สัญญาณเตือนและสาเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม
สัญญาณของ โรคข้อเข่าเสื่อม
โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่พบบ่อยในคนสูงอายุ และเนื่องจากปัจจุบันคนเรามีอายุยืนยาวขึ้นทำให้พบโรคนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยพบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าคนในประเทศแถบตะวันตก สาเหตุหลักมาจากคนไทยจะใช้เข่าในชีวิตประจำวันมากกว่า เช่น นั่งพับเพียบ นั่งคุกเข่าไหว้พระ โดยอาการของโรคจะค่อย ๆ เริ่มเป็นทีละน้อย โดยจะมีอาการปวดเมื่อยเวลาใช้งานข้อ บางครั้งมีเสียงกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหว อาจจะมีอาการข้อตึง หรือติดเวลาใช้ข้อนาน ๆ เมื่อเป็นมากขึ้น ผิวกระดูกข้อสึกหรอมากขึ้นจะทำให้ปวดมากเวลาใช้งานข้อ และอาจจะพบว่ามีความผิดปกติของรูปข้อนั้น
โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นอย่างไร?
เกิดจากข้อเข่าที่มีการเสื่อมสลายของผิวกระดูกอ่อนที่คลุมปลายกระดูกต้นขาส่วนต้นของกระดูกหน้าแข้งและกระดูกสะบ้า บางครั้งมีการอักเสบของเยื่อบุข้อ ทำให้น้ำในเยื่อบุข้อถูกสร้างมากขึ้น ทำให้มีอาการปวด ไม่สามารถงอเข่าได้เต็มที่ และมีลักษณะบวมกว่าข้างปกติ หากปล่อยทิ้งไว้นานกระดูกอ่อนจะถูกทำลายมากขึ้น และส่งผลให้มีอาการปวดมาก ในขณะยืนหรือเดิน น้ำหนักจะถูกส่งมาที่กล้ามเนื้อต้นขาและส่งต่อมายังข้อเข่า หากกล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงก็จะสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่า ทำให้ข้อเข่ารับน้ำหนักได้น้อยลง แต่หากกล้ามเนื้อต้นขาไม่แข็งแรง รับน้ำหนักได้น้อย ก็จะทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักมากขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค
เป็นโรคที่เกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนในข้อต่าง ๆ โดยสาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกระดูกอ่อนที่คลุมผิวข้อไว้นิ่มกว่าปกติ แตกเป็นร่อง ทำให้ความสามารถในการยืดหยุ่นและการควบคุมปลายประสาทเสียไป หรืออาจมีปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่งปัจจัยที่นำไปสู่การเกิดโรคข้อเข่าเสื่อม คือ
- อายุและเพศ ผู้ที่สูงอายุจะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าคนวัยหนุ่มสาว ในขณะเดียวกันมักจะเกิดขึ้นกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เพราะเพศหญิงมีความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อน้อยกว่าเพศชาย
- การใช้ข้อผิดวิธี การเดินขึ้น – ลงบันไดบ่อย ๆ หรือการนั่งยอง ๆ นั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิเป็นเวลานาน เหล่านี้ล้วนแต่นำไปสู่โรคข้อเข่าเสื่อม
- การได้รับบาดเจ็บ ผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุบริเวณข้อต่อ กระดูกหัก ข้อเคลื่อนหลุด หรือการบาดเจ็บที่มีผลต่อผิวกระดูกอ่อนซ้ำ ๆ
- การอักเสบของข้อที่นานและรุนแรง เช่น โรครูมาตอยด์ โรคเกาต์ ทำให้เกิดการอักเสบในข้อ และทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อ

วิธีการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
สำหรับวิธีการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม สามารถทำได้ด้วยการใช้ยาต้านการอักเสบ ยาเสริมกระดูกอ่อน การฉีดน้ำไขข้อเทียม การทำกายภาพบำบัด และการรักษาด้วยการผ่าตัด อันได้แก่ การส่องกล้องล้างผิวข้อ การผ่าตัดซ่อมแซมกระดูกอ่อน การผ่าตัดแก้ไขแนวรับน้ำหนักข้อ และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ซึ่งการรักษาจะขึ้นอยู่กับอายุของผู้ป่วย และความรุนแรงของโรค
การรักษาด้วยการผ่าตัด
- การส่องกล้อง (Arthroscopic debridement) วิธีนี้จะใช้ในรายที่การเสื่อมของข้อเข่ายังไม่มาก ขาของผู้ป่วยยังไม่โก่ง หรือมีอาการขาล็อก งอเข่าขาติดขัดมาก และสงสัยว่าหมอนรองกระดูกแตก
- การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูก (Osteotomy) วิธีนี้จะใข้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการขาโก่งนิด ๆ ซึ่งแพทย์จะทำการผ่าตัดและปรับกระดูกเพื่อผ่อนแรงข้อ และใส่เหล็กดาม วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยอายุน้อยและเข่ายังไม่เสื่อมมาก และต้องเสื่อมเพียงข้อเดียว
- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อกระดูกเสี้ยวเดียว (Unicompartmental knee replacement) วิธีนี้ใช้สำหรับการเปลี่ยนด้านในของข้อเข่า เหมาะกับผู้ป่วยที่เข่ายังไม่โก่งมากและเข่ายังดี ลูกสะบ้ายังไม่เสื่อมมาก
- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (Total knee replace) วิธีนี้ใช้สำหรับผู้ป่วยที่ต้องเปลี่ยนข้อกระดูกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระดูกต้นขา กระดูกขา และลูกสะบ้า โดยการนำข้อเทียมเข้าไปครอบกระดูกที่เสื่อมไว้ คล้าย ๆกับการครอบฟัน
การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
- การทำงาน ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน หากเป็นงานเบา ๆ สามารถกลับไปทำภายใน 6 สัปดาห์ หากเป็นงานหนักควรรอ 3 เดือนหลังการผ่าตัด
- การเล่นกีฬา หากเป็นกีฬาเบา ๆ เช่น กอล์ฟ สามารถเริ่มเล่นได้หลังการผ่าตัด 3 เดือน แต่ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่มีการปะทะ
- ภายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการบิดเข่าหรืองอเข่าเกินกว่า 90 องศา
- ขับรถ ควรเริ่มหลังการผ่าตัดเข่า 3 สัปดาห์ เพื่อให้สามารถงอเข่าได้ดี
- การใช้ไม้ค้ำยัน ควรใช้ 1-2 สัปดาห์ภายหลังการผ่าตัด หรือหลังจากนั้นอีกระยะหากยังไม่มั่นใจ
- รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดประมาณ 2-6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์
- หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม สามารถนอนทับด้านที่ผ่าตัดได้
- หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เมื่อแผลแห้งสนิทแล้วสามารถว่ายน้ำได้
- การขึ้นลงบันไดสามารถทำได้ หากใช้ไม้เท้าต้องระวังการล้ม โดยการเดินขึ้นบันไดให้เอาขาข้างดีขึ้นก่อน แต่ในการลงบันไดให้เอาขาข้างที่เจ็บลงก่อน
- หากหิ้วของหนักมากกว่า 5 กิโลกรัม ควรรอประมาณ 6 สัปดาห์ หรือหลังจากสามารถเดินได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า (ไม่ควรหิ้วของหนักเกิน 10 กิโลกรัม)
Q&A ถาม-ตอบ เรื่องโรคข้อเข่าเสื่อม
1. โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากอะไร?
ตอบ: เกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนที่คลุมผิวข้อไว้ ทำให้กระดูกอ่อนนิ่มกว่าปกติ แตกเป็นร่อง และสูญเสียความสามารถในการยืดหยุ่น บางครั้งอาจมีการอักเสบของเยื่อบุข้อร่วมด้วย
2. สัญญาณเตือนเบื้องต้นที่บอกว่าอาจเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมคืออะไร?
ตอบ: อาการเริ่มแรกคือปวดเมื่อยเวลาใช้งานข้อ มีเสียงกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหว หรือมีอาการข้อตึงและติดเมื่อต้องใช้ข้อนาน ๆ
3. ทำไมคนไทยถึงสถิติเป็นโรคนี้มากกว่าคนแถบตะวันตก?
ตอบ: เพราะวิถีชีวิตประจำวันของคนไทยมีการใช้เข่ามากกว่า เช่น การนั่งพับเพียบ หรือการนั่งคุกเข่าไหว้พระ
4. พฤติกรรมใดบ้างที่ถือเป็นการใช้ข้อผิดวิธีและควรหลีกเลี่ยง?
ตอบ: ควรหลีกเลี่ยงการเดินขึ้น-ลงบันไดบ่อยๆ รวมถึงการนั่งยอง ๆ นั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิเป็นเวลานาน
5. นอกจากอายุแล้ว ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ มีอะไรบ้าง?
ตอบ: มีหลายปัจจัย ได้แก่ เพศ (พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย) การได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบริเวณข้อต่อ การอักเสบเรื้อรังจากโรคอื่น เช่น รูมาตอยด์หรือเกาต์ และความไม่แข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขา
6. กล้ามเนื้อต้นขามีความสำคัญอย่างไรต่อข้อเข่า?
ตอบ: หากกล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรง จะช่วยรับน้ำหนักตัวขณะยืนหรือเดินได้มากขึ้น ทำให้ข้อเข่ารับน้ำหนักน้อยลง แต่ถ้ากล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ข้อเข่าจะต้องแบกรับน้ำหนักมากขึ้น
7. หากยังไม่อยากผ่าตัด มีวิธีการรักษาแบบอื่นไหม?
ตอบ: สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาต้านการอักเสบ การใช้ยาเสริมกระดูกอ่อน การฉีดน้ำไขข้อเทียม และการทำกายภาพบำบัด
8. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามีกี่แบบ?
ตอบ: มี 4 แบบหลัก ได้แก่ การส่องกล้อง การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูก การผ่าตัดเปลี่ยนข้อกระดูกเสี้ยวเดียว และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด โดยแพทย์จะพิจารณาจากอายุและความรุนแรงของโรค
9. หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม จะกลับมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้เมื่อไหร่?
ตอบ:
- ขับรถ: ประมาณ 3 สัปดาห์หลังผ่าตัด
- ทำงานเบา: ประมาณ 6 สัปดาห์
- ทำงานหนัก/เล่นกีฬากอล์ฟ: ประมาณ 3 เดือน
- ว่ายน้ำ: ทำได้เมื่อแผลแห้งสนิท
10. วิธีการขึ้น-ลงบันไดที่ถูกต้องสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ไม้เท้าหลังผ่าตัดคืออะไร?
ตอบ: เวลาขึ้นบันไดให้ก้าวขาข้างที่ "ดี" ขึ้นก่อน แต่เวลาลงบันไดให้ก้าวขาข้างที่ "เจ็บ" ลงก่อน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ออร์โธปิดิกส์ ชั้น 2 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง
สัญญาณของ โรคข้อเข่าเสื่อม
โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่พบบ่อยในคนสูงอายุ และเนื่องจากปัจจุบันคนเรามีอายุยืนยาวขึ้นทำให้พบโรคนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยพบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าคนในประเทศแถบตะวันตก สาเหตุหลักมาจากคนไทยจะใช้เข่าในชีวิตประจำวันมากกว่า เช่น นั่งพับเพียบ นั่งคุกเข่าไหว้พระ โดยอาการของโรคจะค่อย ๆ เริ่มเป็นทีละน้อย โดยจะมีอาการปวดเมื่อยเวลาใช้งานข้อ บางครั้งมีเสียงกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหว อาจจะมีอาการข้อตึง หรือติดเวลาใช้ข้อนาน ๆ เมื่อเป็นมากขึ้น ผิวกระดูกข้อสึกหรอมากขึ้นจะทำให้ปวดมากเวลาใช้งานข้อ และอาจจะพบว่ามีความผิดปกติของรูปข้อนั้น
โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นอย่างไร?
เกิดจากข้อเข่าที่มีการเสื่อมสลายของผิวกระดูกอ่อนที่คลุมปลายกระดูกต้นขาส่วนต้นของกระดูกหน้าแข้งและกระดูกสะบ้า บางครั้งมีการอักเสบของเยื่อบุข้อ ทำให้น้ำในเยื่อบุข้อถูกสร้างมากขึ้น ทำให้มีอาการปวด ไม่สามารถงอเข่าได้เต็มที่ และมีลักษณะบวมกว่าข้างปกติ หากปล่อยทิ้งไว้นานกระดูกอ่อนจะถูกทำลายมากขึ้น และส่งผลให้มีอาการปวดมาก ในขณะยืนหรือเดิน น้ำหนักจะถูกส่งมาที่กล้ามเนื้อต้นขาและส่งต่อมายังข้อเข่า หากกล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงก็จะสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่า ทำให้ข้อเข่ารับน้ำหนักได้น้อยลง แต่หากกล้ามเนื้อต้นขาไม่แข็งแรง รับน้ำหนักได้น้อย ก็จะทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักมากขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค
เป็นโรคที่เกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนในข้อต่าง ๆ โดยสาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกระดูกอ่อนที่คลุมผิวข้อไว้นิ่มกว่าปกติ แตกเป็นร่อง ทำให้ความสามารถในการยืดหยุ่นและการควบคุมปลายประสาทเสียไป หรืออาจมีปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่งปัจจัยที่นำไปสู่การเกิดโรคข้อเข่าเสื่อม คือ
- อายุและเพศ ผู้ที่สูงอายุจะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าคนวัยหนุ่มสาว ในขณะเดียวกันมักจะเกิดขึ้นกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เพราะเพศหญิงมีความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อน้อยกว่าเพศชาย
- การใช้ข้อผิดวิธี การเดินขึ้น – ลงบันไดบ่อย ๆ หรือการนั่งยอง ๆ นั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิเป็นเวลานาน เหล่านี้ล้วนแต่นำไปสู่โรคข้อเข่าเสื่อม
- การได้รับบาดเจ็บ ผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุบริเวณข้อต่อ กระดูกหัก ข้อเคลื่อนหลุด หรือการบาดเจ็บที่มีผลต่อผิวกระดูกอ่อนซ้ำ ๆ
- การอักเสบของข้อที่นานและรุนแรง เช่น โรครูมาตอยด์ โรคเกาต์ ทำให้เกิดการอักเสบในข้อ และทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อ

วิธีการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
สำหรับวิธีการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม สามารถทำได้ด้วยการใช้ยาต้านการอักเสบ ยาเสริมกระดูกอ่อน การฉีดน้ำไขข้อเทียม การทำกายภาพบำบัด และการรักษาด้วยการผ่าตัด อันได้แก่ การส่องกล้องล้างผิวข้อ การผ่าตัดซ่อมแซมกระดูกอ่อน การผ่าตัดแก้ไขแนวรับน้ำหนักข้อ และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ซึ่งการรักษาจะขึ้นอยู่กับอายุของผู้ป่วย และความรุนแรงของโรค
การรักษาด้วยการผ่าตัด
- การส่องกล้อง (Arthroscopic debridement) วิธีนี้จะใช้ในรายที่การเสื่อมของข้อเข่ายังไม่มาก ขาของผู้ป่วยยังไม่โก่ง หรือมีอาการขาล็อก งอเข่าขาติดขัดมาก และสงสัยว่าหมอนรองกระดูกแตก
- การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูก (Osteotomy) วิธีนี้จะใข้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการขาโก่งนิด ๆ ซึ่งแพทย์จะทำการผ่าตัดและปรับกระดูกเพื่อผ่อนแรงข้อ และใส่เหล็กดาม วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยอายุน้อยและเข่ายังไม่เสื่อมมาก และต้องเสื่อมเพียงข้อเดียว
- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อกระดูกเสี้ยวเดียว (Unicompartmental knee replacement) วิธีนี้ใช้สำหรับการเปลี่ยนด้านในของข้อเข่า เหมาะกับผู้ป่วยที่เข่ายังไม่โก่งมากและเข่ายังดี ลูกสะบ้ายังไม่เสื่อมมาก
- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (Total knee replace) วิธีนี้ใช้สำหรับผู้ป่วยที่ต้องเปลี่ยนข้อกระดูกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระดูกต้นขา กระดูกขา และลูกสะบ้า โดยการนำข้อเทียมเข้าไปครอบกระดูกที่เสื่อมไว้ คล้าย ๆกับการครอบฟัน
การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
- การทำงาน ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน หากเป็นงานเบา ๆ สามารถกลับไปทำภายใน 6 สัปดาห์ หากเป็นงานหนักควรรอ 3 เดือนหลังการผ่าตัด
- การเล่นกีฬา หากเป็นกีฬาเบา ๆ เช่น กอล์ฟ สามารถเริ่มเล่นได้หลังการผ่าตัด 3 เดือน แต่ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่มีการปะทะ
- ภายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการบิดเข่าหรืองอเข่าเกินกว่า 90 องศา
- ขับรถ ควรเริ่มหลังการผ่าตัดเข่า 3 สัปดาห์ เพื่อให้สามารถงอเข่าได้ดี
- การใช้ไม้ค้ำยัน ควรใช้ 1-2 สัปดาห์ภายหลังการผ่าตัด หรือหลังจากนั้นอีกระยะหากยังไม่มั่นใจ
- รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดประมาณ 2-6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์
- หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม สามารถนอนทับด้านที่ผ่าตัดได้
- หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เมื่อแผลแห้งสนิทแล้วสามารถว่ายน้ำได้
- การขึ้นลงบันไดสามารถทำได้ หากใช้ไม้เท้าต้องระวังการล้ม โดยการเดินขึ้นบันไดให้เอาขาข้างดีขึ้นก่อน แต่ในการลงบันไดให้เอาขาข้างที่เจ็บลงก่อน
- หากหิ้วของหนักมากกว่า 5 กิโลกรัม ควรรอประมาณ 6 สัปดาห์ หรือหลังจากสามารถเดินได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า (ไม่ควรหิ้วของหนักเกิน 10 กิโลกรัม)
Q&A ถาม-ตอบ เรื่องโรคข้อเข่าเสื่อม
1. โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากอะไร?
