เช็คอาการก่อนหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia)

#ศูนย์หัวใจ #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #หัวใจเต้นผิดจังหวะ #ลิ่มเลือดหัวใจ #เส้นเลือดสมองอุดตัน #อัมพาต #โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด #เบาหวาน #ความดันโลหิตสูง #เจ็บหน้าอก #เป็นลมหมดสติ #รักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ #Arrhythmia

    ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดจากการมีจุดหรือตำแหน่งในหัวใจเกิดกระแสไฟฟ้าผิดปกติ หรือมีการลัดวงจรของไฟฟ้าในหัวใจ ซึ่งจะมีผลต่อการหมุนเวียนเลือดบริเวณที่เกิดกระแสไฟฟ้าผิดปกติ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิดทำให้มีภาวะเลือดตกค้าง และเกิดลิ่มเลือดขึ้นในช่องหัวใจ โดยลิ่มเลือดนั้นมีโอกาสที่จะหลุดจากหัวใจไปตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยส่วนใหญ่มักจะหลุดไปที่สมอง ทำให้เส้นเลือดสมองอุดตันและอาจเกิดภาวะอัมพาตในที่สุด

สาเหตุของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น การดื่มชา กาแฟ หรือยาบางชนิด ความเครียด ความวิตก โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะมากกว่าคนทั่วไป

#ศูนย์หัวใจ #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #หัวใจเต้นผิดจังหวะ #ลิ่มเลือดหัวใจ #เส้นเลือดสมองอุดตัน #อัมพาต #โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด #เบาหวาน #ความดันโลหิตสูง #เจ็บหน้าอก #เป็นลมหมดสติ #รักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ #Arrhythmia

อาการ

  • เจ็บหน้าอก

เกิดจากหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ทำให้แรงบีบตัวของหัวใจในแต่ละครั้งไม่เพียงพอที่จะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงหัวใจ รวมทั้งส่วนต่างๆ ของร่างกาย

  • เป็นลมหมดสติ

เกิดจากหัวใจเต้นช้าหรือเร็วกว่าปกติ ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสมองและหัวใจทำให้มีอาการหน้ามืด เป็นลม

  • เกิดลิ่มเลือดในหัวใจ

ซึ่งลิ่มเลือดนี้อาจหลุดผ่านหัวใจออกไปที่หลอดเลือดแดงใหญ่ หรือหลุดไปอุดตันเส้นเลือดแดงต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะผิดปกติในบริเวณที่มีการอุดตัน เช่น ภาวะเส้นเลือดในสมองตีบ และภาวะหลอดเลือดแดงส่วนปลายไปเลี้ยงแขนขาอุดตันอย่างเฉียบพลัน

คลื่นไฟฟ้ากับการรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะรักษาให้หายขาดได้ด้วยการจี้ด้วยคลื่นไฟฟ้า โดยแพทย์จะเจาะเส้นเลือดบริเวณต้นขาของคนไข้แล้วสอดสายสวนหัวใจเข้าไปหาตำแหน่งไฟฟ้าในหัวใจที่ลัดวงจร จากนั้นจะปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ เข้าไปทำให้อุณหภูมิที่ปลายสวนหัวใจสูงขึ้น จาก 37 เซลเซียส เป็น 50 – 60 °เซลเซียส ทำให้ไฟฟ้าหัวใจที่มีการลัดวงจรในขณะนั้น ถูกทำลายลงซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้ ผู้ป่วยจะใช้เวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1 – 2 วัน เท่านั้น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!!  ศูนย์หัวใจ ชั้น 4 โซน C

#ศูนย์หัวใจ #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #หัวใจเต้นผิดจังหวะ #ลิ่มเลือดหัวใจ #เส้นเลือดสมองอุดตัน #อัมพาต #โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด #เบาหวาน #ความดันโลหิตสูง #เจ็บหน้าอก #เป็นลมหมดสติ #รักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ #Arrhythmia

    ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดจากการมีจุดหรือตำแหน่งในหัวใจเกิดกระแสไฟฟ้าผิดปกติ หรือมีการลัดวงจรของไฟฟ้าในหัวใจ ซึ่งจะมีผลต่อการหมุนเวียนเลือดบริเวณที่เกิดกระแสไฟฟ้าผิดปกติ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิดทำให้มีภาวะเลือดตกค้าง และเกิดลิ่มเลือดขึ้นในช่องหัวใจ โดยลิ่มเลือดนั้นมีโอกาสที่จะหลุดจากหัวใจไปตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยส่วนใหญ่มักจะหลุดไปที่สมอง ทำให้เส้นเลือดสมองอุดตันและอาจเกิดภาวะอัมพาตในที่สุด

สาเหตุของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น การดื่มชา กาแฟ หรือยาบางชนิด ความเครียด ความวิตก โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะมากกว่าคนทั่วไป

#ศูนย์หัวใจ #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #หัวใจเต้นผิดจังหวะ #ลิ่มเลือดหัวใจ #เส้นเลือดสมองอุดตัน #อัมพาต #โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด #เบาหวาน #ความดันโลหิตสูง #เจ็บหน้าอก #เป็นลมหมดสติ #รักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ #Arrhythmia

อาการ

  • เจ็บหน้าอก

เกิดจากหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ทำให้แรงบีบตัวของหัวใจในแต่ละครั้งไม่เพียงพอที่จะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงหัวใจ รวมทั้งส่วนต่างๆ ของร่างกาย

  • เป็นลมหมดสติ

เกิดจากหัวใจเต้นช้าหรือเร็วกว่าปกติ ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสมองและหัวใจทำให้มีอาการหน้ามืด เป็นลม

  • เกิดลิ่มเลือดในหัวใจ

ซึ่งลิ่มเลือดนี้อาจหลุดผ่านหัวใจออกไปที่หลอดเลือดแดงใหญ่ หรือหลุดไปอุดตันเส้นเลือดแดงต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะผิดปกติในบริเวณที่มีการอุดตัน เช่น ภาวะเส้นเลือดในสมองตีบ และภาวะหลอดเลือดแดงส่วนปลายไปเลี้ยงแขนขาอุดตันอย่างเฉียบพลัน

คลื่นไฟฟ้ากับการรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะรักษาให้หายขาดได้ด้วยการจี้ด้วยคลื่นไฟฟ้า โดยแพทย์จะเจาะเส้นเลือดบริเวณต้นขาของคนไข้แล้วสอดสายสวนหัวใจเข้าไปหาตำแหน่งไฟฟ้าในหัวใจที่ลัดวงจร จากนั้นจะปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ เข้าไปทำให้อุณหภูมิที่ปลายสวนหัวใจสูงขึ้น จาก 37 เซลเซียส เป็น 50 – 60 °เซลเซียส ทำให้ไฟฟ้าหัวใจที่มีการลัดวงจรในขณะนั้น ถูกทำลายลงซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้ ผู้ป่วยจะใช้เวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1 – 2 วัน เท่านั้น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!!  ศูนย์หัวใจ ชั้น 4 โซน C


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง