6 อาการผิดปกติระหว่างมีประจำเดือน (Menstrual Disorders) ที่ผู้หญิงควรรู้

อาการผิดปกติระหว่างมีประจำเดือน (Menstrual disorders include) อาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีอาการหลายอย่างร่วมกัน แนะนำให้สังเกตอาการเหล่านี้และควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม

1. ปวดท้องประจำเดือนมากผิดปกติ

2. ภาวะก่อนมีประจำเดือน PMS อาการทางร่างกายและจิตใจที่ผู้หญิงบางรายประสบก่อนมีประจำเดือน โดยอาการเหล่านี้มักปรากฏในช่วง 1 - 2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน และจะหายไปเองหลังประจำเดือนมาแล้ว 2 - 3 วัน เช่น

  • อาการทางร่างกาย คัดเต้านม มีสิวขึ้น ปวดท้องน้อย อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ
  • อาการทางจิตใจ เครียด นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย เบื่ออาหาร หรืออยากอาหารมากปกติ

3. เลือดประจำเดือนออกมาก จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ หรือมีลิ่มเลือดใหญ่ ๆ ออกมา และมีประจำเดือนนานกว่า 1 สัปดาห์

4. มีเลือดออกผิดปกติ ในช่วงที่ไม่ใช่รอบประจำเดือน

5. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือมีประจำเดือนน้อยกว่าปกติ

6. ประจำเดือนไม่มา เช่น

  • อายุ มากกว่า 15 ปี แต่ยังไม่มีประจำเดือน
  • เคยมีประจำเดือนมาแล้ว แต่ประจำเดือนไม่มานานกว่า 3 เดือน

ข้อมูลจาก พญ. เพ็ญพรรณ ศิริสุทธิ์


Q&A เกี่ยวกับอาการผิดปกติระหว่างมีประจำเดือน

1. อาการผิดปกติระหว่างมีประจำเดือน (Menstrual disorders) คืออะไร?

ตอบ: คือ ภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นในรอบเดือน โดยผู้หญิงอาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีหลายอาการร่วมกัน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ควรสังเกตและเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอย่างเหมาะสม

2. อาการปวดท้องประจำเดือนแบบไหนที่ถือว่าผิดปกติ?

ตอบ: อาการปวดท้องประจำเดือนที่มากผิดปกติ มีความรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละรอบเดือน ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ควรละเลย

3. ภาวะก่อนมีประจำเดือน หรือ PMS คืออะไร?

ตอบ: PMS (Premenstrual Syndrome) คือ อาการผิดปกติทางร่างกายและจิตใจที่ผู้หญิงบางรายประสบก่อนมีประจำเดือน โดยมักจะแสดงอาการในช่วง 1 - 2 สัปดาห์ก่อนที่ประจำเดือนจะมา

4. อาการ PMS ปกติแล้วจะหายไปเมื่อไหร่?

ตอบ: อาการผิดปกติจากภาวะ PMS จะสามารถสังเกตเห็นและค่อย ๆ หายไปได้เอง หลังจากที่ประจำเดือนมาแล้วประมาณ 2 - 3 วัน

5. อาการทางร่างกายที่พบบ่อยในช่วงเป็น PMS มีอะไรบ้าง?

ตอบ: อาการทางร่างกายที่พบได้บ่อย ได้แก่ อาการคัดเต้านม, มีสิวขึ้น, ปวดท้องน้อย, อ่อนเพลีย และมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย

6. อาการทางจิตใจและอารมณ์ในช่วง PMS สังเกตได้อย่างไร?

ตอบ: ผู้หญิงที่มีภาวะ PMS มักมีอาการทางจิตใจ เช่น มีความเครียด, นอนไม่หลับ, หงุดหงิดง่าย, มีอาการเบื่ออาหาร หรือในบางรายอาจมีความอยากอาหารมากกว่าปกติ

7. ประจำเดือนออกมากแค่ไหน ถึงจะจัดว่าอยู่ในขั้นผิดปกติ?

ตอบ: สังเกตได้จากการที่เลือดประจำเดือนออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่หลุดออกมา หรือมีระยะเวลาในการมีประจำเดือนยาวนานติดต่อกันเกินกว่า 1 สัปดาห์

8. หากมีเลือดออกกะปริบกะปรอยช่วงที่ไม่มีประจำเดือน ควรทำอย่างไร?

ตอบ: การมีเลือดออกผิดปกติในช่วงที่ไม่ใช่รอบประจำเดือน ถือเป็นอาการผิดปกติระหว่างมีประจำเดือนรูปแบบหนึ่ง แนะนำให้จดบันทึกวันที่พบและเข้าพบแพทย์นรีเวชเพื่อตรวจหาสาเหตุ

9. ประจำเดือนมาน้อย หรือมาไม่สม่ำเสมอ บอกอะไรได้บ้าง?

ตอบ: ภาวะประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ อาจสะท้อนถึงความผิดปกติของระบบฮอร์โมน การตกไข่ หรือปัญหาสุขภาพภายในที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัย

10. ประจำเดือนไม่มา (Amenorrhea) ในกรณีใดบ้างที่ควรไปพบแพทย์?

ตอบ: ผู้ที่มีอายุมากกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เคยมีประจำเดือนเลย และผู้ที่เคยมีประจำเดือนมาตามปกติแล้ว แต่ต่อมาประจำเดือนขาดหายไปนานกว่า 3 เดือน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์นรีเวช ชั้น 2 โซน E

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 อาการผิดปกติระหว่างมีประจำเดือน (Menstrual disorders include) อาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีอาการหลายอย่างร่วมกัน แนะนำให้สังเกตอาการเหล่านี้และควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม

1. ปวดท้องประจำเดือนมากผิดปกติ

2. ภาวะก่อนมีประจำเดือน PMS อาการทางร่างกายและจิตใจที่ผู้หญิงบางรายประสบก่อนมีประจำเดือน โดยอาการเหล่านี้มักปรากฏในช่วง 1 - 2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน และจะหายไปเองหลังประจำเดือนมาแล้ว 2 - 3 วัน เช่น

  • อาการทางร่างกาย คัดเต้านม มีสิวขึ้น ปวดท้องน้อย อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ
  • อาการทางจิตใจ เครียด นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย เบื่ออาหาร หรืออยากอาหารมากปกติ

3. เลือดประจำเดือนออกมาก จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ หรือมีลิ่มเลือดใหญ่ ๆ ออกมา และมีประจำเดือนนานกว่า 1 สัปดาห์

4. มีเลือดออกผิดปกติ ในช่วงที่ไม่ใช่รอบประจำเดือน

5. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือมีประจำเดือนน้อยกว่าปกติ

6. ประจำเดือนไม่มา เช่น

  • อายุ มากกว่า 15 ปี แต่ยังไม่มีประจำเดือน
  • เคยมีประจำเดือนมาแล้ว แต่ประจำเดือนไม่มานานกว่า 3 เดือน

ข้อมูลจาก พญ. เพ็ญพรรณ ศิริสุทธิ์


Q&A เกี่ยวกับอาการผิดปกติระหว่างมีประจำเดือน

1. อาการผิดปกติระหว่างมีประจำเดือน (Menstrual disorders) คืออะไร?

ตอบ: คือ ภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นในรอบเดือน โดยผู้หญิงอาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีหลายอาการร่วมกัน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ควรสังเกตและเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอย่างเหมาะสม

2. อาการปวดท้องประจำเดือนแบบไหนที่ถือว่าผิดปกติ?

ตอบ: อาการปวดท้องประจำเดือนที่มากผิดปกติ มีความรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละรอบเดือน ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ควรละเลย

3. ภาวะก่อนมีประจำเดือน หรือ PMS คืออะไร?

ตอบ: PMS (Premenstrual Syndrome) คือ อาการผิดปกติทางร่างกายและจิตใจที่ผู้หญิงบางรายประสบก่อนมีประจำเดือน โดยมักจะแสดงอาการในช่วง 1 - 2 สัปดาห์ก่อนที่ประจำเดือนจะมา

4. อาการ PMS ปกติแล้วจะหายไปเมื่อไหร่?

ตอบ: อาการผิดปกติจากภาวะ PMS จะสามารถสังเกตเห็นและค่อย ๆ หายไปได้เอง หลังจากที่ประจำเดือนมาแล้วประมาณ 2 - 3 วัน

5. อาการทางร่างกายที่พบบ่อยในช่วงเป็น PMS มีอะไรบ้าง?

ตอบ: อาการทางร่างกายที่พบได้บ่อย ได้แก่ อาการคัดเต้านม, มีสิวขึ้น, ปวดท้องน้อย, อ่อนเพลีย และมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย

6. อาการทางจิตใจและอารมณ์ในช่วง PMS สังเกตได้อย่างไร?

ตอบ: ผู้หญิงที่มีภาวะ PMS มักมีอาการทางจิตใจ เช่น มีความเครียด, นอนไม่หลับ, หงุดหงิดง่าย, มีอาการเบื่ออาหาร หรือในบางรายอาจมีความอยากอาหารมากกว่าปกติ

7. ประจำเดือนออกมากแค่ไหน ถึงจะจัดว่าอยู่ในขั้นผิดปกติ?

ตอบ: สังเกตได้จากการที่เลือดประจำเดือนออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่หลุดออกมา หรือมีระยะเวลาในการมีประจำเดือนยาวนานติดต่อกันเกินกว่า 1 สัปดาห์

8. หากมีเลือดออกกะปริบกะปรอยช่วงที่ไม่มีประจำเดือน ควรทำอย่างไร?

ตอบ: การมีเลือดออกผิดปกติในช่วงที่ไม่ใช่รอบประจำเดือน ถือเป็นอาการผิดปกติระหว่างมีประจำเดือนรูปแบบหนึ่ง แนะนำให้จดบันทึกวันที่พบและเข้าพบแพทย์นรีเวชเพื่อตรวจหาสาเหตุ

9. ประจำเดือนมาน้อย หรือมาไม่สม่ำเสมอ บอกอะไรได้บ้าง?

ตอบ: ภาวะประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ อาจสะท้อนถึงความผิดปกติของระบบฮอร์โมน การตกไข่ หรือปัญหาสุขภาพภายในที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัย

10. ประจำเดือนไม่มา (Amenorrhea) ในกรณีใดบ้างที่ควรไปพบแพทย์?

ตอบ: ผู้ที่มีอายุมากกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เคยมีประจำเดือนเลย และผู้ที่เคยมีประจำเดือนมาตามปกติแล้ว แต่ต่อมาประจำเดือนขาดหายไปนานกว่า 3 เดือน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์นรีเวช ชั้น 2 โซน E

บทความที่เกี่ยวข้อง