ดูแลเท้าอย่างไรให้สุขภาพดี?

เข้าช่วงหน้าฝนหลายท่านอาจเจอกับปัญหาน้ำท่วมหรือต้องเดินย่ำน้ำในแต่ละวันเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งน้ำสกปรกเหล่านั้นอาจเป็นที่มาของเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ และส่งผลให้เกิดโรคตามมา เช่น โรคเท้าเปื่อย โรคเชื้อราที่เท้าและเล็บเท้า นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียหรือมีแผลเรื้อรังที่เล็บเท้าและเท้าได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญในช่วงหน้าฝน คือ การดูแลเท้าให้สะอาดและมีสุขภาพเท้าที่ดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและการติดเชื้อต่างๆ บริเวณเล็บเท้าและเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่เป็นเบาหวาน เนื่องจากหากมีการติดเชื้อรุนแรง จำเป็นต้องใช้เวลาการรักษานาน เพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษา และอาจต้องถูกตัดเท้าหรือขาได้

วิธีดูแลสุขภาพเท้าให้ห่างไกลโรคในช่วงหน้าฝน

  1. ทำความสะอาดเท้าทุกวัน ด้วยสบู่และล้างออกด้วยน้ำสะอาด หลังจากนั้นใช้ผ้าที่สะอาดและนุ่ม เช่น ผ้าขนหนู เช็ดเท้าให้แห้งทุกครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณซอกนิ้วเท้า
  2. สำรวจเท้าตนเองอย่างละเอียดทุกวัน รวมทั้งบริเวณซอกนิ้วเท้า ว่ามีแผล หนังด้านแข็ง ตาปลา รอยแตก หรือสิ่งผิดปกติที่อาจมีอยู่ใต้ฝ่าเท้าหรือไม่ โดยใช้กระจกส่องดูบริเวณฝ่าเท้า หากมีปัญหาเรื่องการมองเห็น ควรให้ญาติหรือผู้ดูแลเป็นผู้สำรวจเท้าให้
  3. หลีกเลี่ยงแช่เท้าในน้ำอุ่นหรือใช้อุปกรณ์ให้ความร้อน เช่น กระเป๋าน้ำร้อนวางบนเท้าเป็นเวลานาน
  4. ทาโลชั่นภายหลังทำความสะอาดเท้า บริเวณหลังเท้า ฝ่าเท้า ส้นเท้าและเล็บเท้า หลีกเลี่ยงการทาบริเวณซอกนิ้วเท้า เนื่องจากจะก่อให้เกิดการอับชื้นได้ง่ายโดยเฉพาะผู้ที่มีซอกนิ้วเท้าเบียดกัน
  5. ผู้เป็นเบาหวานมักมีผิวหนังค่อนข้างแห้ง อาจทำให้เกิดอาการคันเท้า และเกิดแผลที่เท้าตามมาได้ ควรใช้โลชั่นหรือครีมทาบาง ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ควรเป็นโลชั่นที่ซึมซับเข้าสู่ผิวหนังได้รวดเร็วเพื่อป้องกันการลื่นล้ม
  6. สวมถุงเท้า เพื่อคงความชุ่มชื้นของผิวหนังและลดการเสียดสี โดยเลือกใช้ถุงเท้าที่ไม่มีตะเข็บ ไม่รัดแน่นจนเกินไปและเปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน
  7. สวมรองเท้าเสมอ โดยเลือกรองเท้าที่มีขนาดพอดี ไม่หลวมหรือคับจนเกินไปทั้งขณะเดินภายในบ้านและนอกบ้าน ไม่ควรเดินเท้าเปล่า
  8. หลีกเลี่ยงหรือห้ามสวมรองเท้าแตะ ประเภทที่ใช้นิ้วเท้าคีบ หรือรองเท้าที่ทำด้วยยางหรือพลาสติก เพราะจะทำให้มีโอกาสเกิดการเสียดสีเท้าเป็นแผลได้ง่าย
  9. ควรตัดเล็บเท้าให้สั้น พอประมาณตามแนวขอบเล็บ โดยไม่ตัดเล็บลึกถึงจมูกเล็บและตัดเล็บเท้าด้วยความระมัดระวังและถูกวิธี
  10. หากมีหนังด้านแข็ง หูดหรือตาปลา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา ไม่ควรตัดหนังด้านแข็ง หูด หรือตาปลาด้วยตนเอง
  11. หากพบความผิดปกติหรือบาดแผล ควรไปพบแพทย์ทันที และควรไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
  12. ผู้เป็นเบาหวานควรได้รับการตรวจเท้าอย่างละเอียด อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือมากกว่าตามความเหมาะสม

ตรวจบทความโดย: รศ. พญ.ระวีวรรณ เลิศวัฒนารักษ์ และ นพ.ณัฐพงศ์ เลาห์ทวีรุ่งเรื่อง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสุขภาพเท้า

1. ทำไมช่วงหน้าฝนถึงต้องดูแลเท้าเป็นพิเศษ?

ตอบ: เพราะความชื้นและน้ำสกปรกในช่วงหน้าฝนเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคเท้าเปื่อย โรคเชื้อราที่เท้าและเล็บเท้า รวมถึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียหรือมีแผลเรื้อรังได้

2. ขั้นตอนการทำความสะอาดเท้าที่ถูกต้องควรทำอย่างไร?

ตอบ: ควรทำความสะอาดเท้าทุกวันด้วยสบู่และน้ำสะอาด จากนั้นใช้ผ้าสะอาดนุ่ม ๆ เช็ดเท้าให้แห้งสนิท โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้าทุกครั้งหลังล้างเท้า

3. ทำไมถึงห้ามทาโลชั่นบริเวณซอกนิ้วเท้า?

ตอบ: เพราะการทาโลชั่นบริเวณซอกนิ้วเท้าจะทำให้เกิดความอับชื้นได้ง่าย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี

4. คนเป็นเบาหวานควรสำรวจเท้าตนเองอย่างไร?

ตอบ: ควรตรวจเท้าอย่างละเอียดทุกวัน รวมถึงบริเวณซอกนิ้วเท้าและใต้ฝ่าเท้า เพื่อหาแผล หนังด้านแข็ง ตาปลา หรือรอยแตก หากมองเห็นไม่ชัดเจนควรให้ญาติช่วยตรวจให้

5. ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกโลชั่นทาเท้าแบบไหน?

ตอบ: ควรเลือกโลชั่นหรือครีมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและซึมซับเข้าสู่ผิวหนังได้รวดเร็ว เพื่อป้องกันผิวแห้งจนคันและลดความเสี่ยงต่อการลื่นล้ม

6. ทำไมผู้ที่เป็นเบาหวานถึงไม่ควรเดินเท้าเปล่า?

ตอบ: เพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลที่มองไม่เห็นหรือการบาดเจ็บจากการเหยียบของมีคม ซึ่งในผู้ป่วยเบาหวานแผลอาจติดเชื้อรุนแรงและลุกลามได้ง่ายกว่าคนปกติ

7. การเลือกถุงเท้าที่เหมาะสมควรมีลักษณะอย่างไร?

ตอบ: ควรเลือกถุงเท้าที่ไม่มีตะเข็บ ไม่รัดแน่นจนเกินไป และควรเปลี่ยนถุงเท้าใหม่ทุกวันเพื่อความสะอาดและลดการเสียดสี

8. ถ้าพบหนังด้านแข็งหรือตาปลาที่เท้าควรทำอย่างไร?

ตอบ: ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง ไม่ควรพยายามตัดหรือแกะหนังด้านแข็ง หูด หรือตาปลาด้วยตนเองเพราะอาจทำให้เกิดแผลและติดเชื้อได้

9. การตัดเล็บเท้าที่ถูกวิธีต้องทำอย่างไร?

ตอบ: ควรตัดเล็บเท้าให้สั้นพอประมาณตามแนวขอบเล็บ โดยต้องระมัดระวังไม่ตัดลึกจนถึงจมูกเล็บเพื่อป้องกันการอักเสบ

10. ผู้เป็นเบาหวานควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเท้าบ่อยแค่ไหน?

ตอบ: ผู้เป็นเบาหวานควรได้รับการตรวจเท้าอย่างละเอียดโดยแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือมากกว่านั้นตามความเหมาะสมของสภาพเท้า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกเบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ ชั้น 4 โซน D

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 เข้าช่วงหน้าฝนหลายท่านอาจเจอกับปัญหาน้ำท่วมหรือต้องเดินย่ำน้ำในแต่ละวันเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งน้ำสกปรกเหล่านั้นอาจเป็นที่มาของเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ และส่งผลให้เกิดโรคตามมา เช่น โรคเท้าเปื่อย โรคเชื้อราที่เท้าและเล็บเท้า นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียหรือมีแผลเรื้อรังที่เล็บเท้าและเท้าได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญในช่วงหน้าฝน คือ การดูแลเท้าให้สะอาดและมีสุขภาพเท้าที่ดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและการติดเชื้อต่างๆ บริเวณเล็บเท้าและเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่เป็นเบาหวาน เนื่องจากหากมีการติดเชื้อรุนแรง จำเป็นต้องใช้เวลาการรักษานาน เพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษา และอาจต้องถูกตัดเท้าหรือขาได้

วิธีดูแลสุขภาพเท้าให้ห่างไกลโรคในช่วงหน้าฝน

  1. ทำความสะอาดเท้าทุกวัน ด้วยสบู่และล้างออกด้วยน้ำสะอาด หลังจากนั้นใช้ผ้าที่สะอาดและนุ่ม เช่น ผ้าขนหนู เช็ดเท้าให้แห้งทุกครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณซอกนิ้วเท้า
  2. สำรวจเท้าตนเองอย่างละเอียดทุกวัน รวมทั้งบริเวณซอกนิ้วเท้า ว่ามีแผล หนังด้านแข็ง ตาปลา รอยแตก หรือสิ่งผิดปกติที่อาจมีอยู่ใต้ฝ่าเท้าหรือไม่ โดยใช้กระจกส่องดูบริเวณฝ่าเท้า หากมีปัญหาเรื่องการมองเห็น ควรให้ญาติหรือผู้ดูแลเป็นผู้สำรวจเท้าให้
  3. หลีกเลี่ยงแช่เท้าในน้ำอุ่นหรือใช้อุปกรณ์ให้ความร้อน เช่น กระเป๋าน้ำร้อนวางบนเท้าเป็นเวลานาน
  4. ทาโลชั่นภายหลังทำความสะอาดเท้า บริเวณหลังเท้า ฝ่าเท้า ส้นเท้าและเล็บเท้า หลีกเลี่ยงการทาบริเวณซอกนิ้วเท้า เนื่องจากจะก่อให้เกิดการอับชื้นได้ง่ายโดยเฉพาะผู้ที่มีซอกนิ้วเท้าเบียดกัน
  5. ผู้เป็นเบาหวานมักมีผิวหนังค่อนข้างแห้ง อาจทำให้เกิดอาการคันเท้า และเกิดแผลที่เท้าตามมาได้ ควรใช้โลชั่นหรือครีมทาบาง ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ควรเป็นโลชั่นที่ซึมซับเข้าสู่ผิวหนังได้รวดเร็วเพื่อป้องกันการลื่นล้ม
  6. สวมถุงเท้า เพื่อคงความชุ่มชื้นของผิวหนังและลดการเสียดสี โดยเลือกใช้ถุงเท้าที่ไม่มีตะเข็บ ไม่รัดแน่นจนเกินไปและเปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน
  7. สวมรองเท้าเสมอ โดยเลือกรองเท้าที่มีขนาดพอดี ไม่หลวมหรือคับจนเกินไปทั้งขณะเดินภายในบ้านและนอกบ้าน ไม่ควรเดินเท้าเปล่า
  8. หลีกเลี่ยงหรือห้ามสวมรองเท้าแตะ ประเภทที่ใช้นิ้วเท้าคีบ หรือรองเท้าที่ทำด้วยยางหรือพลาสติก เพราะจะทำให้มีโอกาสเกิดการเสียดสีเท้าเป็นแผลได้ง่าย
  9. ควรตัดเล็บเท้าให้สั้น พอประมาณตามแนวขอบเล็บ โดยไม่ตัดเล็บลึกถึงจมูกเล็บและตัดเล็บเท้าด้วยความระมัดระวังและถูกวิธี
  10. หากมีหนังด้านแข็ง หูดหรือตาปลา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา ไม่ควรตัดหนังด้านแข็ง หูด หรือตาปลาด้วยตนเอง
  11. หากพบความผิดปกติหรือบาดแผล ควรไปพบแพทย์ทันที และควรไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
  12. ผู้เป็นเบาหวานควรได้รับการตรวจเท้าอย่างละเอียด อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือมากกว่าตามความเหมาะสม

ตรวจบทความโดย: รศ. พญ.ระวีวรรณ เลิศวัฒนารักษ์ และ นพ.ณัฐพงศ์ เลาห์ทวีรุ่งเรื่อง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสุขภาพเท้า

1. ทำไมช่วงหน้าฝนถึงต้องดูแลเท้าเป็นพิเศษ?

ตอบ: เพราะความชื้นและน้ำสกปรกในช่วงหน้าฝนเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคเท้าเปื่อย โรคเชื้อราที่เท้าและเล็บเท้า รวมถึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียหรือมีแผลเรื้อรังได้

2. ขั้นตอนการทำความสะอาดเท้าที่ถูกต้องควรทำอย่างไร?

ตอบ: ควรทำความสะอาดเท้าทุกวันด้วยสบู่และน้ำสะอาด จากนั้นใช้ผ้าสะอาดนุ่ม ๆ เช็ดเท้าให้แห้งสนิท โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้าทุกครั้งหลังล้างเท้า

3. ทำไมถึงห้ามทาโลชั่นบริเวณซอกนิ้วเท้า?

ตอบ: เพราะการทาโลชั่นบริเวณซอกนิ้วเท้าจะทำให้เกิดความอับชื้นได้ง่าย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี

4. คนเป็นเบาหวานควรสำรวจเท้าตนเองอย่างไร?

ตอบ: ควรตรวจเท้าอย่างละเอียดทุกวัน รวมถึงบริเวณซอกนิ้วเท้าและใต้ฝ่าเท้า เพื่อหาแผล หนังด้านแข็ง ตาปลา หรือรอยแตก หากมองเห็นไม่ชัดเจนควรให้ญาติช่วยตรวจให้

5. ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกโลชั่นทาเท้าแบบไหน?

ตอบ: ควรเลือกโลชั่นหรือครีมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและซึมซับเข้าสู่ผิวหนังได้รวดเร็ว เพื่อป้องกันผิวแห้งจนคันและลดความเสี่ยงต่อการลื่นล้ม

6. ทำไมผู้ที่เป็นเบาหวานถึงไม่ควรเดินเท้าเปล่า?

ตอบ: เพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลที่มองไม่เห็นหรือการบาดเจ็บจากการเหยียบของมีคม ซึ่งในผู้ป่วยเบาหวานแผลอาจติดเชื้อรุนแรงและลุกลามได้ง่ายกว่าคนปกติ

7. การเลือกถุงเท้าที่เหมาะสมควรมีลักษณะอย่างไร?

ตอบ: ควรเลือกถุงเท้าที่ไม่มีตะเข็บ ไม่รัดแน่นจนเกินไป และควรเปลี่ยนถุงเท้าใหม่ทุกวันเพื่อความสะอาดและลดการเสียดสี

8. ถ้าพบหนังด้านแข็งหรือตาปลาที่เท้าควรทำอย่างไร?

ตอบ: ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง ไม่ควรพยายามตัดหรือแกะหนังด้านแข็ง หูด หรือตาปลาด้วยตนเองเพราะอาจทำให้เกิดแผลและติดเชื้อได้

9. การตัดเล็บเท้าที่ถูกวิธีต้องทำอย่างไร?

ตอบ: ควรตัดเล็บเท้าให้สั้นพอประมาณตามแนวขอบเล็บ โดยต้องระมัดระวังไม่ตัดลึกจนถึงจมูกเล็บเพื่อป้องกันการอักเสบ

10. ผู้เป็นเบาหวานควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเท้าบ่อยแค่ไหน?

ตอบ: ผู้เป็นเบาหวานควรได้รับการตรวจเท้าอย่างละเอียดโดยแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือมากกว่านั้นตามความเหมาะสมของสภาพเท้า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกเบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ ชั้น 4 โซน D

บทความที่เกี่ยวข้อง