ตอบ: เกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนที่คลุมผิวข้อไว้ ทำให้กระดูกอ่อนนิ่มกว่าปกติ แตกเป็นร่อง และสูญเสียความสามารถในการยืดหยุ่น บางครั้งอาจมีการอักเสบของเยื่อบุข้อร่วมด้วย
2. สัญญาณเตือนเบื้องต้นที่บอกว่าอาจเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมคืออะไร?
ตอบ: อาการเริ่มแรกคือปวดเมื่อยเวลาใช้งานข้อ มีเสียงกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหว หรือมีอาการข้อตึงและติดเมื่อต้องใช้ข้อนาน ๆ
3. ทำไมคนไทยถึงสถิติเป็นโรคนี้มากกว่าคนแถบตะวันตก?
ตอบ: เพราะวิถีชีวิตประจำวันของคนไทยมีการใช้เข่ามากกว่า เช่น การนั่งพับเพียบ หรือการนั่งคุกเข่าไหว้พระ
4. พฤติกรรมใดบ้างที่ถือเป็นการใช้ข้อผิดวิธีและควรหลีกเลี่ยง?
ตอบ: ควรหลีกเลี่ยงการเดินขึ้น-ลงบันไดบ่อยๆ รวมถึงการนั่งยอง ๆ นั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิเป็นเวลานาน
5. นอกจากอายุแล้ว ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ มีอะไรบ้าง?
ตอบ: มีหลายปัจจัย ได้แก่ เพศ (พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย) การได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบริเวณข้อต่อ การอักเสบเรื้อรังจากโรคอื่น เช่น รูมาตอยด์หรือเกาต์ และความไม่แข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขา
6. กล้ามเนื้อต้นขามีความสำคัญอย่างไรต่อข้อเข่า?
ตอบ: หากกล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรง จะช่วยรับน้ำหนักตัวขณะยืนหรือเดินได้มากขึ้น ทำให้ข้อเข่ารับน้ำหนักน้อยลง แต่ถ้ากล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ข้อเข่าจะต้องแบกรับน้ำหนักมากขึ้น
7. หากยังไม่อยากผ่าตัด มีวิธีการรักษาแบบอื่นไหม?
ตอบ: สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาต้านการอักเสบ การใช้ยาเสริมกระดูกอ่อน การฉีดน้ำไขข้อเทียม และการทำกายภาพบำบัด
8. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามีกี่แบบ?
ตอบ: มี 4 แบบหลัก ได้แก่ การส่องกล้อง การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูก การผ่าตัดเปลี่ยนข้อกระดูกเสี้ยวเดียว และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด โดยแพทย์จะพิจารณาจากอายุและความรุนแรงของโรค
9. หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม จะกลับมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้เมื่อไหร่?
ตอบ:
- ขับรถ: ประมาณ 3 สัปดาห์หลังผ่าตัด
- ทำงานเบา: ประมาณ 6 สัปดาห์
- ทำงานหนัก/เล่นกีฬากอล์ฟ: ประมาณ 3 เดือน
- ว่ายน้ำ: ทำได้เมื่อแผลแห้งสนิท
10. วิธีการขึ้น-ลงบันไดที่ถูกต้องสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ไม้เท้าหลังผ่าตัดคืออะไร?
ตอบ: เวลาขึ้นบันไดให้ก้าวขาข้างที่ "ดี" ขึ้นก่อน แต่เวลาลงบันไดให้ก้าวขาข้างที่ "เจ็บ" ลงก่อน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ออร์โธปิดิกส์ ชั้น 2 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง


