ยาฉีดชีววัตถุรักษาโรคสะเก็ดเงินเรื้อรัง
โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วผิดปกติ ส่งผลให้เกิด ผื่นแดง มีสะเก็ดหนาสีขาว โดยมักพบที่ ข้อศอก ข้อเข่า หนังศีรษะ และอาจมีความผิดปกติของเล็บร่วมด้วย
ยาฉีดชีววัตถุออะไร?
ยาฉีดชีววัตถุ (Biologics)คือยาที่ผลิตจากโปรตีนที่ออกแบบให้ทำงานคล้ายสารตามธรรมชาติในร่างกาย โดยยาจะออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจง ช่วยยับยั้งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคสะเก็ดเงิน ได้แก่
- ช่วยลดการอักเสบและการสะสมของเซลล์ผิวหนัง
- ลดการทำงานของ สารโปรตีนที่กระตุ้นการอักเสบในร่างกาย หากมีมากเกินไป จะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง
- ลดการทำงานของเซลล์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ
การรักษาโรคสะเก็ดเงิน
การรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ผู้ที่มีอาการผื่นผิวหนังเล็กน้อยถึงปานกลาง (≤10% ของพื้นที่ผิวหนังทั้งหมด) รักษาด้วยการใช้ยาทา และในรายที่มีอาการผื่นผิวหนังปานกลางไปจนถึงมาก หรือมีข้ออักเสบร่วมด้วย แพทย์จะพิจารณารักษาด้วยการใช้ยารับประทาน ยาฉีด หรือการฉายแสงด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต
วิธีการรักษา
- ยาทาภายนอก เช่น ยาทาคอร์ติโคสเตียรอยด์ น้ำมันดิน แอนทราลิน อนุพันธ์ของวิตามินดี ยาทากลุ่ม Calcineurin inhibitor (แคลซินูริน อินฮิบิเตอร์) และ Keratolytic agents (สารลอกเคอราติน)
- ยาชนิดรับประทาน เช่น เมทโทเทรกเสท อาซิเทรติน ไซโคลสปอริน
- การรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต เป็นอีกวิธีที่ได้ผลดีในการรักษาสะเก็ดเงิน โดยมีการรักษา 2 ชนิด คือ ยูวีเอและยูวีบี ซึ่งต้องรับการรักษา 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกัน
- การรักษาด้วยยาชนิดฉีดกลุ่มชีววัตถุ เช่น Etanercept (อีทาเนอเซปท์), Infliximab (อินฟลิซิแมบ), Adalimumab (อะดาลิมูแมบ), Ustekinumab (อุสเตคินูแมบ), Secukinumab (ซีคูคินูแมบ), Ixekizumab (อิเซคิซซูแมบ), Brodalumab (โบรดาลูแมบ), Guselkumab (กูเซลคูแมบ)
ผู้ที่เหมาะสมสำหรับยาฉีดชีววัตถุ
- ผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบเดิม เช่น ใช้ยาทาสเตียรอยด์ หรือการฉายแสงแล้วอาการไม่ดีขึ้น
- ผู้ที่มีผลข้างเคียงจากการรักษา เช่น ผลข้างเคียงจากสเตียรอยด์ที่ทำให้ผิวบางหรือมีปัญหากับระบบฮอร์โมน
- ผู้ที่มีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (Psoriatic Arthritis) หรือ โรคอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งยาชีววัตถุช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนังและข้อ
ข้อดีของยาฉีดชีววัตถุ
- มีประสิทธิภาพสูง เห็นผลการรักษาชัดเจนในผู้ป่วยส่วนใหญ่
- เหมาะกับผู้ที่มีอาการรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก
- ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจง ลดการอักเสบจากภายใน ไม่กดภูมิคุ้มกันร่างกายโดยรวม
- ผลข้างเคียงรุนแรงค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับยากินบางชนิด
- ช่วยควบคุมโรคได้ในระยะยาว ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง
ข้อควรระวังในการใช้ยาฉีดชีววัตถุ
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาฉีดชีววัตถุ หรือสารละลายที่ใช้ในส่วนประกอบยา
- ผู้ที่มีการติดเชื้อรุนแรง เช่น วัณโรค ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และ เอชไอวี
- ก่อนรับยาฉีดชีววัตถุต้องได้รับการตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อ และประเมินความพร้อมทางร่างกาย
ตรวจสอบบทความโดย : นพ.สิทธิโรจน์ อรุณขจรศักดิ์
Q&A เกี่ยวกับการรักษาโรคสะเก็ดเงินเรื้อรังด้วยยาฉีดชีววัตถุ
1. ยาฉีดชีววัตถุรักษาโรคสะเก็ดเงินคืออะไร?
ตอบ: เป็นยาที่ผลิตจากโปรตีนสังเคราะห์ซึ่งออกแบบมาให้ทำงานคล้ายสารในร่างกาย ออกฤทธิ์ยับยั้งสารและเซลล์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคสะเก็ดเงินโดยเฉพาะ
2. ยาฉีดชีววัตถุแตกต่างจากการรักษาด้วยยาทั่วไปอย่างไร?
ตอบ: ยาฉีดชีววัตถุจะออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงที่ต้นเหตุของการอักเสบภายใน ไม่กดภูมิคุ้มกันทั้งหมดของร่างกายเหมือนยากินบางชนิด และเห็นผลการรักษาชัดเจนในผู้ป่วยที่ใช้ยาทาหรือยากินแล้วไม่ได้ผล
3. โรคสะเก็ดเงินระดับไหนที่ควรเริ่มใช้ยาฉีดชีววัตถุ?
ตอบ: เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการสะเก็ดเงินระดับปานกลางถึงรุนแรงมาก หรือผู้ที่มีภาวะข้ออักเสบสะเก็ดเงินร่วมด้วย
4. ผู้ป่วยสะเก็ดเงินกลุ่มใดบ้างที่เหมาะกับการใช้ยาฉีดชีววัตถุ?
ตอบ: ผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อยาทา ยารับประทาน หรือการฉายแสง, ผู้ที่เกิดผลข้างเคียงจากการใช้สเตียรอยด์ (เช่น ผิวบาง) และผู้ที่มีอาการข้ออักเสบสะเก็ดเงินร่วมด้วย
5. การรักษาโรคสะเก็ดเงินระยะเริ่มต้น (ผื่นน้อย) ทำอย่างไร?
ตอบ: หากผื่นผิวหนังมีพื้นที่ ≤10% ของร่างกาย มักเริ่มต้นรักษาด้วยยาทาภายนอก เช่น ยาสเตียรอยด์, น้ำมันดิน, อนุพันธ์วิตามินดี หรือยาทากลุ่ม Calcineurin inhibitor
6. หากมีอาการข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (Psoriatic Arthritis) ยาฉีดชีววัตถุช่วยได้หรือไม่?
ตอบ: ช่วยได้ดีมาก ยาฉีดชีววัตถุสามารถลดการอักเสบได้ทั้งบริเวณผิวหนังและข้อต่อ ช่วยลดอาการปวด ตึง และชะลอความเสียหายของข้อ
7. ตัวอย่างยาฉีดชีววัตถุที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินมีอะไรบ้าง?
ตอบ: เช่น Etanercept, Infliximab, Adalimumab, Ustekinumab, Secukinumab, Ixekizumab, Brodalumab และ Guselkumab
8. ก่อนเริ่มฉีดยาชีววัตถุ ต้องเตรียมตัวหรือตรวจอะไรบ้าง?
ตอบ: ผู้ป่วยต้องได้รับการประเมินร่างกายและตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อรุนแรงก่อนเสมอ เช่น ตรวจหาเชื้อวัณโรค, ไวรัสตับอักเสบบี, ไวรัสตับอักเสบซี และเชื้อ HIV
9. ใครบ้างที่ไม่ควรรักษาด้วยยาฉีดชีววัตถุ?
ตอบ: ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาฉีดชีววัตถุหรือส่วนประกอบของยา และผู้ที่กำลังมีการติดเชื้อรุนแรงในร่างกาย
10. หากต้องการปรึกษาเรื่องการใช้ยาฉีดชีววัตถุ สามารถติดต่อได้ที่ไหน?
ตอบ: เข้ารับคำปรึกษาและประเมินอาการได้ที่ ศูนย์ผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง ชั้น 3 โซน A
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง ชั้น 3 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วผิดปกติ ส่งผลให้เกิด ผื่นแดง มีสะเก็ดหนาสีขาว โดยมักพบที่ ข้อศอก ข้อเข่า หนังศีรษะ และอาจมีความผิดปกติของเล็บร่วมด้วย
ยาฉีดชีววัตถุออะไร?
ยาฉีดชีววัตถุ (Biologics)คือยาที่ผลิตจากโปรตีนที่ออกแบบให้ทำงานคล้ายสารตามธรรมชาติในร่างกาย โดยยาจะออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจง ช่วยยับยั้งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคสะเก็ดเงิน ได้แก่
- ช่วยลดการอักเสบและการสะสมของเซลล์ผิวหนัง
- ลดการทำงานของ สารโปรตีนที่กระตุ้นการอักเสบในร่างกาย หากมีมากเกินไป จะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง
- ลดการทำงานของเซลล์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ
การรักษาโรคสะเก็ดเงิน
การรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ผู้ที่มีอาการผื่นผิวหนังเล็กน้อยถึงปานกลาง (≤10% ของพื้นที่ผิวหนังทั้งหมด) รักษาด้วยการใช้ยาทา และในรายที่มีอาการผื่นผิวหนังปานกลางไปจนถึงมาก หรือมีข้ออักเสบร่วมด้วย แพทย์จะพิจารณารักษาด้วยการใช้ยารับประทาน ยาฉีด หรือการฉายแสงด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต
วิธีการรักษา
- ยาทาภายนอก เช่น ยาทาคอร์ติโคสเตียรอยด์ น้ำมันดิน แอนทราลิน อนุพันธ์ของวิตามินดี ยาทากลุ่ม Calcineurin inhibitor (แคลซินูริน อินฮิบิเตอร์) และ Keratolytic agents (สารลอกเคอราติน)
- ยาชนิดรับประทาน เช่น เมทโทเทรกเสท อาซิเทรติน ไซโคลสปอริน
- การรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต เป็นอีกวิธีที่ได้ผลดีในการรักษาสะเก็ดเงิน โดยมีการรักษา 2 ชนิด คือ ยูวีเอและยูวีบี ซึ่งต้องรับการรักษา 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกัน
- การรักษาด้วยยาชนิดฉีดกลุ่มชีววัตถุ เช่น Etanercept (อีทาเนอเซปท์), Infliximab (อินฟลิซิแมบ), Adalimumab (อะดาลิมูแมบ), Ustekinumab (อุสเตคินูแมบ), Secukinumab (ซีคูคินูแมบ), Ixekizumab (อิเซคิซซูแมบ), Brodalumab (โบรดาลูแมบ), Guselkumab (กูเซลคูแมบ)
ผู้ที่เหมาะสมสำหรับยาฉีดชีววัตถุ
- ผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบเดิม เช่น ใช้ยาทาสเตียรอยด์ หรือการฉายแสงแล้วอาการไม่ดีขึ้น
- ผู้ที่มีผลข้างเคียงจากการรักษา เช่น ผลข้างเคียงจากสเตียรอยด์ที่ทำให้ผิวบางหรือมีปัญหากับระบบฮอร์โมน
- ผู้ที่มีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (Psoriatic Arthritis) หรือ โรคอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งยาชีววัตถุช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนังและข้อ
ข้อดีของยาฉีดชีววัตถุ
- มีประสิทธิภาพสูง เห็นผลการรักษาชัดเจนในผู้ป่วยส่วนใหญ่
- เหมาะกับผู้ที่มีอาการรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก
- ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจง ลดการอักเสบจากภายใน ไม่กดภูมิคุ้มกันร่างกายโดยรวม
- ผลข้างเคียงรุนแรงค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับยากินบางชนิด
- ช่วยควบคุมโรคได้ในระยะยาว ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง
ข้อควรระวังในการใช้ยาฉีดชีววัตถุ
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาฉีดชีววัตถุ หรือสารละลายที่ใช้ในส่วนประกอบยา
- ผู้ที่มีการติดเชื้อรุนแรง เช่น วัณโรค ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และ เอชไอวี
- ก่อนรับยาฉีดชีววัตถุต้องได้รับการตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อ และประเมินความพร้อมทางร่างกาย
ตรวจสอบบทความโดย : นพ.สิทธิโรจน์ อรุณขจรศักดิ์
Q&A เกี่ยวกับการรักษาโรคสะเก็ดเงินเรื้อรังด้วยยาฉีดชีววัตถุ
1. ยาฉีดชีววัตถุรักษาโรคสะเก็ดเงินคืออะไร?
ตอบ: เป็นยาที่ผลิตจากโปรตีนสังเคราะห์ซึ่งออกแบบมาให้ทำงานคล้ายสารในร่างกาย ออกฤทธิ์ยับยั้งสารและเซลล์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคสะเก็ดเงินโดยเฉพาะ
2. ยาฉีดชีววัตถุแตกต่างจากการรักษาด้วยยาทั่วไปอย่างไร?
ตอบ: ยาฉีดชีววัตถุจะออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงที่ต้นเหตุของการอักเสบภายใน ไม่กดภูมิคุ้มกันทั้งหมดของร่างกายเหมือนยากินบางชนิด และเห็นผลการรักษาชัดเจนในผู้ป่วยที่ใช้ยาทาหรือยากินแล้วไม่ได้ผล
3. โรคสะเก็ดเงินระดับไหนที่ควรเริ่มใช้ยาฉีดชีววัตถุ?
ตอบ: เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการสะเก็ดเงินระดับปานกลางถึงรุนแรงมาก หรือผู้ที่มีภาวะข้ออักเสบสะเก็ดเงินร่วมด้วย
4. ผู้ป่วยสะเก็ดเงินกลุ่มใดบ้างที่เหมาะกับการใช้ยาฉีดชีววัตถุ?
ตอบ: ผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อยาทา ยารับประทาน หรือการฉายแสง, ผู้ที่เกิดผลข้างเคียงจากการใช้สเตียรอยด์ (เช่น ผิวบาง) และผู้ที่มีอาการข้ออักเสบสะเก็ดเงินร่วมด้วย
5. การรักษาโรคสะเก็ดเงินระยะเริ่มต้น (ผื่นน้อย) ทำอย่างไร?
ตอบ: หากผื่นผิวหนังมีพื้นที่ ≤10% ของร่างกาย มักเริ่มต้นรักษาด้วยยาทาภายนอก เช่น ยาสเตียรอยด์, น้ำมันดิน, อนุพันธ์วิตามินดี หรือยาทากลุ่ม Calcineurin inhibitor
6. หากมีอาการข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (Psoriatic Arthritis) ยาฉีดชีววัตถุช่วยได้หรือไม่?
ตอบ: ช่วยได้ดีมาก ยาฉีดชีววัตถุสามารถลดการอักเสบได้ทั้งบริเวณผิวหนังและข้อต่อ ช่วยลดอาการปวด ตึง และชะลอความเสียหายของข้อ
7. ตัวอย่างยาฉีดชีววัตถุที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินมีอะไรบ้าง?
ตอบ: เช่น Etanercept, Infliximab, Adalimumab, Ustekinumab, Secukinumab, Ixekizumab, Brodalumab และ Guselkumab
8. ก่อนเริ่มฉีดยาชีววัตถุ ต้องเตรียมตัวหรือตรวจอะไรบ้าง?
ตอบ: ผู้ป่วยต้องได้รับการประเมินร่างกายและตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อรุนแรงก่อนเสมอ เช่น ตรวจหาเชื้อวัณโรค, ไวรัสตับอักเสบบี, ไวรัสตับอักเสบซี และเชื้อ HIV
9. ใครบ้างที่ไม่ควรรักษาด้วยยาฉีดชีววัตถุ?
ตอบ: ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาฉีดชีววัตถุหรือส่วนประกอบของยา และผู้ที่กำลังมีการติดเชื้อรุนแรงในร่างกาย
10. หากต้องการปรึกษาเรื่องการใช้ยาฉีดชีววัตถุ สามารถติดต่อได้ที่ไหน?
ตอบ: เข้ารับคำปรึกษาและประเมินอาการได้ที่ ศูนย์ผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง ชั้น 3 โซน A
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง ชั้น 3 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง


