ภาวะสายตาผิดปกติ: สาเหตุ ประเภท และวิธีรักษาที่ครบถ้วนที่สุด

โดยปกติการมองเห็นเกิดจากการที่แสงตกกระทบที่ผิวกระจกตา แล้วเกิดการหักเหโฟกัสไปที่จอประสาทตาพอดี ภาพที่มองเห็นจึงมีความชัดเจน ไม่ว่าวัตถุนั้นจะอยู่ใกล้หรือไกล แต่หากความโค้งของกระจกตา หรือความยาวของลูกตา มากหรือน้อยเกินไป จะทำให้ภาพที่เห็นไม่ชัดเจน เรียกว่า ภาวะสายตาผิดปกติ
 

ประเภทของภาวะสายตาผิดปกติ (Refractive Errors)

1.สายตาสั้น (Myopia) 

     เกิดจากการรวมแสงตกลงหน้าจอประสาทตา มักเกิดจากลูกตายาวเกินไป หรือเกิดจากกระจกตามีความโค้งมากเกินไป ผู้ที่มีสายตาสั้นจึงมองเห็นได้ในระยะใกล้ แต่จะมองไม่ชัดในระยะไกล

     ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะสายตาสั้น เช่น พันธุกรรมจากพ่อแม่ หรือมีพฤติกรรมการใช้สายตาในระยะใกล้มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ใช้คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ

 

 

 

2. สายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia)

     เกิดจากการรวมแสงของตาที่ทำให้จุดโฟกัสของแสงตกลงด้านหลังจอประสาทตา มักเกิดจากลูกตาสั้นเกินไปหรือกระจกตามีความโค้งน้อยเกินไป ผู้ที่มีสายตายาวจึงมองไม่ชัดทั้งในระยะใกล้หรือไกล ภาวะสายตายาวโดยกำเนิดนี้ไม่ใช่ชนิดเดียวกับสายตายาวในผู้สูงอายุ

 

 

 

3.สายตาเอียง (Astigmatism)

    เกิดจากความโค้งของกระจกตาในแต่ละแนวไม่เท่ากัน ทำให้แสงโฟกัสที่จอประสาทตาไม่เป็นจุดเดียว จึงมองเห็นเป็นภาพซ้อน อาจเกิดร่วมกับสายตาสั้นหรือสายตายาวก็ได้

ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่มักเกิดมาพร้อมกับสายตาเอียงเล็กน้อยอยู่แล้ว และอาจเกิดร่วมกับภาวะสายตาสั้นและสายตายาว สำหรับผู้ที่มีสายตาเอียงมากจะมีอาการ เช่น มองเห็นภาพซ้อนหรือบิดเบี้ยว ปวดศีรษะ ปวดตา ตาล้า เห็นภาพเป็นแสงกระจาย และต้องพยายามหรี่ตาอยู่ตลอดเวลาเพื่อปรับโฟกัสให้มองเห็นได้ชัดขึ้น

 

 

 

4.สายตายาวในผู้สูงอายุ (Presbyopia)

     เป็นภาวะจากการเสื่อมของกล้ามเนื้อในตาที่ใช้ในการปรับระยะมองใกล้-ไกล และเกิดจากการเริ่มแข็งตัวของเลนส์แก้วตาที่มีความยืดหยุ่นลดน้อยลง ทำให้มองใกล้ไม่ชัด ซึ่งภาวะสายตายาวในผู้สูงอายุนี้จะเริ่มมีอาการในผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป

 

 

 

วิธีการรักษาและแก้ไขสายตาผิดปกติ

1.วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด

  • แว่นตา (Spectacles) เลนส์ของแว่นตาจะช่วยในการรวมแสงให้ตกลงบนจอรับภาพพอดี ซึ่งมีความปลอดภัย ง่ายต่อการดูแลรักษา แต่มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่สะดวกในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือ การประกอบอาชีพบางสายงาน เช่น นักกีฬา ทหาร นักบิน เป็นต้น
  • คอนแทคเลนส์ (Contact Lens) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีสายตาผิดปกติ และไม่สะดวกที่จะใส่แวนตา หรือนักกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ช่วยให้มองภาพในมุมกว้างได้ดี และเหมาะสมในผู้ที่สายตาทั้งสองข้างมีความแตกต่างกันมาก แต่จะมีข้อควรระวังในเรื่องการดูแลรักษาความสะอาด เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดกระจกตาติดเชื้อ ซึ่งอาจรุนแรงจนสูญเสียตาได้ และผู้ที่ไม่เหมาะสมกับการใช้คอนแทคเลนส์ เช่น มีภาวะตาแห้ง ภูมิแพ้คราบโปรตีนที่สะสมในเลนส์ และในน้ำยาล้างเลนส์ นอกจากนั้น ไม่แนะนำให้ใส่คอนแทคเลนส์ ในขณะที่ทำกิจกรรมบางประเภท เช่น ว่ายน้ำ ดำน้ำ และไม่ควรใส่ขณะนอน การใช้เลนส์สัมผัสควรได้รับการตรวจและแนะนำจากจักษุแพทย์

2.การผ่าตัดด้วยเลเซอร์

  • การผ่าตัดด้วยวิธี PRK (photorefractive keratectomy) วิธีการโดยเริ่มจากลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุดออกแล้วจึงใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (excimer laser) ยิงลงไปบนเนื้อกระจกตาด้านล่าง เพื่อปรับความโค้งของกระจกตาและเป็นการแก้ไขค่าสายตาที่ผิดปกติ จากนั้นปิดกระจกตาด้วยคอนแทคเลนส์แบบไม่มีค่าสายตา เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อผิวกระจกตาสมานกันได้ดี
  • การผ่าตัดด้วยวิธีเลสิก (LASIK) เป็นการผ่าตัดสายตาด้วยการเปิดฝากระจกตาคล้ายบานพับ ด้วยใบมีด หรือ femtosecond laser  แล้วจึงใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ยิงลงไปบนเนื้อกระจกตาเพื่อปรับความโค้งของกระจกตาจากนั้นจะปิดฝากระจกตากลับที่เดิม
  • การผ่าตัดด้วยวิธี ReLEx Pro เป็นการรักษาภาวะสายตาสั้น และ สายตาเอียงโดยการปรับความโค้งของกระจกตาด้วยเลเซอร์โดยใช้ Femtosecond Laser แยกชิ้นเนื้อเยื่อกระจกตาให้เป็นลักษณะรูปทรงเลนส์(lenticule)  ซึ่งอยู่ภายในกระจกตาจากนั้นจะดึงแผ่น lenticule ออกมาผ่านรอยตัดที่มีขนาดเล็ก 2 – 4 มิลลิเมตร

3.การผ่าตัดใส่เลนส์เสริม (Phakic IOL) เป็นการผ่าตัดใส่เลนส์แก้วตาเทียม เข้าไปในลูกตาโดยเลนส์เทียมนี้จะวางอยู่หน้าต่อเลนส์แก้วตาธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตามากๆ ที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีเลเซอร์


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะสายตาผิดปกติ

1. ภาวะสายตาผิดปกติคืออะไร?

ตอบ: คือสภาวะที่ความโค้งของกระจกตาหรือความยาวของลูกตามากหรือน้อยเกินไป ทำให้แสงที่ผ่านกระจกตาไม่ไปตกกระทบที่จอประสาทตาพอดี ภาพที่เห็นจึงไม่ชัดเจน

2. สายตาสั้น (Myopia) เกิดจากสาเหตุใด และมีลักษณะอย่างไร?

ตอบ: เกิดจากแสงรวมตัวก่อนถึงจอประสาทตา ซึ่งมักมีสาเหตุจากลูกตายาวเกินไปหรือกระจกตาโค้งมากเกินไป ทำให้มองเห็นชัดในระยะใกล้ แต่จะมองไม่ชัดในระยะไกล

3. ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดสายตาสั้นมีอะไรบ้าง?

ตอบ: มีทั้งเรื่องพันธุกรรมจากพ่อแม่ และพฤติกรรมการใช้สายตาในระยะใกล้มากเกินไป เช่น การอ่านหนังสือ การใช้คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ

4. สายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) แตกต่างจากสายตาสั้นอย่างไร?

ตอบ: สายตายาวโดยกำเนิดเกิดจากแสงรวมตัวกันด้านหลังจอประสาทตา มักมีสาเหตุจากลูกตาสั้นเกินไปหรือกระจกตาโค้งน้อยเกินไป ทำให้มองไม่ชัดทั้งระยะใกล้และไกล

5. อาการของคนที่มีสายตาเอียง (Astigmatism) เป็นอย่างไร?

ตอบ: จะมองเห็นภาพซ้อนหรือบิดเบี้ยว เห็นแสงกระจาย มีอาการปวดศีรษะ ปวดตา หรือตาล้า และมักต้องหรี่ตาเพื่อปรับโฟกัสตลอดเวลา

6. สายตายาวในผู้สูงอายุ (Presbyopia) เริ่มมีอาการเมื่ออายุเท่าไหร่?

ตอบ: ภาวะนี้จะเริ่มแสดงอาการในผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป

7. สาเหตุของสายตายาวในผู้สูงอายุเกิดจากอะไร?

ตอบ: เกิดจากการเสื่อมของกล้ามเนื้อในตาที่ปรับระยะการมอง และการเริ่มแข็งตัวของเลนส์แก้วตาทำให้ความยืดหยุ่นลดลง

8. ข้อดีและข้อจำกัดของการใส่คอนแทคเลนส์มีอะไรบ้าง?

ตอบ: ช่วยให้มองภาพในมุมกว้างได้ดีและเหมาะกับผู้ที่สายตาสองข้างต่างกันมาก แต่มีข้อระวังเรื่องความสะอาดเพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่กระจกตา และไม่ควรใส่ขณะว่ายน้ำหรือนอนหลับ

9. การรักษาด้วยวิธี ReLEx Pro มีลักษณะเด่นอย่างไร?

ตอบ: เป็นการปรับความโค้งกระจกตาด้วยเลเซอร์โดยแยกชิ้นเนื้อเยื่อเป็นรูปทรงเลนส์ (lenticule) อยู่ภายใน แล้วดึงออกมาผ่านรอยตัดขนาดเล็กเพียง 2–4 มิลลิเมตร

10. การผ่าตัดใส่เลนส์เสริม (Phakic IOL) เหมาะสำหรับใคร?

ตอบ: เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาผิดปกติมากเป็นพิเศษ ซึ่งไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีเลเซอร์ได้

ข้อมูลจาก : พญ. บัณฑิตา เลิศสุวรรณโรจน์

สอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์รักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ ชั้น 4 โซน A

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 โดยปกติการมองเห็นเกิดจากการที่แสงตกกระทบที่ผิวกระจกตา แล้วเกิดการหักเหโฟกัสไปที่จอประสาทตาพอดี ภาพที่มองเห็นจึงมีความชัดเจน ไม่ว่าวัตถุนั้นจะอยู่ใกล้หรือไกล แต่หากความโค้งของกระจกตา หรือความยาวของลูกตา มากหรือน้อยเกินไป จะทำให้ภาพที่เห็นไม่ชัดเจน เรียกว่า ภาวะสายตาผิดปกติ
 

ประเภทของภาวะสายตาผิดปกติ (Refractive Errors)

1.สายตาสั้น (Myopia) 

     เกิดจากการรวมแสงตกลงหน้าจอประสาทตา มักเกิดจากลูกตายาวเกินไป หรือเกิดจากกระจกตามีความโค้งมากเกินไป ผู้ที่มีสายตาสั้นจึงมองเห็นได้ในระยะใกล้ แต่จะมองไม่ชัดในระยะไกล

     ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะสายตาสั้น เช่น พันธุกรรมจากพ่อแม่ หรือมีพฤติกรรมการใช้สายตาในระยะใกล้มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ใช้คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ

 

 

 

2. สายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia)

     เกิดจากการรวมแสงของตาที่ทำให้จุดโฟกัสของแสงตกลงด้านหลังจอประสาทตา มักเกิดจากลูกตาสั้นเกินไปหรือกระจกตามีความโค้งน้อยเกินไป ผู้ที่มีสายตายาวจึงมองไม่ชัดทั้งในระยะใกล้หรือไกล ภาวะสายตายาวโดยกำเนิดนี้ไม่ใช่ชนิดเดียวกับสายตายาวในผู้สูงอายุ

 

 

 

3.สายตาเอียง (Astigmatism)

    เกิดจากความโค้งของกระจกตาในแต่ละแนวไม่เท่ากัน ทำให้แสงโฟกัสที่จอประสาทตาไม่เป็นจุดเดียว จึงมองเห็นเป็นภาพซ้อน อาจเกิดร่วมกับสายตาสั้นหรือสายตายาวก็ได้

ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่มักเกิดมาพร้อมกับสายตาเอียงเล็กน้อยอยู่แล้ว และอาจเกิดร่วมกับภาวะสายตาสั้นและสายตายาว สำหรับผู้ที่มีสายตาเอียงมากจะมีอาการ เช่น มองเห็นภาพซ้อนหรือบิดเบี้ยว ปวดศีรษะ ปวดตา ตาล้า เห็นภาพเป็นแสงกระจาย และต้องพยายามหรี่ตาอยู่ตลอดเวลาเพื่อปรับโฟกัสให้มองเห็นได้ชัดขึ้น

 

 

 

4.สายตายาวในผู้สูงอายุ (Presbyopia)

     เป็นภาวะจากการเสื่อมของกล้ามเนื้อในตาที่ใช้ในการปรับระยะมองใกล้-ไกล และเกิดจากการเริ่มแข็งตัวของเลนส์แก้วตาที่มีความยืดหยุ่นลดน้อยลง ทำให้มองใกล้ไม่ชัด ซึ่งภาวะสายตายาวในผู้สูงอายุนี้จะเริ่มมีอาการในผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป

 

 

 

วิธีการรักษาและแก้ไขสายตาผิดปกติ

1.วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด

  • แว่นตา (Spectacles) เลนส์ของแว่นตาจะช่วยในการรวมแสงให้ตกลงบนจอรับภาพพอดี ซึ่งมีความปลอดภัย ง่ายต่อการดูแลรักษา แต่มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่สะดวกในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือ การประกอบอาชีพบางสายงาน เช่น นักกีฬา ทหาร นักบิน เป็นต้น
  • คอนแทคเลนส์ (Contact Lens) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีสายตาผิดปกติ และไม่สะดวกที่จะใส่แวนตา หรือนักกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ช่วยให้มองภาพในมุมกว้างได้ดี และเหมาะสมในผู้ที่สายตาทั้งสองข้างมีความแตกต่างกันมาก แต่จะมีข้อควรระวังในเรื่องการดูแลรักษาความสะอาด เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดกระจกตาติดเชื้อ ซึ่งอาจรุนแรงจนสูญเสียตาได้ และผู้ที่ไม่เหมาะสมกับการใช้คอนแทคเลนส์ เช่น มีภาวะตาแห้ง ภูมิแพ้คราบโปรตีนที่สะสมในเลนส์ และในน้ำยาล้างเลนส์ นอกจากนั้น ไม่แนะนำให้ใส่คอนแทคเลนส์ ในขณะที่ทำกิจกรรมบางประเภท เช่น ว่ายน้ำ ดำน้ำ และไม่ควรใส่ขณะนอน การใช้เลนส์สัมผัสควรได้รับการตรวจและแนะนำจากจักษุแพทย์

2.การผ่าตัดด้วยเลเซอร์

  • การผ่าตัดด้วยวิธี PRK (photorefractive keratectomy) วิธีการโดยเริ่มจากลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุดออกแล้วจึงใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (excimer laser) ยิงลงไปบนเนื้อกระจกตาด้านล่าง เพื่อปรับความโค้งของกระจกตาและเป็นการแก้ไขค่าสายตาที่ผิดปกติ จากนั้นปิดกระจกตาด้วยคอนแทคเลนส์แบบไม่มีค่าสายตา เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อผิวกระจกตาสมานกันได้ดี
  • การผ่าตัดด้วยวิธีเลสิก (LASIK) เป็นการผ่าตัดสายตาด้วยการเปิดฝากระจกตาคล้ายบานพับ ด้วยใบมีด หรือ femtosecond laser  แล้วจึงใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ยิงลงไปบนเนื้อกระจกตาเพื่อปรับความโค้งของกระจกตาจากนั้นจะปิดฝากระจกตากลับที่เดิม
  • การผ่าตัดด้วยวิธี ReLEx Pro เป็นการรักษาภาวะสายตาสั้น และ สายตาเอียงโดยการปรับความโค้งของกระจกตาด้วยเลเซอร์โดยใช้ Femtosecond Laser แยกชิ้นเนื้อเยื่อกระจกตาให้เป็นลักษณะรูปทรงเลนส์(lenticule)  ซึ่งอยู่ภายในกระจกตาจากนั้นจะดึงแผ่น lenticule ออกมาผ่านรอยตัดที่มีขนาดเล็ก 2 – 4 มิลลิเมตร

3.การผ่าตัดใส่เลนส์เสริม (Phakic IOL) เป็นการผ่าตัดใส่เลนส์แก้วตาเทียม เข้าไปในลูกตาโดยเลนส์เทียมนี้จะวางอยู่หน้าต่อเลนส์แก้วตาธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตามากๆ ที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีเลเซอร์


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะสายตาผิดปกติ

1. ภาวะสายตาผิดปกติคืออะไร?

ตอบ: คือสภาวะที่ความโค้งของกระจกตาหรือความยาวของลูกตามากหรือน้อยเกินไป ทำให้แสงที่ผ่านกระจกตาไม่ไปตกกระทบที่จอประสาทตาพอดี ภาพที่เห็นจึงไม่ชัดเจน

2. สายตาสั้น (Myopia) เกิดจากสาเหตุใด และมีลักษณะอย่างไร?

ตอบ: เกิดจากแสงรวมตัวก่อนถึงจอประสาทตา ซึ่งมักมีสาเหตุจากลูกตายาวเกินไปหรือกระจกตาโค้งมากเกินไป ทำให้มองเห็นชัดในระยะใกล้ แต่จะมองไม่ชัดในระยะไกล

3. ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดสายตาสั้นมีอะไรบ้าง?

ตอบ: มีทั้งเรื่องพันธุกรรมจากพ่อแม่ และพฤติกรรมการใช้สายตาในระยะใกล้มากเกินไป เช่น การอ่านหนังสือ การใช้คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ

4. สายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) แตกต่างจากสายตาสั้นอย่างไร?

ตอบ: สายตายาวโดยกำเนิดเกิดจากแสงรวมตัวกันด้านหลังจอประสาทตา มักมีสาเหตุจากลูกตาสั้นเกินไปหรือกระจกตาโค้งน้อยเกินไป ทำให้มองไม่ชัดทั้งระยะใกล้และไกล

5. อาการของคนที่มีสายตาเอียง (Astigmatism) เป็นอย่างไร?

ตอบ: จะมองเห็นภาพซ้อนหรือบิดเบี้ยว เห็นแสงกระจาย มีอาการปวดศีรษะ ปวดตา หรือตาล้า และมักต้องหรี่ตาเพื่อปรับโฟกัสตลอดเวลา

6. สายตายาวในผู้สูงอายุ (Presbyopia) เริ่มมีอาการเมื่ออายุเท่าไหร่?

ตอบ: ภาวะนี้จะเริ่มแสดงอาการในผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป

7. สาเหตุของสายตายาวในผู้สูงอายุเกิดจากอะไร?

ตอบ: เกิดจากการเสื่อมของกล้ามเนื้อในตาที่ปรับระยะการมอง และการเริ่มแข็งตัวของเลนส์แก้วตาทำให้ความยืดหยุ่นลดลง

8. ข้อดีและข้อจำกัดของการใส่คอนแทคเลนส์มีอะไรบ้าง?

ตอบ: ช่วยให้มองภาพในมุมกว้างได้ดีและเหมาะกับผู้ที่สายตาสองข้างต่างกันมาก แต่มีข้อระวังเรื่องความสะอาดเพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่กระจกตา และไม่ควรใส่ขณะว่ายน้ำหรือนอนหลับ

9. การรักษาด้วยวิธี ReLEx Pro มีลักษณะเด่นอย่างไร?

ตอบ: เป็นการปรับความโค้งกระจกตาด้วยเลเซอร์โดยแยกชิ้นเนื้อเยื่อเป็นรูปทรงเลนส์ (lenticule) อยู่ภายใน แล้วดึงออกมาผ่านรอยตัดขนาดเล็กเพียง 2–4 มิลลิเมตร

10. การผ่าตัดใส่เลนส์เสริม (Phakic IOL) เหมาะสำหรับใคร?

ตอบ: เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาผิดปกติมากเป็นพิเศษ ซึ่งไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีเลเซอร์ได้

ข้อมูลจาก : พญ. บัณฑิตา เลิศสุวรรณโรจน์

สอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์รักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ ชั้น 4 โซน A

บทความที่เกี่ยวข้อง

 


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง