การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบในผู้ใหญ่

วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบ มีไว้เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย สเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบมีกี่ประเภท?

1. พีซีวี 13 (PCV 13) หรือพีซีวี 15 (PCV15) หรือพีซีวี 20 (PCV 20) วัคซีนนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต (Pneumococcal Conjugate Vaccine) ครอบคลุมเชื้อ 13, 15 และ 20 สายพันธุ์

2. พีพีเอสวี 23 (PPSV 23) วัคซีนนิวโมคอคคัส ชนิดโพลีแซคคาไรด์ (Pneumococcal Polysaccharide Vaccine) ครอบคลุมเชื้อ 23 สายพันธุ์

วัคซีนปอดอักเสบควรฉีดอย่างไร?

  • ขนาด 0.5 มล. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
  • สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป สามารถเลือกฉีดวัคซีนได้ 2 แบบ
  • แบบที่ 1 ฉีดพีซีวี 20 (PCV 20) 1 โดส เพียงครั้งเดียว
  • แบบที่ 2 เริ่มด้วยฉีดพีซีวี 13 (PCV 13) หรือพีซีวี 15 (PCV 15) 1 โดส และต่อด้วยฉีดพีพีเอสวี 23 (PPSV 23) หรือพีซีวี 20 (PCV20) 1 โดส โดยเว้นระยะห่างจาก PCV 13 หรือ PCV 15 อย่างน้อย 1 ปี

** การฉีดวัคซีนแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับอายุ และภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล ตลอดจนประวัติการได้รับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อปอดอักเสบมาก่อน โดยจะต้องได้รับการพิจารณาจากแพทย์ **

วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบในผู้ใหญ่ ใครควรฉีด?

1. ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป

2. ผู้ที่อายุ 18 - 64 ปี

  • มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอดเรื้อรัง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ
  • มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคไตเรื้อรัง ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ผู้ที่รับยากดภูมิคุ้มกัน ยาเคมีบำบัด ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ
  • สูบบุหรี่ หรือพิษสุราเรื้อรัง
  • ไม่มีม้าม หรือม้ามทำงานบกพร่อง

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้

  • ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด
  • มีไข้เล็กน้อย อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว

อาการเหล่านี้มักหายได้เองใน 1-2 วัน หากมีอาการแพ้รุนแรง เช่น หายใจลำบาก หรือผื่นลมพิษ ควรรีบพบแพทย์ทันที

ข้อดีของการฉีดวัคซีน

  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคปอดอักเสบรุนแรง
  • ลดโอกาสการเข้ารักษาในโรงพยาบาล
  • ป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ช่วยปกป้องสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

ข้อแนะนำ

  • ควรระมัดระวังในผู้สูงอายุที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรือมีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือผู้ที่กำลังได้รับการรักษาด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ควรเลื่อนการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบออกไป หากมีไข้สูงรุนแรงเฉียบพลัน แต่หากมีการติดเชื้อเล็กน้อย เช่น เป็นหวัด ไม่จำเป็นต้องเลื่อนการให้วัคซีนออกไป
  • วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบสามารถป้องกันเชื้อสเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) เฉพาะชนิดที่เป็นส่วนประกอบในวัคซีนเท่านั้น แต่ไม่สามารถป้องกันเชื้อก่อโรคอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคปอดบวมหรือหูชั้นกลางอักเสบ และยังมีโอกาสเป็นโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส หรือเชื้อก่อโรคอื่น ๆ ได้แม้จะได้รับฉีดวัคซีนครบถ้วน
  • ยังไม่มีข้อมูลการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร

หากมีข้อสงสัย ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือหากพบอาการผิดปกติภายหลังการทำหัตถการสามารถรับคำปรึกษา: ติดต่อคลินิกตรวจสุขภาพ โทร. 02-419-2439 (เวลา 07:00-15:00 น.) นอกเวลาดังกล่าวติดต่อคลินิกผู้ป่วยฉุกเฉิน โทร. 1474 (ตลอด 24 ชั่วโมง)


Q&A การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบในผู้ใหญ่

1. วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบช่วยป้องกันอะไรบ้าง?

ตอบ: ช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด 

2. วัคซีน PCV กับ PPSV ต่างกันอย่างไร?

ตอบ: PCV (13, 15, 20) เป็นชนิดคอนจูเกตครอบคลุมเชื้อ 13, 15, หรือ 20 สายพันธุ์ ตามลำดับ ส่วน PPSV 23 เป็นชนิดโพลีแซคคาไรด์ครอบคลุมเชื้อ 23 สายพันธุ์ 

3. ผู้ใหญ่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบอย่างไร?

ตอบ: แบบที่ 1 ฉีด PCV 20 เพียงเข็มเดียว หรือ แบบที่ 2 เริ่มฉีด PCV 13 หรือ 15 แล้วตามด้วย PPSV 23 หรือ PCV 20 โดยเว้นระยะห่างจาก PCV 13 หรือ PCV 15 อย่างน้อย 1 ปี

4. ใครบ้างที่ต้องฉีดวัคซีนปอดอักเสบ?

ตอบ: ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ที่อายุ 18 ถึง 64 ปี ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง (โรคปอดเรื้อรัง, เบาหวาน, หัวใจ, ตับ) หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีโรคไตเรื้อรัง ไม่มีม้ามหรือม้ามทำงานบกพร่อง ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือสูบบุหรี่ หรือพิษสุราเรื้อรัง

5. ข้อดีของการฉีดวัคซีนปอดอักเสบคืออะไร?

ตอบ: ลดความเสี่ยงโรครุนแรง ลดโอกาสเข้าโรงพยาบาล ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และช่วยปกป้องสุขภาพในระยะยาว 

6. ผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนมีอะไรบ้าง?

ตอบ: อาจมีอาการปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด มีไข้ต่ำ หรืออ่อนเพลีย ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-2 วัน 

7. มีไข้ฉีดวัคซีนปอดอักเสบได้ไหม?

ตอบ: หากมีไข้สูงเฉียบพลันควรเลื่อนออกไปก่อน แต่หากเป็นเพียงหวัดเล็กน้อยไม่จำเป็นต้องเลื่อน 

8. ฉีดวัคซีนแล้วยังมีโอกาสเป็นปอดอักเสบได้หรือไม่?

ตอบ: ยังมีโอกาสเป็นได้ เนื่องจากวัคซีนป้องกันได้เฉพาะสายพันธุ์ที่ระบุไว้ และไม่ป้องกันเชื้อก่อโรคชนิดอื่น ๆ 

9. หญิงตั้งครรภ์ฉีดได้หรือไม่?

ตอบ: ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันเรื่องความปลอดภัยในการให้วัคซีนนี้ในหญิงตั้งครรภ์และหญิงที่ให้นมบุตร 

10. ติดต่อสอบถามเรื่องวัคซีนได้ที่ไหน?

ตอบ: ติดต่อคลินิกตรวจสุขภาพ โทร. 02-419-2439 (07:00-15:00 น.) หรือนอกเวลาที่คลินิกผู้ป่วยฉุกเฉิน โทร. 1474

ข้อมูลจาก: ศูนย์ข้อมูลยา ฝ่ายวิชาการเภสัชสนเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกตรวจสุขภาพ ชั้น 4 โซน E

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบ มีไว้เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย สเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบมีกี่ประเภท?

1. พีซีวี 13 (PCV 13) หรือพีซีวี 15 (PCV15) หรือพีซีวี 20 (PCV 20) วัคซีนนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต (Pneumococcal Conjugate Vaccine) ครอบคลุมเชื้อ 13, 15 และ 20 สายพันธุ์

2. พีพีเอสวี 23 (PPSV 23) วัคซีนนิวโมคอคคัส ชนิดโพลีแซคคาไรด์ (Pneumococcal Polysaccharide Vaccine) ครอบคลุมเชื้อ 23 สายพันธุ์

วัคซีนปอดอักเสบควรฉีดอย่างไร?

  • ขนาด 0.5 มล. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
  • สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป สามารถเลือกฉีดวัคซีนได้ 2 แบบ
  • แบบที่ 1 ฉีดพีซีวี 20 (PCV 20) 1 โดส เพียงครั้งเดียว
  • แบบที่ 2 เริ่มด้วยฉีดพีซีวี 13 (PCV 13) หรือพีซีวี 15 (PCV 15) 1 โดส และต่อด้วยฉีดพีพีเอสวี 23 (PPSV 23) หรือพีซีวี 20 (PCV20) 1 โดส โดยเว้นระยะห่างจาก PCV 13 หรือ PCV 15 อย่างน้อย 1 ปี

** การฉีดวัคซีนแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับอายุ และภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล ตลอดจนประวัติการได้รับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อปอดอักเสบมาก่อน โดยจะต้องได้รับการพิจารณาจากแพทย์ **

วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบในผู้ใหญ่ ใครควรฉีด?

1. ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป

2. ผู้ที่อายุ 18 - 64 ปี

  • มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอดเรื้อรัง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ
  • มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคไตเรื้อรัง ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ผู้ที่รับยากดภูมิคุ้มกัน ยาเคมีบำบัด ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ
  • สูบบุหรี่ หรือพิษสุราเรื้อรัง
  • ไม่มีม้าม หรือม้ามทำงานบกพร่อง

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้

  • ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด
  • มีไข้เล็กน้อย อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว

อาการเหล่านี้มักหายได้เองใน 1-2 วัน หากมีอาการแพ้รุนแรง เช่น หายใจลำบาก หรือผื่นลมพิษ ควรรีบพบแพทย์ทันที

ข้อดีของการฉีดวัคซีน

  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคปอดอักเสบรุนแรง
  • ลดโอกาสการเข้ารักษาในโรงพยาบาล
  • ป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ช่วยปกป้องสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

ข้อแนะนำ

  • ควรระมัดระวังในผู้สูงอายุที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรือมีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือผู้ที่กำลังได้รับการรักษาด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ควรเลื่อนการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบออกไป หากมีไข้สูงรุนแรงเฉียบพลัน แต่หากมีการติดเชื้อเล็กน้อย เช่น เป็นหวัด ไม่จำเป็นต้องเลื่อนการให้วัคซีนออกไป
  • วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบสามารถป้องกันเชื้อสเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) เฉพาะชนิดที่เป็นส่วนประกอบในวัคซีนเท่านั้น แต่ไม่สามารถป้องกันเชื้อก่อโรคอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคปอดบวมหรือหูชั้นกลางอักเสบ และยังมีโอกาสเป็นโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส หรือเชื้อก่อโรคอื่น ๆ ได้แม้จะได้รับฉีดวัคซีนครบถ้วน
  • ยังไม่มีข้อมูลการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร

หากมีข้อสงสัย ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือหากพบอาการผิดปกติภายหลังการทำหัตถการสามารถรับคำปรึกษา: ติดต่อคลินิกตรวจสุขภาพ โทร. 02-419-2439 (เวลา 07:00-15:00 น.) นอกเวลาดังกล่าวติดต่อคลินิกผู้ป่วยฉุกเฉิน โทร. 1474 (ตลอด 24 ชั่วโมง)


Q&A การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบในผู้ใหญ่

1. วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบช่วยป้องกันอะไรบ้าง?

ตอบ: ช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด 

2. วัคซีน PCV กับ PPSV ต่างกันอย่างไร?

ตอบ: PCV (13, 15, 20) เป็นชนิดคอนจูเกตครอบคลุมเชื้อ 13, 15, หรือ 20 สายพันธุ์ ตามลำดับ ส่วน PPSV 23 เป็นชนิดโพลีแซคคาไรด์ครอบคลุมเชื้อ 23 สายพันธุ์ 

3. ผู้ใหญ่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อปอดอักเสบอย่างไร?

ตอบ: แบบที่ 1 ฉีด PCV 20 เพียงเข็มเดียว หรือ แบบที่ 2 เริ่มฉีด PCV 13 หรือ 15 แล้วตามด้วย PPSV 23 หรือ PCV 20 โดยเว้นระยะห่างจาก PCV 13 หรือ PCV 15 อย่างน้อย 1 ปี

4. ใครบ้างที่ต้องฉีดวัคซีนปอดอักเสบ?

ตอบ: ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ที่อายุ 18 ถึง 64 ปี ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง (โรคปอดเรื้อรัง, เบาหวาน, หัวใจ, ตับ) หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีโรคไตเรื้อรัง ไม่มีม้ามหรือม้ามทำงานบกพร่อง ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือสูบบุหรี่ หรือพิษสุราเรื้อรัง

5. ข้อดีของการฉีดวัคซีนปอดอักเสบคืออะไร?

ตอบ: ลดความเสี่ยงโรครุนแรง ลดโอกาสเข้าโรงพยาบาล ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และช่วยปกป้องสุขภาพในระยะยาว 

6. ผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนมีอะไรบ้าง?

ตอบ: อาจมีอาการปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด มีไข้ต่ำ หรืออ่อนเพลีย ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-2 วัน 

7. มีไข้ฉีดวัคซีนปอดอักเสบได้ไหม?

ตอบ: หากมีไข้สูงเฉียบพลันควรเลื่อนออกไปก่อน แต่หากเป็นเพียงหวัดเล็กน้อยไม่จำเป็นต้องเลื่อน 

8. ฉีดวัคซีนแล้วยังมีโอกาสเป็นปอดอักเสบได้หรือไม่?

ตอบ: ยังมีโอกาสเป็นได้ เนื่องจากวัคซีนป้องกันได้เฉพาะสายพันธุ์ที่ระบุไว้ และไม่ป้องกันเชื้อก่อโรคชนิดอื่น ๆ 

9. หญิงตั้งครรภ์ฉีดได้หรือไม่?

ตอบ: ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันเรื่องความปลอดภัยในการให้วัคซีนนี้ในหญิงตั้งครรภ์และหญิงที่ให้นมบุตร 

10. ติดต่อสอบถามเรื่องวัคซีนได้ที่ไหน?

ตอบ: ติดต่อคลินิกตรวจสุขภาพ โทร. 02-419-2439 (07:00-15:00 น.) หรือนอกเวลาที่คลินิกผู้ป่วยฉุกเฉิน โทร. 1474

ข้อมูลจาก: ศูนย์ข้อมูลยา ฝ่ายวิชาการเภสัชสนเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกตรวจสุขภาพ ชั้น 4 โซน E

บทความที่เกี่ยวข้อง

 


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง