โรคไตในผู้หญิง (Women CKD)

#ศูนย์โรคไต #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #โรคไตในผู้หญิง #โรคไตเรื้อรัง #ไตวายเรื้อรัง #บำบัดทดแทนไต #ไตวายเฉียบพลัน #อาการของโรคไตเรื้อรัง #ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย #สาเหตุของโรคไตเรื้อรัง #การรักษาโรคไตเรื้อรัง #Women CKD

ปัจจุบันผู้หญิงกว่า 195 ล้านคนทั่วโลกเป็นโรคไตเรื้อรัง (Chronic kidney disease: CKD) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 8 ของผู้หญิงทั่วโลก หรือประมาณ 600,000 รายในแต่ละปี และคาดว่าจะมีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะสตรีวัยเจริญพันธุ์ เมื่อมีภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายและได้รับการบำบัดทดแทนไตจะมีโอกาสตั้งครรภ์น้อยมาก หรือมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ เช่น ครรภ์เป็นพิษ การแท้ง การตกเลือดหลังคลอด ทำให้มีภาวะไตวายเฉียบพลันได้ ดังนั้น ผู้หญิงที่เป็นโรคไตก่อนการตั้งครรภ์ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์และวางแผนการตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม มาเรียนรู้โรคไตในผู้หญิงอย่างเข้าใจ

โรคไตเรื้อรังในผู้หญิง

คือ ภาวะที่ไตมีการทำงานผิดปกติ หรือมีการทำงานของไตที่ลดลง โดยดูจากค่าอัตราการกรองของไต (Glomerular Filtration Rate: GFR) ที่ผิดปกติในระยะเวลามากกว่า 3 เดือน ขึ้นไป ระยะเริ่มแรกมักไม่มีอาการ แต่เมื่อไตทำงานเสื่อมลงจนหน่วยไตเหลือน้อยกว่าร้อยละ 10 จะมีของเสียคั่งในกระแสเลือดและมีอาการต่างๆ ตามมา

อาการของโรคไตเรื้อรังในผู้หญิง

  • ปัสสาวะบ่อยขึ้นในเวลากลางคืน พบได้เมื่อการทำงานของไตเริ่มเสื่อมลงในระยะแรก
  • ขาบวมและกดบุ๋ม อาจเกิดจากมีเกลือคั่งในร่างกาย หรือมีโปรตีนรั่วมาในปัสสาวะมาก หากบวมมากจะทำให้เกิดอาการหอบเหนื่อยจากการมีน้ำคั่งในปอด ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต
  • ความดันโลหิตสูง

อาการของไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย

  • เมื่อการทำงานของไตลดลงเหลือน้อยกว่าร้อยละ 10  จะมีอาการทางระบบอื่นตามมามากขึ้น เช่น คลื่นไส้ อาเจียน โลหิตจาง เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ สะอึก ความดันโลหิตสูง บวม หอบเหนื่อย รับประทานอาหารไม่ได้จนมีสภาวะขาดสารอาหาร อาจมีอาการหอบจากการคั่งของกรดในร่างกาย
  • ในเพศหญิงมักมีการขาดประจำเดือนและไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ส่วนในเพศชายจะมีความรู้สึกทางเพศลดลง การสร้างอสุจิลดลง
  • หากมีอาการมากและไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยจะซึมลง ชัก หมดสติ และเสียชีวิตในที่สุด

สาเหตุของโรคไตเรื้อรังในผู้หญิง ที่พบได้บ่อยได้แก่

การรักษาโรคไตเรื้อรังในผู้หญิง

1. การรักษาแบบประคับประคองเพื่อการชะลอการเสื่อมของไตสำหรับผู้ป่วยระยะเริ่มต้น เช่น

  • รับประทานยาและอาหารบำบัด
  • ควบคุมความดันโลหิตให้เหมาะสม
  • งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงสารหรือยาที่มีผลเสียต่อไต

2. การรักษาด้วยวิธีบำบัดทดแทนไต

คือ กระบวนการรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายเพื่อทดแทนไตที่ไม่สามารถทำงานได้เองตามที่ควรจะเป็น เพื่อช่วยขจัดของเสียที่ค้างอยู่ในร่างกาย สามารถทำได้ 3 วิธี ดังนี้

 2.1 การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)

วิธีการ นำเลือดผ่านเข้าเครื่องไตเทียม ไปยังตัวกรองเพื่อฟอกเลือดให้สะอาด

ระยะเวลา 4-5 ชั่วโมง / ครั้ง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

 2.2 การฟอกไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis)

วิธีการ ใส่น้ำยาล้างไตเข้าไปทิ้งค้างในช่องท้อง โดยอาศัยเยื่อบุช่องท้องเป็นตัวกลางในการฟอกเลือด

ระยะเวลา วันละ 4 รอบ ต่อเนื่องกันทุกวัน หรืออาจใช้เครื่องอัติโนมัติช่วยฟอกทำการเปลี่ยนน้ำยาแทน

 2.3 การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation)

คือ การนำไตที่ดีจากผู้บริจาคใส่ในช่องเชิงกรานของผู้รับไต แต่ผู้รับไตต้องรับประทานยากดภูมิต้านทานสม่ำเสมอ ผู้ให้ไตแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

  • ผู้ให้ไตที่เสียชีวิตแล้ว
  • ผู้ให้ไตที่ยังมีชีวิต เช่น พ่อ แม่ หรือ ญาติของผู้ป่วยที่มีเนื้อเยื่อที่เข้ากันได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! ศูนย์โรคไต ชั้น 6 โซน C 

#ศูนย์โรคไต #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #โรคไตในผู้หญิง #โรคไตเรื้อรัง #ไตวายเรื้อรัง #บำบัดทดแทนไต #ไตวายเฉียบพลัน #อาการของโรคไตเรื้อรัง #ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย #สาเหตุของโรคไตเรื้อรัง #การรักษาโรคไตเรื้อรัง #Women CKD

ปัจจุบันผู้หญิงกว่า 195 ล้านคนทั่วโลกเป็นโรคไตเรื้อรัง (Chronic kidney disease: CKD) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 8 ของผู้หญิงทั่วโลก หรือประมาณ 600,000 รายในแต่ละปี และคาดว่าจะมีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะสตรีวัยเจริญพันธุ์ เมื่อมีภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายและได้รับการบำบัดทดแทนไตจะมีโอกาสตั้งครรภ์น้อยมาก หรือมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ เช่น ครรภ์เป็นพิษ การแท้ง การตกเลือดหลังคลอด ทำให้มีภาวะไตวายเฉียบพลันได้ ดังนั้น ผู้หญิงที่เป็นโรคไตก่อนการตั้งครรภ์ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์และวางแผนการตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม มาเรียนรู้โรคไตในผู้หญิงอย่างเข้าใจ

โรคไตเรื้อรังในผู้หญิง

คือ ภาวะที่ไตมีการทำงานผิดปกติ หรือมีการทำงานของไตที่ลดลง โดยดูจากค่าอัตราการกรองของไต (Glomerular Filtration Rate: GFR) ที่ผิดปกติในระยะเวลามากกว่า 3 เดือน ขึ้นไป ระยะเริ่มแรกมักไม่มีอาการ แต่เมื่อไตทำงานเสื่อมลงจนหน่วยไตเหลือน้อยกว่าร้อยละ 10 จะมีของเสียคั่งในกระแสเลือดและมีอาการต่างๆ ตามมา

อาการของโรคไตเรื้อรังในผู้หญิง

  • ปัสสาวะบ่อยขึ้นในเวลากลางคืน พบได้เมื่อการทำงานของไตเริ่มเสื่อมลงในระยะแรก
  • ขาบวมและกดบุ๋ม อาจเกิดจากมีเกลือคั่งในร่างกาย หรือมีโปรตีนรั่วมาในปัสสาวะมาก หากบวมมากจะทำให้เกิดอาการหอบเหนื่อยจากการมีน้ำคั่งในปอด ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต
  • ความดันโลหิตสูง

อาการของไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย

  • เมื่อการทำงานของไตลดลงเหลือน้อยกว่าร้อยละ 10  จะมีอาการทางระบบอื่นตามมามากขึ้น เช่น คลื่นไส้ อาเจียน โลหิตจาง เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ สะอึก ความดันโลหิตสูง บวม หอบเหนื่อย รับประทานอาหารไม่ได้จนมีสภาวะขาดสารอาหาร อาจมีอาการหอบจากการคั่งของกรดในร่างกาย
  • ในเพศหญิงมักมีการขาดประจำเดือนและไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ส่วนในเพศชายจะมีความรู้สึกทางเพศลดลง การสร้างอสุจิลดลง
  • หากมีอาการมากและไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยจะซึมลง ชัก หมดสติ และเสียชีวิตในที่สุด

สาเหตุของโรคไตเรื้อรังในผู้หญิง ที่พบได้บ่อยได้แก่

การรักษาโรคไตเรื้อรังในผู้หญิง

1. การรักษาแบบประคับประคองเพื่อการชะลอการเสื่อมของไตสำหรับผู้ป่วยระยะเริ่มต้น เช่น

  • รับประทานยาและอาหารบำบัด
  • ควบคุมความดันโลหิตให้เหมาะสม
  • งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงสารหรือยาที่มีผลเสียต่อไต

2. การรักษาด้วยวิธีบำบัดทดแทนไต

คือ กระบวนการรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายเพื่อทดแทนไตที่ไม่สามารถทำงานได้เองตามที่ควรจะเป็น เพื่อช่วยขจัดของเสียที่ค้างอยู่ในร่างกาย สามารถทำได้ 3 วิธี ดังนี้

 2.1 การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)

วิธีการ นำเลือดผ่านเข้าเครื่องไตเทียม ไปยังตัวกรองเพื่อฟอกเลือดให้สะอาด

ระยะเวลา 4-5 ชั่วโมง / ครั้ง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

 2.2 การฟอกไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis)

วิธีการ ใส่น้ำยาล้างไตเข้าไปทิ้งค้างในช่องท้อง โดยอาศัยเยื่อบุช่องท้องเป็นตัวกลางในการฟอกเลือด

ระยะเวลา วันละ 4 รอบ ต่อเนื่องกันทุกวัน หรืออาจใช้เครื่องอัติโนมัติช่วยฟอกทำการเปลี่ยนน้ำยาแทน

 2.3 การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation)

คือ การนำไตที่ดีจากผู้บริจาคใส่ในช่องเชิงกรานของผู้รับไต แต่ผู้รับไตต้องรับประทานยากดภูมิต้านทานสม่ำเสมอ ผู้ให้ไตแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

  • ผู้ให้ไตที่เสียชีวิตแล้ว
  • ผู้ให้ไตที่ยังมีชีวิต เช่น พ่อ แม่ หรือ ญาติของผู้ป่วยที่มีเนื้อเยื่อที่เข้ากันได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! ศูนย์โรคไต ชั้น 6 โซน C 


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง