่ริดสีดวงจมูกก็ไม่ได้ยุบหายไปหมด ดังนั้นหลังจากการใช้สเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูกระยะหนึ่งแล้ว ถ้ายังมีริดสีดวงจมูกเหลืออยู่และอาการยังไม่ดีขึ้น ควรผ่าตัดเอาริดสีดวงจมูกออก - ยาสเตียรอยด์ชนิดกินหรือฉีด
ทำให้อาการดีขึ้นมากและขนาดของริดสีดวงจมูกเล็กลงอย่างชัดเจน และทำให้การรับกลิ่นดีขึ้น ลดโอกาสที่ต้องรักษาโดยการผ่าตัด ขนาดของยาสเตียรอยด์สามารถลดลงได้ โดยอาการทางจมูกยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่จะไม่สามารถทำให้ริดสีดวงจมูกหมดไปได้ นอกจากนั้นยาสเตียรอยด์ช่วยลดการกลับเป็นซ้ำของริดสีดวงจมูก - ผ่าตัดเอาริดสีดวงจมูกออกแบบธรรมดา (simple polypectomy)
การผ่าตัดริดสีดวงจมูกโดยวิธีดั้งเดิมคือ ใช้ลวดคล้องและดึงออกมา เป็นการผ่าตัดเอาริดสีดวงจมูกออกเท่านั้น ไม่ได้ผ่าตัดเข้าในไซนัส - การผ่าตัดริดสีดวงจมูกและไซนัสด้วยการใช้กล้อง (endoscopic sinus surgery)
การผ่าตัดรักษาริดสีดวงจมูกด้วยการใช้กล้องนั้น ส่วนใหญ่จะได้ผลดีถึงดีมาก ผลสำเร็จร้อยละ 80 ขึ้นไป การผ่าตัดริดสีดวงจมูก และไซนัสด้วยกล้องเป็นการเอาริดสีดวงจมูกออกร่วมกับการผ่าตัดบริเวณรูเปิดไซนัสให้โล่ง
การรักษาริดสีดวงจมูก ช่วยให้
- กำจัดริดสีดวงจมูก หรือทำให้ริดสีดวงจมูกมีขนาดเล็กลง
- ทำให้จมูกโล่งขึ้น และหายใจทางจมูกได้
- ไม่มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล คัน จาม หรือเสมหะไหลลงคอ
- สามารถรับรู้กลิ่นได้ปกติ
- รักษาไซนัสอักเสบ (ถ้ามีร่วมด้วย) โดยการให้ยา และ/หรือ การผ่าตัด
- รักษาโรคที่เกิดร่วมกับริดสีดวงจมูก หรือภาวะที่เป็นปัจจัยส่งเสริม หรืออาจเป็นสาเหตุของริดสีดวงจมูก เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำของริดสีดวงจมูก
บทความโดย รศ. นพ.ปารยะ อาศนะเสน
Q&A เกี่ยวกับริดสีดวงจมูก
1. ริดสีดวงจมูกคืออะไร?
ตอบ: ริดสีดวงจมูก (Nasal Polyps) คือภาวะที่เยื่อบุจมูกหรือไซนัสเกิดการอักเสบเรื้อรังและบวมจนยื่นออกมาเป็นก้อน อาจทำให้คัดจมูก หายใจไม่สะดวก และการรับกลิ่นลดลง
2. อาการของริดสีดวงจมูกมีอะไรบ้าง?
ตอบ: อาการที่พบบ่อย ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหลลงคอ จาม ปวดบริเวณแก้มหรือสันจมูก รับกลิ่นได้น้อยลง ไอเรื้อรัง หรือกระแอมบ่อย
3. ริดสีดวงจมูกรักษาได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถรักษาได้ ทั้งด้วยยาสเตียรอยด์ชนิดพ่น ชนิดรับประทาน หรือการผ่าตัดผ่านกล้องไซนัส ขึ้นอยู่กับขนาดของริดสีดวงและความรุนแรงของอาการ
4. ริดสีดวงจมูกอันตรายไหม?
ตอบ: โดยทั่วไปไม่ใช่เนื้อร้าย แต่หากปล่อยไว้อาจทำให้ไซนัสอักเสบเรื้อรัง หายใจลำบาก นอนกรน หรือเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้
5. ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นริดสีดวงจมูก?
ตอบ: ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ โรคหืด ไซนัสอักเสบเรื้อรัง หรือมีประวัติแพ้ยา NSAIDs มีโอกาสเกิดริดสีดวงจมูกได้มากกว่าคนทั่วไป
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หู คอ จมูก ชั้น 3 โซน D
บทความที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวงจมูก (Nasal Polyps) คือการที่เยื่อบุจมูกหรือไซนัสมีการอักเสบและบวมจนยื่นออกมาเป็นก้อน หากมีขนาดใหญ่หรือมีหลายก้อน ทำให้โพรงจมูกหรือไซนัสแคบไปขัดขวางทางเดินหายใจ หายใจลำบาก คัดจมูก ไม่ได้กลิ่น และจมูกอาจติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งริดสีดวงจมูกนี้เป็นก้อนเนื้องอกในโพรงจมูกชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด
สาเหตุ
1. การอักเสบเรื้อรังและการติดเชื้อ ซึ่งกลับเป็นซ้ำบ่อย ๆ ของเยื่อบุจมูกและเยื่อบุไซนัส ซึ่งมีผลทำให้เกิดการบวมของเยื่อบุ
2. ความผิดปกติของการตอบสนองของระบบประสาท ที่ควบคุมการทำงานของหลอดเลือดและภาวะความไวเกินของหลอดเลือดที่มาเลี้ยงเยื่อบุจมูกและเยื่อบุไซนัส ทำให้เกิดการบวมของเยื่อบุ
3. ความผิดปกติของกระแสลมที่ผ่านเข้าไปบริเวณซึ่งเป็นต้นตอของริดสีดวงจมูก ได้แก่ บริเวณโพรงจมูกส่วนกลาง และบริเวณรูเปิดของไซนัส
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคริดสีดวงจมูก
- โรคหืด (asthma)
- โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (โรคแพ้อากาศ) (allergic rhinitis)
- ไซนัสอักเสบเรื้อรัง (chronic rhinosinusitis)
- โรคซีสต์ติคไฟโบรซิส (cystic fibrosis)
- แพ้ยา NSAID (ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) บางชนิด
- พันธุกรรม อาจมีบทบาทในการเกิดด้วย เช่นการกลายพันธุ์ของยีนบางชนิด อาจส่งผลกระทบต่อการตอบสนองของเนื้อเยื่อจมูกต่อการอักเสบ
ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคริดสีดวงจมูก?
- เพศชายพบได้บ่อยกว่าเพศหญิง และมักพบในช่วงอายุ 20-40 ปี
- ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบเรื้อรัง มีโอกาสเป็นริดสีดวงจมูกมากกว่าคนทั่วไป
อาการโรคริดสีดวงจมูกเป็นอย่างไร?
- คัดจมูก จาม หรือน้ำมูกไหลลงคอ
- อาการปวดหัว หรือมึนศีรษะ .
- ความสามารถในการรับกลิ่นน้อยลง หรือไม่ได้กลิ่น เลือดกำเดาไหล
- อาการปวดตื้อบริเวณแก้มหรือสันจมูก
- เจ็บคอเรื้อรัง ไอหรือกระแอมบ่อย
เมื่อเนื้องอกมีขนาดใหญ่มากพอ เนื้องอกอาจไปอุดตันโพรงจมูกและไซนัส ทำให้
- อาการหืดกำเริบ (ในผู้ป่วยโรคหืด)
- การติดเชื้อไซนัส
- โรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับชนิดอื่น ๆ
วิธีการรักษา
- ยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูก
ช่วยลดขนาดของริดสีดวงจมูกและป้องกันไม่ให้มีขนาดโตขึ้น ซึ่งได้ผลดีและปลอดภัย แต่ผู้ป่วยบางราย อาจไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูก ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ ยาไม่สามารถกระจายเข้าไปในโพรงจมูกได้เต็มที่ เนื่องจากมีริดสีดวงจมูกอยู่เต็มจมูก หรือมีการติดเชื้อ เช่น ไซนัสอักเสบร่วมด้วย ถึงแม้ว่าการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูกจะได้ผลดีในการรักษาริดสีดวงจมูก แต่ริดสีดวงจมูกก็ไม่ได้ยุบหายไปหมด ดังนั้นหลังจากการใช้สเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูกระยะหนึ่งแล้ว ถ้ายังมีริดสีดวงจมูกเหลืออยู่และอาการยังไม่ดีขึ้น ควรผ่าตัดเอาริดสีดวงจมูกออก - ยาสเตียรอยด์ชนิดกินหรือฉีด
ทำให้อาการดีขึ้นมากและขนาดของริดสีดวงจมูกเล็กลงอย่างชัดเจน และทำให้การรับกลิ่นดีขึ้น ลดโอกาสที่ต้องรักษาโดยการผ่าตัด ขนาดของยาสเตียรอยด์สามารถลดลงได้ โดยอาการทางจมูกยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่จะไม่สามารถทำให้ริดสีดวงจมูกหมดไปได้ นอกจากนั้นยาสเตียรอยด์ช่วยลดการกลับเป็นซ้ำของริดสีดวงจมูก - ผ่าตัดเอาริดสีดวงจมูกออกแบบธรรมดา (simple polypectomy)
การผ่าตัดริดสีดวงจมูกโดยวิธีดั้งเดิมคือ ใช้ลวดคล้องและดึงออกมา เป็นการผ่าตัดเอาริดสีดวงจมูกออกเท่านั้น ไม่ได้ผ่าตัดเข้าในไซนัส - การผ่าตัดริดสีดวงจมูกและไซนัสด้วยการใช้กล้อง (endoscopic sinus surgery)
การผ่าตัดรักษาริดสีดวงจมูกด้วยการใช้กล้องนั้น ส่วนใหญ่จะได้ผลดีถึงดีมาก ผลสำเร็จร้อยละ 80 ขึ้นไป การผ่าตัดริดสีดวงจมูก และไซนัสด้วยกล้องเป็นการเอาริดสีดวงจมูกออกร่วมกับการผ่าตัดบริเวณรูเปิดไซนัสให้โล่ง
การรักษาริดสีดวงจมูก ช่วยให้
- กำจัดริดสีดวงจมูก หรือทำให้ริดสีดวงจมูกมีขนาดเล็กลง
- ทำให้จมูกโล่งขึ้น และหายใจทางจมูกได้
- ไม่มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล คัน จาม หรือเสมหะไหลลงคอ
- สามารถรับรู้กลิ่นได้ปกติ
- รักษาไซนัสอักเสบ (ถ้ามีร่วมด้วย) โดยการให้ยา และ/หรือ การผ่าตัด
- รักษาโรคที่เกิดร่วมกับริดสีดวงจมูก หรือภาวะที่เป็นปัจจัยส่งเสริม หรืออาจเป็นสาเหตุของริดสีดวงจมูก เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำของริดสีดวงจมูก
บทความโดย รศ. นพ.ปารยะ อาศนะเสน
Q&A เกี่ยวกับริดสีดวงจมูก
1. ริดสีดวงจมูกคืออะไร?
ตอบ: ริดสีดวงจมูก (Nasal Polyps) คือภาวะที่เยื่อบุจมูกหรือไซนัสเกิดการอักเสบเรื้อรังและบวมจนยื่นออกมาเป็นก้อน อาจทำให้คัดจมูก หายใจไม่สะดวก และการรับกลิ่นลดลง
2. อาการของริดสีดวงจมูกมีอะไรบ้าง?
ตอบ: อาการที่พบบ่อย ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหลลงคอ จาม ปวดบริเวณแก้มหรือสันจมูก รับกลิ่นได้น้อยลง ไอเรื้อรัง หรือกระแอมบ่อย
3. ริดสีดวงจมูกรักษาได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถรักษาได้ ทั้งด้วยยาสเตียรอยด์ชนิดพ่น ชนิดรับประทาน หรือการผ่าตัดผ่านกล้องไซนัส ขึ้นอยู่กับขนาดของริดสีดวงและความรุนแรงของอาการ
4. ริดสีดวงจมูกอันตรายไหม?
ตอบ: โดยทั่วไปไม่ใช่เนื้อร้าย แต่หากปล่อยไว้อาจทำให้ไซนัสอักเสบเรื้อรัง หายใจลำบาก นอนกรน หรือเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้
5. ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นริดสีดวงจมูก?
ตอบ: ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ โรคหืด ไซนัสอักเสบเรื้อรัง หรือมีประวัติแพ้ยา NSAIDs มีโอกาสเกิดริดสีดวงจมูกได้มากกว่าคนทั่วไป
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หู คอ จมูก ชั้น 3 โซน D
บทความที่เกี่ยวข้อง


