หยุด..โรคไขมันพอกตับ แค่เลือกกิน (Fatty Liver Disease)

#ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ไขมันพอกตับ #ไขมันพอกตับคืออะไร #ไขมันพอกตับเกิดจากอะไร #ไขมันพอกตับรักษาอย่างไร #ไขมันพอกตับอันตรายไหม #ไขมันพอกตับกินอะไรดี #ทำอย่างไรเมื่อเป็นไขมันพอกตับ #ไขมันพอกตับอันตรายแค่ไหน

โรคไขมันพอกตับหรือบางท่านเรียกว่า ไขมันเกาะตับ คือโรคที่มีไขมันเข้าไปอยู่ในเซลล์ตับเกินปกติ คือ ประมาณ 5-10% ของตับโดยน้ำหนัก โดยทั่วไปมักเป็นไขมันชนิด ไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันในเลือด)

โรคไขมันพอกตับเกิดได้อย่างไร?

กลไกการเกิดโรคไขมันพอกตับ อาจเกิดได้จากมีการผิดปกติในการใช้พลังงานของร่างกาย ส่งผลให้มีปริมาณไขมันในร่างกายสูง เช่น จากอาหาร จากร่างกายสร้างไขมันมากขึ้น หรือร่างกายนำไขมันไปใช้ได้น้อยลง จึงส่งผลให้มีไขมันสะสมในตับสูงขึ้น หรือมีความผิดปกติอื่นๆ ที่ส่งผลให้ร่างกายนำไขมันไปสะสมที่ตับสูงขึ้น หรือมีการผิดปกติในการสันดาปอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต (แป้งและน้ำตาล) จากฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) จากตับอ่อน ส่งผลให้ร่างกายนำคาร์โบไฮเดรตไปใช้ไม่หมด คาร์โบไฮเดรตส่วนเกินเหล่านี้จึงเปลี่ยนไปอยู่ในรูปของไขมันไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งร่างกายนำไปเก็บสะสมไว้ในตับ ทั้งนี้เพราะพบโรคนี้ได้สูงในผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วย

#ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ไขมันพอกตับ #ไขมันพอกตับคืออะไร #ไขมันพอกตับเกิดจากอะไร #ไขมันพอกตับรักษาอย่างไร #ไขมันพอกตับอันตรายไหม #ไขมันพอกตับกินอะไรดี #ทำอย่างไรเมื่อเป็นไขมันพอกตับ #ไขมันพอกตับอันตรายแค่ไหน

สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไขมันพอกตับแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

1. จากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งความรุนแรงของโรคจะขึ้นกับทั้งปริมาณแอลกอฮอล์ ประเภท และระยะเวลาที่ดื่ม เรียกว่า Alcoholic fatty liver 
2. สาเหตุจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ได้แก่ 
  • มีโรคที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน (Metabolism) ของร่างกาย ที่เรียกว่า Metabolic syndrome (เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง)
  • ภาวะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หรือภาวะทุพโภชนาการ เช่น มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือจากการได้รับอาหารทางหลอดเลือดต่อเนื่อง
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็ง ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ ยาต้านไวรัสบางชนิด ยาต้านฮอร์โมนบางชนิดในการรักษาโรคมะเร็งเต้านม หรือยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ในปริมาณสูงต่อเนื่อง
  • ได้รับสารพิษบางชนิด เช่น จากการบริโภคเห็ดมีพิษ หรือยาฆ่าแมลง
  • การติดเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อเอชไอวี และไวรัสตับอักเสบซี
  • กินอาหารให้พลังงานสูงเป็นประจำ เช่น แป้ง น้ำตาล ไขมัน
  • หรืออาจเกิดจากพันธุกรรม

ทำอย่างไรเมื่อไขมันพอกตับ

• ควรพบแพทย์ ทานยาลดไขมันและปฏิบัติตามแพทย์แนะนำ
• เลิกเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
• ลดปริมาณอาหาร ควบคุมน้ำหนัก ลดความอ้วน ไม่ให้เกิดโรคอ้วน และน้ำหนักตัวเกิน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 4 โซน A

#ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ไขมันพอกตับ #ไขมันพอกตับคืออะไร #ไขมันพอกตับเกิดจากอะไร #ไขมันพอกตับรักษาอย่างไร #ไขมันพอกตับอันตรายไหม #ไขมันพอกตับกินอะไรดี #ทำอย่างไรเมื่อเป็นไขมันพอกตับ #ไขมันพอกตับอันตรายแค่ไหน

โรคไขมันพอกตับหรือบางท่านเรียกว่า ไขมันเกาะตับ คือโรคที่มีไขมันเข้าไปอยู่ในเซลล์ตับเกินปกติ คือ ประมาณ 5-10% ของตับโดยน้ำหนัก โดยทั่วไปมักเป็นไขมันชนิด ไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันในเลือด)

โรคไขมันพอกตับเกิดได้อย่างไร?

กลไกการเกิดโรคไขมันพอกตับ อาจเกิดได้จากมีการผิดปกติในการใช้พลังงานของร่างกาย ส่งผลให้มีปริมาณไขมันในร่างกายสูง เช่น จากอาหาร จากร่างกายสร้างไขมันมากขึ้น หรือร่างกายนำไขมันไปใช้ได้น้อยลง จึงส่งผลให้มีไขมันสะสมในตับสูงขึ้น หรือมีความผิดปกติอื่นๆ ที่ส่งผลให้ร่างกายนำไขมันไปสะสมที่ตับสูงขึ้น หรือมีการผิดปกติในการสันดาปอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต (แป้งและน้ำตาล) จากฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) จากตับอ่อน ส่งผลให้ร่างกายนำคาร์โบไฮเดรตไปใช้ไม่หมด คาร์โบไฮเดรตส่วนเกินเหล่านี้จึงเปลี่ยนไปอยู่ในรูปของไขมันไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งร่างกายนำไปเก็บสะสมไว้ในตับ ทั้งนี้เพราะพบโรคนี้ได้สูงในผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วย

#ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ไขมันพอกตับ #ไขมันพอกตับคืออะไร #ไขมันพอกตับเกิดจากอะไร #ไขมันพอกตับรักษาอย่างไร #ไขมันพอกตับอันตรายไหม #ไขมันพอกตับกินอะไรดี #ทำอย่างไรเมื่อเป็นไขมันพอกตับ #ไขมันพอกตับอันตรายแค่ไหน

สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไขมันพอกตับแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

1. จากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งความรุนแรงของโรคจะขึ้นกับทั้งปริมาณแอลกอฮอล์ ประเภท และระยะเวลาที่ดื่ม เรียกว่า Alcoholic fatty liver 
2. สาเหตุจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ได้แก่ 
  • มีโรคที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน (Metabolism) ของร่างกาย ที่เรียกว่า Metabolic syndrome (เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง)
  • ภาวะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หรือภาวะทุพโภชนาการ เช่น มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือจากการได้รับอาหารทางหลอดเลือดต่อเนื่อง
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็ง ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ ยาต้านไวรัสบางชนิด ยาต้านฮอร์โมนบางชนิดในการรักษาโรคมะเร็งเต้านม หรือยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ในปริมาณสูงต่อเนื่อง
  • ได้รับสารพิษบางชนิด เช่น จากการบริโภคเห็ดมีพิษ หรือยาฆ่าแมลง
  • การติดเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อเอชไอวี และไวรัสตับอักเสบซี
  • กินอาหารให้พลังงานสูงเป็นประจำ เช่น แป้ง น้ำตาล ไขมัน
  • หรืออาจเกิดจากพันธุกรรม

ทำอย่างไรเมื่อไขมันพอกตับ

• ควรพบแพทย์ ทานยาลดไขมันและปฏิบัติตามแพทย์แนะนำ
• เลิกเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
• ลดปริมาณอาหาร ควบคุมน้ำหนัก ลดความอ้วน ไม่ให้เกิดโรคอ้วน และน้ำหนักตัวเกิน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 4 โซน A


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง