มะเร็งต่อมลูกหมาก: พบเร็ว รักษาหายได้
มะเร็งต่อมลูกหมาก ถูกจัดให้เป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับต้น ๆ ในผู้ชายไทย และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยลักษณะของโรคที่ไม่มีอาการบ่งชี้ที่ชัดเจนหรือหากมีอาการก็จะมีลักษณะคล้ายกับอาการต่อมลูกหมากโต หรือต่อมลูกหมากอักเสบ ทำให้กว่าจะตรวจพบก็เป็นมากหรือลุกลามไปสู่อวัยวะอื่น ๆ
ต่อมลูกหมากสำคัญอย่างไร?
ต่อมลูกหมาก (Prostate gland) เป็นหนึ่งในต่อมไร้ท่อของเพศชาย อยู่ในส่วนลึกบริเวณโคนอวัยวะเพศบริเวณอุ้งเชิงกราน มีหน้าที่สร้างน้ำเมือกในการมีเพศสัมพันธ์ ช่วยหล่อเลี้ยงอสุจิ และช่วยปกป้องสารพันธุกรรมหรือ (DNA) ของอสุจิ โดยต่อมลูกหมากจะโตขึ้นตามวัย และโตมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ซึ่งจะพบว่าต่อมลูกหมากที่โตขึ้นนี้จะเริ่มอุดตันหลอดปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะลำบาก และการอุดตันทำให้ปัสสาวะคั้งค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะมากกว่าปกติ จะสังเกตได้ว่ามักจะเกิดในผู้ชายวัยเกิน 60 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้าปล่อยละเลยอาจโตมากจนปัสสาวะไม่ออก นับว่าเป็นอันตรายต่อผู้อาวุโสเหล่านั้นได้
แล้วมะเร็งต่อมลูกหมากเกิดขึ้นได้อย่างไร?
การเกิดมะเร็งของต่อมลูกหมากนั้นเกิดจากเซลล์ของตัวต่อมลูกหมากนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่ผิดปกติ คือมีการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์เหล่านี้อย่างรวดเร็ว และมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดการอุดตันของหลอดปัสสาวะ หรือมีการทำลายเซลล์ปกติของต่อมลูกหมากอย่างมากมาย ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้นเซลล์ที่โตและเบ่งตัวอย่างรวดเร็วนี้จะแทรกหรือเคลื่อนย้ายไปสู่อวัยวะอื่นๆ ข้างเคียงหรือแม้กระทั่งอวัยวะสำคัญๆ ของร่างกาย เช่น ไต ตับ ปอด หรือกระดูก ทำให้อวัยวะเหล่านั้นเสียหาย และถูกทำลายไปในที่สุด ซึ่งเมื่อถึงระยะนั้นแล้วผู้ป่วยก็จะถึงแก่ชีวิตได้
สัญญาณเตือนมะเร็งต่อมลูกหมาก
คุณผู้ชายลองสำรวจตัวเองดูว่าคุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่? หากพบอาการน่าสงสัยควรไปพบแพทย์
- เวลาเริ่มปัสสาวะจะรู้สึกลำบาก
- ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือปัสสาวะราดเท้า
- ปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน
- รู้สึกปวดเมื่อปัสสาวะ หรือหลั่งน้ำอสุจิ
- มีเลือดปนในปัสสาวะ หรืออสุจิ
รู้ให้ชัด...ด้วยการตรวจ
การตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากสามารถทำได้หลายวิธี การต้องอาศัยการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
- การคลำต่อมลูกหมาก แพทย์จะใช้นิ้วสอดเข้าไปทางรูทวารหนักเพื่อตรวจหาก้อนมะเร็ง โดยการคลำเพื่อตรวจสอบขนาดรูปร่าง และความยืดหยุ่นของต่อมลูกหมาก
- การตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostatic Specific Antigen) คือสารคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากในเลือด ซึ่งสารชนิดนี้จะถูกผลิตขึ้นมามากกว่าปกติในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
- การตรวจ MRI/Ultrasound Fusion Biopsy เทคโนโลยีภาพเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กสามมิติแบบ Real time ที่ใช้ในการบ่งชี้ความผิดปกติของต่อมลูกหมากและแนวโน้มจะเป็นมะเร็ง ทำให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดและตำแหน่งก้อนในต่อมลูกหมากชัดเจน สามารถกำหนดบริเวณที่จะตัดชิ้นเนื้อได้แม่นยำ
ใครบ้างที่ควรตรวจ
- ผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
- ชอบทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์
ระยะของมะเร็งต่อมลูกหมาก
การแบ่งระยะของโรค แพทย์จะพิจารณาดูจากขนาดของก้อนเนื้อและการกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ประกอบกับค่า PSA และผลการตรวจเซลล์มะเร็ง
- ระยะเริ่มต้น มะเร็งยังอยู่เฉพาะในต่อมลูกหมาก ค่า PSA น้อยกว่า 10 ในระยะนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้
- ระยะไม่ลุกลามหรือแพร่กระจาย มะเร็งยังอยู่เฉพาะในต่อมลูกหมาก ค่า PSA มากกว่า 10 ในระยะนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้
- ระยะลุกลามอวัยวะข้างเคียง เซลล์มะเร็งเริ่มมีการกระจายออกนอกต่อมลูกหมากไปยังอวัยวะข้างเคียง
- ระยะแพร่กระจาย เซลล์มะเร็งกระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง หรือกระจายไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลออกไป
วิธีการรักษา
การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้ป่วยจะต้องพิจารณาข้อดีข้อเสียและตัดสินใจร่วมกัน แพทย์จะแนะนำวิธีการรักษาต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ดังนี้
การผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
การรักษามะเร็งของต่อมลูกหมากนั้น จำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดเป็นหลัก โดยเฉพาะตัดแหล่งกำเนิดของมะเร็ง และแหล่งกำเนิดของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง วิธีการผ่าตัดรักษาที่เป็นมาตรฐานคือการผ่าเปิดช่องท้องเพื่อผ่าตัดเอาต่อมลูกหมาก รวมทั้งท่อน้ำเชื้อและถุงพักน้ำเชื้อออกทั้งหมด แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือความเจ็บปวดของแผลผ่าตัด และใช้ระยะเวลาพักฟื้นหลังผ่าตัดค่อนข้างนาน
ข้อดี
- ผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองออกง่ายกว่า
ข้อเสีย
- แผลยาวกว่า
- เจ็บแผลมากกว่า
- เสียเลือดเยอะกว่าวิธีอื่น
- นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนาน
ผ่าตัดส่องกล้องทางหน้าท้อง หรือใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
การผ่าตัดโดยใช้วิธีส่องกล้อง (laparoscopic radical prostatectomy) เป็นการผ่าตัดที่พัฒนามาจากการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบเดิม ด้วยวิธีนี้แพทย์จะสอดกล้องที่เรียกว่า laparoscope และเครื่องมือต่างๆ ผ่านแผลผ่าตัดขนาดเล็ก แล้วทำการผ่าตัดผ่านจอมอนิเตอร์ ผลคือผู้ป่วยเจ็บตัวน้อยลง ฟื้นตัวเร็วขึ้น เกิดผลข้างเคียงน้อยกว่า และผลการรักษาดีกว่าการผ่าตัดใหญ่แบบเปิดหน้าท้อง
การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจะมีเทคโนโลยีที่ทำให้เห็นภาพ 3 มิติระหว่างผ่าตัด ช่วยเพิ่มความแม่นยำและสามารถเก็บเส้นประสาทที่ช่วยเรื่องการแข็งตัวขององคชาตหลังผ่าตัดได้ดี แต่มีค่าใช้จ่ายสูง มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญน้อย และต้องใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ข้อดี
- เครื่องมือและกล้องช่วยให้ผ่าตัดได้ดีกว่าในที่แคบและลึก โดยเฉพาะอุ้งเชิงกรานทำให้ปวดแผลน้อยกว่า แผลมีขนาดเล็ก เสียเลือดน้อย และรักษาตัวได้เร็วกว่า
ข้อเสีย
- ต้องใช้ความชำนาญในการผ่าตัด และต้องใช้อุปกรณ์ผ่าตัดในการส่องกล้องทำให้การรักษามีค่าใช้สูง
รังสีบำบัด
ซึ่งมีทั้งการฝังแร่ต่อมลูกหมากและการฉายรังสี ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดความเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงปานกลาง หรือความเสี่ยงสูง ในระยะเริ่มต้นการใช้รังสีรักษาจะให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าการผ่าตัดในแง่ของการควบคุมเซลล์มะเร็ง
ข้อดี
- ไม่มีแผล
- ไม่เสียเลือด
- ไม่ต้องใช้ยาดมสลบ
- ช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัด
- ลดโอกาสอวัยวะเพศไม่แข็งตัว
ข้อเสีย
- การรักษาไม่ได้ผลเนื้อต่อมลูกหมากทั้งหมด หรือได้ต่อมน้ำเหลืองออกมาตรวจ
- อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะอื่นได้ ทำให้ต้องใช้ยาฮอร์โมนร่วมด้วย
ฮอร์โมนบำบัด
การฉีดยาฮอร์โมน ช่วยขัดขวางฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองไม่ให้กระตุ้นอัณฑะและลดฮอร์โมนเพศชาย เป็นการรักษาเพิ่มเติมหลังการผ่าตัด หรือในกรณีที่มะเร็งอยู่ในระยะแพร่กระจาย โดยแพทย์จะทำการลดหรือกำจัดฮอร์โมนเพศชายด้วยการใช้ยาต้านฮอร์โมน หรือผ่าตัดเอาอัณฑะออก
ข้อดี
- มีความสะดวก โดยผู้ป่วยต้องมาฉีดทุก 3 เดือน
- ไม่มีแผลผ่าตัด
ข้อเสีย
- ยามีราคาแพง
- ผู้ป่วยอาจได้รับผลข้างเคียงคล้ายอาการวัยทอง เช่น ซึมเศร้า น้ำหนักเพิ่ม กระดูกพรุน รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้น
การผ่าตัดอัณฑะ
ช่วยลดฮอร์โมนเพศชายที่ไปเลี้ยงเซลล์มะเร็ง การผ่าตัดลูกอัณฑะออกจึงเป็นการลดฮอร์โมนเพศชายออกแบบถาวร ทำให้ไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
ข้อดี
- เป็นการผ่าตัดเล็ก มีความเสี่ยงน้อย
- ไม่ต้องรับประทานยาต่อเนื่อง
- เสียค่าใช้จ่ายน้อย
ข้อเสีย
- ผู้ป่วยอาจได้รับผลกระทบทางจิตใจ รู้สึกขาดความมั่นใจ
การดูแลรักษาตัว
- เฝ้าระวังติดตามอาการ ผู้ป่วยควรติดตามอาการตามคำแนะนำของแพทย์เป็นระยะ เพื่อตรวจร่างกายและติดตามอาการของโรคอย่างต่อเนื่อง
- การรักษาในระยะแพร่กระจาย อาจมีวิธีการรักษามากกว่า 1 ประเภท เช่น ควรฉายแสงร่วมกับการให้ยาในผู้ป่วย
- วางแผนชีวิตเพื่ออยู่อย่างสงบ เมื่อการรักษาไม่หายขาดสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาแบบประคับประคอง เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้
- ความเข้มแข็งของครอบครัวจะทำให้ผู้ป่วยอุ่นใจ เมื่อทราบว่าตนเองเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ญาติพี่น้องหรือคนใกล้ชิดควรให้กำลังใจ ประกอบกับการได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นได้
พบเร็ว รักษาได้
สิ่งสำคัญของมะเร็งต่อมลูกหมาก คือการได้รับการตรวจและรักษาตั้งแต่ระยะแรกๆ ในระยะเริ่มต้นของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ก้อนมะเร็งจะมีขนาดเล็กและอยู่เฉพาะในต่อมลูกหมาก ยังไม่ลุกลามกระจายตัวไปสู่อวัยวะอื่นของโรค หากตรวจพบได้เร็วและแพทย์วินิจฉัยได้ถูกต้องแม่นยำ จะสามารถรักษาให้หายขาดได้
อย่าปล่อยให้โรคร้าย มาทำลายชีวิตที่มีความสุข เมื่อเข้าสู่วัยทองควรสังเกตต่อมลูกหมากของตนเอง หากไม่แน่ใจหรือสงสัยในความผิดปกติ ควรพบแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะเพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดทันที
10 คำถาม-คำตอบที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมาก
1. ต่อมลูกหมากมีหน้าที่อะไรและสำคัญอย่างไร?
ต่อมลูกหมากเป็นต่อมไร้ท่อในผู้ชาย อยู่บริเวณโคนอวัยวะเพศในอุ้งเชิงกราน มีหน้าที่สร้างน้ำเมือกช่วยหล่อเลี้ยงอสุจิและปกป้องสารพันธุกรรม (DNA) ของอสุจิ
2. มะเร็งต่อมลูกหมากเกิดจากอะไร?
เกิดจากเซลล์ต่อมลูกหมากเปลี่ยนแปลงผิดปกติ มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำลายเซลล์ปกติ หรืออาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะสำคัญอื่นๆ เช่น ไต ตับ ปอด หรือกระดูก
3. ทำไมมะเร็งต่อมลูกหมากถึงตรวจพบได้ยากในระยะแรก?
เนื่องจากโรคนี้มักไม่มีอาการบ่งชี้ที่ชัดเจน หรือหากมีอาการก็จะมีลักษณะคล้ายกับโรคต่อมลูกหมากโตหรือต่อมลูกหมากอักเสบ ทำให้ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์เมื่อโรคลุกลามแล้ว
4. สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรไปพบแพทย์มีอะไรบ้าง?
- เริ่มปัสสาวะลำบาก
- ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือปัสสาวะราดเท้า
- ปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน
- รู้สึกปวดเมื่อปัสสาวะ หรือปวดตอนหลั่งน้ำอสุจิ
- มีเลือดปนในปัสสาวะหรืออสุจิ
5. ใครบ้างที่จัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรเข้ารับการตรวจ?
- ผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
- ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์
6. ค่า PSA คืออะไร และสำคัญอย่างไรในการวินิจฉัย?
PSA (Prostatic Specific Antigen) คือสารคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากในเลือด โดยปกติในผู้ที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีการผลิตสารชนิดนี้ออกมามากกว่าปกติ แพทย์จึงใช้ค่านี้นำมาพิจารณาร่วมกับผลตรวจอื่นๆ เพื่อแบ่งระยะของโรค
7. การตรวจแบบ MRI/Ultrasound Fusion Biopsy ดีกว่าวิธีปกติอย่างไร?
เป็นเทคโนโลยีภาพเอกซเรย์คลื่นเหล็กสามมิติแบบ Real time ที่ช่วยให้เห็นรายละเอียดและตำแหน่งก้อนในต่อมลูกหมากชัดเจน ทำให้แพทย์สามารถกำหนดจุดตัดชิ้นเนื้อได้อย่างแม่นยำ
8. การรักษาด้วย "หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด" มีข้อดีอย่างไร?
ช่วยให้แพทย์เห็นภาพ 3 มิติ เพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัดในที่แคบและลึก ช่วยเก็บเส้นประสาทที่ควบคุมการแข็งตัวขององคชาตได้ดี ผู้ป่วยจะเสียเลือดน้อย เจ็บแผลน้อย และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
9. มะเร็งต่อมลูกหมากรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นที่มะเร็งยังอยู่เฉพาะในต่อมลูกหมาก และมีค่า PSA น้อยกว่า 10 หรือแม้จะมากกว่า 10 แต่ยังไม่ลุกลาม ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้
10. หากมะเร็งเข้าสู่ระยะแพร่กระจายแล้วจะมีแนวทางการดูแลอย่างไร?
แพทย์อาจใช้วิธีการรักษามากกว่า 1 ประเภทควบคู่กัน เช่น การฉายแสงร่วมกับการให้ยา รวมถึงการรักษาแบบประคับประคองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย และการให้กำลังใจจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ ชั้น 4 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง
มะเร็งต่อมลูกหมาก ถูกจัดให้เป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับต้น ๆ ในผู้ชายไทย และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยลักษณะของโรคที่ไม่มีอาการบ่งชี้ที่ชัดเจนหรือหากมีอาการก็จะมีลักษณะคล้ายกับอาการต่อมลูกหมากโต หรือต่อมลูกหมากอักเสบ ทำให้กว่าจะตรวจพบก็เป็นมากหรือลุกลามไปสู่อวัยวะอื่น ๆ
ต่อมลูกหมากสำคัญอย่างไร?
ต่อมลูกหมาก (Prostate gland) เป็นหนึ่งในต่อมไร้ท่อของเพศชาย อยู่ในส่วนลึกบริเวณโคนอวัยวะเพศบริเวณอุ้งเชิงกราน มีหน้าที่สร้างน้ำเมือกในการมีเพศสัมพันธ์ ช่วยหล่อเลี้ยงอสุจิ และช่วยปกป้องสารพันธุกรรมหรือ (DNA) ของอสุจิ โดยต่อมลูกหมากจะโตขึ้นตามวัย และโตมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ซึ่งจะพบว่าต่อมลูกหมากที่โตขึ้นนี้จะเริ่มอุดตันหลอดปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะลำบาก และการอุดตันทำให้ปัสสาวะคั้งค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะมากกว่าปกติ จะสังเกตได้ว่ามักจะเกิดในผู้ชายวัยเกิน 60 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้าปล่อยละเลยอาจโตมากจนปัสสาวะไม่ออก นับว่าเป็นอันตรายต่อผู้อาวุโสเหล่านั้นได้
แล้วมะเร็งต่อมลูกหมากเกิดขึ้นได้อย่างไร?
การเกิดมะเร็งของต่อมลูกหมากนั้นเกิดจากเซลล์ของตัวต่อมลูกหมากนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่ผิดปกติ คือมีการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์เหล่านี้อย่างรวดเร็ว และมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดการอุดตันของหลอดปัสสาวะ หรือมีการทำลายเซลล์ปกติของต่อมลูกหมากอย่างมากมาย ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้นเซลล์ที่โตและเบ่งตัวอย่างรวดเร็วนี้จะแทรกหรือเคลื่อนย้ายไปสู่อวัยวะอื่นๆ ข้างเคียงหรือแม้กระทั่งอวัยวะสำคัญๆ ของร่างกาย เช่น ไต ตับ ปอด หรือกระดูก ทำให้อวัยวะเหล่านั้นเสียหาย และถูกทำลายไปในที่สุด ซึ่งเมื่อถึงระยะนั้นแล้วผู้ป่วยก็จะถึงแก่ชีวิตได้
สัญญาณเตือนมะเร็งต่อมลูกหมาก
คุณผู้ชายลองสำรวจตัวเองดูว่าคุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่? หากพบอาการน่าสงสัยควรไปพบแพทย์
- เวลาเริ่มปัสสาวะจะรู้สึกลำบาก
- ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือปัสสาวะราดเท้า
- ปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน
- รู้สึกปวดเมื่อปัสสาวะ หรือหลั่งน้ำอสุจิ
- มีเลือดปนในปัสสาวะ หรืออสุจิ
รู้ให้ชัด...ด้วยการตรวจ
การตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากสามารถทำได้หลายวิธี การต้องอาศัยการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
- การคลำต่อมลูกหมาก แพทย์จะใช้นิ้วสอดเข้าไปทางรูทวารหนักเพื่อตรวจหาก้อนมะเร็ง โดยการคลำเพื่อตรวจสอบขนาดรูปร่าง และความยืดหยุ่นของต่อมลูกหมาก
- การตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostatic Specific Antigen) คือสารคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากในเลือด ซึ่งสารชนิดนี้จะถูกผลิตขึ้นมามากกว่าปกติในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
- การตรวจ MRI/Ultrasound Fusion Biopsy เทคโนโลยีภาพเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กสามมิติแบบ Real time ที่ใช้ในการบ่งชี้ความผิดปกติของต่อมลูกหมากและแนวโน้มจะเป็นมะเร็ง ทำให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดและตำแหน่งก้อนในต่อมลูกหมากชัดเจน สามารถกำหนดบริเวณที่จะตัดชิ้นเนื้อได้แม่นยำ
ใครบ้างที่ควรตรวจ
- ผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
- ชอบทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์
ระยะของมะเร็งต่อมลูกหมาก
การแบ่งระยะของโรค แพทย์จะพิจารณาดูจากขนาดของก้อนเนื้อและการกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ประกอบกับค่า PSA และผลการตรวจเซลล์มะเร็ง
- ระยะเริ่มต้น มะเร็งยังอยู่เฉพาะในต่อมลูกหมาก ค่า PSA น้อยกว่า 10 ในระยะนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้
- ระยะไม่ลุกลามหรือแพร่กระจาย มะเร็งยังอยู่เฉพาะในต่อมลูกหมาก ค่า PSA มากกว่า 10 ในระยะนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้
- ระยะลุกลามอวัยวะข้างเคียง เซลล์มะเร็งเริ่มมีการกระจายออกนอกต่อมลูกหมากไปยังอวัยวะข้างเคียง
- ระยะแพร่กระจาย เซลล์มะเร็งกระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง หรือกระจายไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลออกไป
วิธีการรักษา
การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้ป่วยจะต้องพิจารณาข้อดีข้อเสียและตัดสินใจร่วมกัน แพทย์จะแนะนำวิธีการรักษาต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ดังนี้
การผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
การรักษามะเร็งของต่อมลูกหมากนั้น จำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดเป็นหลัก โดยเฉพาะตัดแหล่งกำเนิดของมะเร็ง และแหล่งกำเนิดของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง วิธีการผ่าตัดรักษาที่เป็นมาตรฐานคือการผ่าเปิดช่องท้องเพื่อผ่าตัดเอาต่อมลูกหมาก รวมทั้งท่อน้ำเชื้อและถุงพักน้ำเชื้อออกทั้งหมด แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือความเจ็บปวดของแผลผ่าตัด และใช้ระยะเวลาพักฟื้นหลังผ่าตัดค่อนข้างนาน
ข้อดี
- ผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองออกง่ายกว่า
ข้อเสีย
- แผลยาวกว่า
- เจ็บแผลมากกว่า
- เสียเลือดเยอะกว่าวิธีอื่น
- นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนาน
ผ่าตัดส่องกล้องทางหน้าท้อง หรือใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
การผ่าตัดโดยใช้วิธีส่องกล้อง (laparoscopic radical prostatectomy) เป็นการผ่าตัดที่พัฒนามาจากการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบเดิม ด้วยวิธีนี้แพทย์จะสอดกล้องที่เรียกว่า laparoscope และเครื่องมือต่างๆ ผ่านแผลผ่าตัดขนาดเล็ก แล้วทำการผ่าตัดผ่านจอมอนิเตอร์ ผลคือผู้ป่วยเจ็บตัวน้อยลง ฟื้นตัวเร็วขึ้น เกิดผลข้างเคียงน้อยกว่า และผลการรักษาดีกว่าการผ่าตัดใหญ่แบบเปิดหน้าท้อง
การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจะมีเทคโนโลยีที่ทำให้เห็นภาพ 3 มิติระหว่างผ่าตัด ช่วยเพิ่มความแม่นยำและสามารถเก็บเส้นประสาทที่ช่วยเรื่องการแข็งตัวขององคชาตหลังผ่าตัดได้ดี แต่มีค่าใช้จ่ายสูง มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญน้อย และต้องใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ข้อดี
- เครื่องมือและกล้องช่วยให้ผ่าตัดได้ดีกว่าในที่แคบและลึก โดยเฉพาะอุ้งเชิงกรานทำให้ปวดแผลน้อยกว่า แผลมีขนาดเล็ก เสียเลือดน้อย และรักษาตัวได้เร็วกว่า
ข้อเสีย
- ต้องใช้ความชำนาญในการผ่าตัด และต้องใช้อุปกรณ์ผ่าตัดในการส่องกล้องทำให้การรักษามีค่าใช้สูง
รังสีบำบัด
ซึ่งมีทั้งการฝังแร่ต่อมลูกหมากและการฉายรังสี ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดความเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงปานกลาง หรือความเสี่ยงสูง ในระยะเริ่มต้นการใช้รังสีรักษาจะให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าการผ่าตัดในแง่ของการควบคุมเซลล์มะเร็ง
ข้อดี
- ไม่มีแผล
- ไม่เสียเลือด
- ไม่ต้องใช้ยาดมสลบ
- ช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัด
- ลดโอกาสอวัยวะเพศไม่แข็งตัว
ข้อเสีย
- การรักษาไม่ได้ผลเนื้อต่อมลูกหมากทั้งหมด หรือได้ต่อมน้ำเหลืองออกมาตรวจ
- อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะอื่นได้ ทำให้ต้องใช้ยาฮอร์โมนร่วมด้วย
ฮอร์โมนบำบัด
การฉีดยาฮอร์โมน ช่วยขัดขวางฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองไม่ให้กระตุ้นอัณฑะและลดฮอร์โมนเพศชาย เป็นการรักษาเพิ่มเติมหลังการผ่าตัด หรือในกรณีที่มะเร็งอยู่ในระยะแพร่กระจาย โดยแพทย์จะทำการลดหรือกำจัดฮอร์โมนเพศชายด้วยการใช้ยาต้านฮอร์โมน หรือผ่าตัดเอาอัณฑะออก
ข้อดี
- มีความสะดวก โดยผู้ป่วยต้องมาฉีดทุก 3 เดือน
- ไม่มีแผลผ่าตัด
ข้อเสีย
- ยามีราคาแพง
- ผู้ป่วยอาจได้รับผลข้างเคียงคล้ายอาการวัยทอง เช่น ซึมเศร้า น้ำหนักเพิ่ม กระดูกพรุน รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้น
การผ่าตัดอัณฑะ
ช่วยลดฮอร์โมนเพศชายที่ไปเลี้ยงเซลล์มะเร็ง การผ่าตัดลูกอัณฑะออกจึงเป็นการลดฮอร์โมนเพศชายออกแบบถาวร ทำให้ไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
ข้อดี
- เป็นการผ่าตัดเล็ก มีความเสี่ยงน้อย
- ไม่ต้องรับประทานยาต่อเนื่อง
- เสียค่าใช้จ่ายน้อย
ข้อเสีย
- ผู้ป่วยอาจได้รับผลกระทบทางจิตใจ รู้สึกขาดความมั่นใจ
การดูแลรักษาตัว
- เฝ้าระวังติดตามอาการ ผู้ป่วยควรติดตามอาการตามคำแนะนำของแพทย์เป็นระยะ เพื่อตรวจร่างกายและติดตามอาการของโรคอย่างต่อเนื่อง
- การรักษาในระยะแพร่กระจาย อาจมีวิธีการรักษามากกว่า 1 ประเภท เช่น ควรฉายแสงร่วมกับการให้ยาในผู้ป่วย
- วางแผนชีวิตเพื่ออยู่อย่างสงบ เมื่อการรักษาไม่หายขาดสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาแบบประคับประคอง เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้
- ความเข้มแข็งของครอบครัวจะทำให้ผู้ป่วยอุ่นใจ เมื่อทราบว่าตนเองเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ญาติพี่น้องหรือคนใกล้ชิดควรให้กำลังใจ ประกอบกับการได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นได้
พบเร็ว รักษาได้
สิ่งสำคัญของมะเร็งต่อมลูกหมาก คือการได้รับการตรวจและรักษาตั้งแต่ระยะแรกๆ ในระยะเริ่มต้นของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ก้อนมะเร็งจะมีขนาดเล็กและอยู่เฉพาะในต่อมลูกหมาก ยังไม่ลุกลามกระจายตัวไปสู่อวัยวะอื่นของโรค หากตรวจพบได้เร็วและแพทย์วินิจฉัยได้ถูกต้องแม่นยำ จะสามารถรักษาให้หายขาดได้
อย่าปล่อยให้โรคร้าย มาทำลายชีวิตที่มีความสุข เมื่อเข้าสู่วัยทองควรสังเกตต่อมลูกหมากของตนเอง หากไม่แน่ใจหรือสงสัยในความผิดปกติ ควรพบแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะเพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดทันที
10 คำถาม-คำตอบที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมาก
1. ต่อมลูกหมากมีหน้าที่อะไรและสำคัญอย่างไร?
ต่อมลูกหมากเป็นต่อมไร้ท่อในผู้ชาย อยู่บริเวณโคนอวัยวะเพศในอุ้งเชิงกราน มีหน้าที่สร้างน้ำเมือกช่วยหล่อเลี้ยงอสุจิและปกป้องสารพันธุกรรม (DNA) ของอสุจิ
2. มะเร็งต่อมลูกหมากเกิดจากอะไร?
เกิดจากเซลล์ต่อมลูกหมากเปลี่ยนแปลงผิดปกติ มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำลายเซลล์ปกติ หรืออาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะสำคัญอื่นๆ เช่น ไต ตับ ปอด หรือกระดูก
3. ทำไมมะเร็งต่อมลูกหมากถึงตรวจพบได้ยากในระยะแรก?
เนื่องจากโรคนี้มักไม่มีอาการบ่งชี้ที่ชัดเจน หรือหากมีอาการก็จะมีลักษณะคล้ายกับโรคต่อมลูกหมากโตหรือต่อมลูกหมากอักเสบ ทำให้ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์เมื่อโรคลุกลามแล้ว
4. สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรไปพบแพทย์มีอะไรบ้าง?
- เริ่มปัสสาวะลำบาก
- ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือปัสสาวะราดเท้า
- ปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน
- รู้สึกปวดเมื่อปัสสาวะ หรือปวดตอนหลั่งน้ำอสุจิ
- มีเลือดปนในปัสสาวะหรืออสุจิ
5. ใครบ้างที่จัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรเข้ารับการตรวจ?
- ผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
- ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์
6. ค่า PSA คืออะไร และสำคัญอย่างไรในการวินิจฉัย?
PSA (Prostatic Specific Antigen) คือสารคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากในเลือด โดยปกติในผู้ที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีการผลิตสารชนิดนี้ออกมามากกว่าปกติ แพทย์จึงใช้ค่านี้นำมาพิจารณาร่วมกับผลตรวจอื่นๆ เพื่อแบ่งระยะของโรค
7. การตรวจแบบ MRI/Ultrasound Fusion Biopsy ดีกว่าวิธีปกติอย่างไร?
เป็นเทคโนโลยีภาพเอกซเรย์คลื่นเหล็กสามมิติแบบ Real time ที่ช่วยให้เห็นรายละเอียดและตำแหน่งก้อนในต่อมลูกหมากชัดเจน ทำให้แพทย์สามารถกำหนดจุดตัดชิ้นเนื้อได้อย่างแม่นยำ
8. การรักษาด้วย "หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด" มีข้อดีอย่างไร?
ช่วยให้แพทย์เห็นภาพ 3 มิติ เพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัดในที่แคบและลึก ช่วยเก็บเส้นประสาทที่ควบคุมการแข็งตัวขององคชาตได้ดี ผู้ป่วยจะเสียเลือดน้อย เจ็บแผลน้อย และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
9. มะเร็งต่อมลูกหมากรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นที่มะเร็งยังอยู่เฉพาะในต่อมลูกหมาก และมีค่า PSA น้อยกว่า 10 หรือแม้จะมากกว่า 10 แต่ยังไม่ลุกลาม ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้
10. หากมะเร็งเข้าสู่ระยะแพร่กระจายแล้วจะมีแนวทางการดูแลอย่างไร?
แพทย์อาจใช้วิธีการรักษามากกว่า 1 ประเภทควบคู่กัน เช่น การฉายแสงร่วมกับการให้ยา รวมถึงการรักษาแบบประคับประคองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย และการให้กำลังใจจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ ชั้น 4 โซน A
บทความที่เกี่ยวข้อง


