เทคนิคออกกำลังกายสำหรับผู้เป็นโรคหัวใจ (Heart Exercise)

#ศูนย์หัวใจ #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ออกกําลังกาย โรคหัวใจ #วิ่ง โรคหัวใจ #โรคหัวใจโต #โรคหัวใจขาดเลือด #โรคหัวใจตีบ #โรคหัวใจรั่ว #โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ #โรคหัวใจและหลอดเลือด #โรคหัวใจพิการแต่กําเนิด #Heart Exercise

การออกกำลังกายในผู้เป็นโรคหัวใจ

   การออกกำลังกายมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้เป็นโรคหัวใจ เพราะจะช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจและเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้หลอดเลือดมีการขยายตัว กล้ามเนื้อหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายสำหรับผู้เป็นโรคหัวใจจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกประเภทกีฬาที่เหมาะสมและเพื่อความปลอดภัย

ประโยชน์ของการออกกำลังกาย

เทคนิคในการออกกำลังกายสำหรับผู้เป็นโรคหัวใจ

   ผู้เป็นโรคหัวใจที่เริ่มต้นออกกำลังกายควรอยู่ในความดูแลของแพทย์เพื่อประเมินสภาพร่างกาย โรคแทรกซ้อน การเฝ้าติดตามการเต้นของหัวใจ รวมถึงการแนะนำให้เรียนรู้อาการหรือสัญญาณเตือนภัยต่างๆ ในขณะออกกำลังกายหรือหลังออกกำลังกาย ซึ่งหลังจากการเฝ้าติดตามแล้วหากไม่มีความเสี่ยงเกิดขึ้นแพทย์จะอนุญาตให้ออกกำลังกายที่บ้านได้ แต่จำเป็นต้องมาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อประเมินผลจากการออกกำลังกาย

  • แนะนำให้ใช้เวลาในการอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายครั้งละ 10-15 นาที
  • ความถี่ในการออกกำลังกาย แนะนำให้ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-5 8 ครั้ง
  • ความหนักของการออกกำลังกายให้พิจารณาเป็นรายบุคคล เพราะสภาพโรคหัวใจที่ต่างกันย่อมมีความรุนแรงต่างกัน ในการกำหนดความแรงของการออกกำลังกายแพทย์จะเป็นผู้กำหนดโดยมีการทดสอบทั้งก่อนออกกำลังกาย ขณะออกกำลังกาย หรือภายหลังการออกกำลังกาย เพื่อหาความเหมาะสมแก่ผู้ป่วยโดยความแรงของการออกกำลัยกายเริ่มตั้งแต่ร้อยละ 50-80 ของอัตราการเต้นหัวใจเป้าหมาย
  • ระยะเวลาในการออกกำลังกายประมาณครั้งละ 20-30 นาที

ศูนย์หัวใจ,ศูนย์หัวใจ,เทคนิคออกกำลังกาย,โรคหัวใจ,หัวใจผิดปกติ,หัวใจ

การออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้เป็นโรคหัวใจ

   การเดินเร็ว เหมาะสำหรับผู้เป็นโรคหัวใจที่สูงอายุ เพราะไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อยจนเกินไป การเดินเร็วสัปดาห์ละ 1-3 ชั่วโมง จะช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจได้ถึงร้อยละ 30

   การวิ่ง ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจได้ออกแรงสูบฉีดเร็วขึ้น ลดความเครียด และยังช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนอื่นๆแข็งแรงด้วย

   การเล่นเทนนิส ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นโดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณแขนและขา

   การว่ายน้ำ ช่วยให้มีผลดีต่อสุขภาพหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงและมีความยืดหยุ่น อีกทั้งน้ำยังเป็นตัวพยุงน้ำหนักที่ดี ดังนั้น แม้ออกแรงมากแต่จะรู้สึกเหนื่อยน้อยกว่าการออกกำลังกายบนบก

ข้อแนะนำสำหรับผู้เป็นโรคหัวใจที่ต้องการออกกำลังกาย

  • ไม่ควรออกกำลังกายในขณะท้องว่าง แต่ก่อนออกกำลังกายควรเว้นระยะหลังจากการรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง
  • ควรออกกำลังกายในร่มหากเวลาดังกล่าวมีสภาพอากาศร้อน หรือหนาวจัด
  • อย่ากลั้นหายใจในขณะออกกำลังกาย ในระหว่างออกกำลังกายพยายามหายใจให้ปกติ ควรสังเกตการหายใจไม่ให้ติดขัด และสามารถพูดคุยได้โดยไม่เหนื่อยหอบ
  • ควรอบอุ่นร่างกายและมีการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง
  • สถานที่ในการออกกำลังกายควรมีเครื่องมือและเจ้าหน้าที่พร้อมเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย
  • ในการออกกำลังกายควรใส่เสื้อผ้าที่ไม่หนาเกินไป
  • ควรออกกำลังกายในเวลาเดียวกันทุกวัน
  • อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ ก่อนการออกกำลังกายควรดื่มน้ำประมาณ 1 แก้ว
  • การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องออกแรงมากเกินไป แต่ควรเน้นที่ระยะเวลาในการออกกำลังที่เหมาะสม
  • ไม่ออกกำลังกายหากรู้สึกไม่สบาย
  • ไม่ควรออกกำลังกายหรือหยุดออกกำลังกายทันทีเมื่อมีอาการดังนี้ คือ เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย เหนื่อยผิดปกติ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! ศูนย์หัวใจ ชั้น 4 โซน C

#ศูนย์หัวใจ #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ออกกําลังกาย โรคหัวใจ #วิ่ง โรคหัวใจ #โรคหัวใจโต #โรคหัวใจขาดเลือด #โรคหัวใจตีบ #โรคหัวใจรั่ว #โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ #โรคหัวใจและหลอดเลือด #โรคหัวใจพิการแต่กําเนิด #Heart Exercise

การออกกำลังกายในผู้เป็นโรคหัวใจ

   การออกกำลังกายมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้เป็นโรคหัวใจ เพราะจะช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจและเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้หลอดเลือดมีการขยายตัว กล้ามเนื้อหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายสำหรับผู้เป็นโรคหัวใจจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกประเภทกีฬาที่เหมาะสมและเพื่อความปลอดภัย

ประโยชน์ของการออกกำลังกาย

เทคนิคในการออกกำลังกายสำหรับผู้เป็นโรคหัวใจ

   ผู้เป็นโรคหัวใจที่เริ่มต้นออกกำลังกายควรอยู่ในความดูแลของแพทย์เพื่อประเมินสภาพร่างกาย โรคแทรกซ้อน การเฝ้าติดตามการเต้นของหัวใจ รวมถึงการแนะนำให้เรียนรู้อาการหรือสัญญาณเตือนภัยต่างๆ ในขณะออกกำลังกายหรือหลังออกกำลังกาย ซึ่งหลังจากการเฝ้าติดตามแล้วหากไม่มีความเสี่ยงเกิดขึ้นแพทย์จะอนุญาตให้ออกกำลังกายที่บ้านได้ แต่จำเป็นต้องมาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อประเมินผลจากการออกกำลังกาย

  • แนะนำให้ใช้เวลาในการอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายครั้งละ 10-15 นาที
  • ความถี่ในการออกกำลังกาย แนะนำให้ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-5 8 ครั้ง
  • ความหนักของการออกกำลังกายให้พิจารณาเป็นรายบุคคล เพราะสภาพโรคหัวใจที่ต่างกันย่อมมีความรุนแรงต่างกัน ในการกำหนดความแรงของการออกกำลังกายแพทย์จะเป็นผู้กำหนดโดยมีการทดสอบทั้งก่อนออกกำลังกาย ขณะออกกำลังกาย หรือภายหลังการออกกำลังกาย เพื่อหาความเหมาะสมแก่ผู้ป่วยโดยความแรงของการออกกำลัยกายเริ่มตั้งแต่ร้อยละ 50-80 ของอัตราการเต้นหัวใจเป้าหมาย
  • ระยะเวลาในการออกกำลังกายประมาณครั้งละ 20-30 นาที

ศูนย์หัวใจ,ศูนย์หัวใจ,เทคนิคออกกำลังกาย,โรคหัวใจ,หัวใจผิดปกติ,หัวใจ

การออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้เป็นโรคหัวใจ

   การเดินเร็ว เหมาะสำหรับผู้เป็นโรคหัวใจที่สูงอายุ เพราะไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อยจนเกินไป การเดินเร็วสัปดาห์ละ 1-3 ชั่วโมง จะช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจได้ถึงร้อยละ 30

   การวิ่ง ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจได้ออกแรงสูบฉีดเร็วขึ้น ลดความเครียด และยังช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนอื่นๆแข็งแรงด้วย

   การเล่นเทนนิส ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นโดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณแขนและขา

   การว่ายน้ำ ช่วยให้มีผลดีต่อสุขภาพหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงและมีความยืดหยุ่น อีกทั้งน้ำยังเป็นตัวพยุงน้ำหนักที่ดี ดังนั้น แม้ออกแรงมากแต่จะรู้สึกเหนื่อยน้อยกว่าการออกกำลังกายบนบก

ข้อแนะนำสำหรับผู้เป็นโรคหัวใจที่ต้องการออกกำลังกาย

  • ไม่ควรออกกำลังกายในขณะท้องว่าง แต่ก่อนออกกำลังกายควรเว้นระยะหลังจากการรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง
  • ควรออกกำลังกายในร่มหากเวลาดังกล่าวมีสภาพอากาศร้อน หรือหนาวจัด
  • อย่ากลั้นหายใจในขณะออกกำลังกาย ในระหว่างออกกำลังกายพยายามหายใจให้ปกติ ควรสังเกตการหายใจไม่ให้ติดขัด และสามารถพูดคุยได้โดยไม่เหนื่อยหอบ
  • ควรอบอุ่นร่างกายและมีการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง
  • สถานที่ในการออกกำลังกายควรมีเครื่องมือและเจ้าหน้าที่พร้อมเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย
  • ในการออกกำลังกายควรใส่เสื้อผ้าที่ไม่หนาเกินไป
  • ควรออกกำลังกายในเวลาเดียวกันทุกวัน
  • อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ ก่อนการออกกำลังกายควรดื่มน้ำประมาณ 1 แก้ว
  • การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องออกแรงมากเกินไป แต่ควรเน้นที่ระยะเวลาในการออกกำลังที่เหมาะสม
  • ไม่ออกกำลังกายหากรู้สึกไม่สบาย
  • ไม่ควรออกกำลังกายหรือหยุดออกกำลังกายทันทีเมื่อมีอาการดังนี้ คือ เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย เหนื่อยผิดปกติ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! ศูนย์หัวใจ ชั้น 4 โซน C


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง