ปัสสาวะไม่ออก (ฉี่ไม่ออก) เช็คด่วน! สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา

ปกติคนเราถ่ายปัสสาวะวันละประมาณ 3-4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 300-500 มิลลิลิตร  แต่ในช่วงกลางคืนหลังจากนอนหลับไปแล้วมักไม่ลุกขึ้นมาถ่าย การถ่ายปัสสาวะต้องอาศัยกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ ซึ่งมีระบบประสาทมาควบคุมการทำงานให้ปกติ โดยกระเพาะปัสสาวะจะบีบตัวไล่น้ำปัสสาวะออกทางท่อปัสสาวะเมื่อมีความรู้สึกปวด

ปัสสาวะไม่ออก สาเหตุเกิดจากอะไร?

การที่ปัสสาวะไม่ออกมีสาเหตุใหญ่ ๆ คือ กระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว มีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะ

1. กระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว

อาจเกิดจากระบบประสาทที่มาเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะไม่สามารถทำหน้าที่ได้ โดยอาจมีความผิดปกติตั้งแต่สมอง ไขสันหลัง และปลายประสาทที่มาเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ ซึ่งอาจเกิดจากอุบัติเหตุ การผ่าตัดจากโรคของระบบประสาท ที่พบมากคือ กระดูกสันหลังได้รับบาดเจ็บ เช่น หักทำให้ประสาทไขสันหลังเสียหน้าที่ไป หรือจากโรคเบาหวานที่ทำให้ปลายประสาทเสียหน้าที่ และที่กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะไม่สามารถบีบตัวได้ อาจเกิดจากกระเพาะปัสสาวะถูกยืดจากน้ำปัสสาวะเต็มเกินความจุของกระเพาะเอง เนื่องจากมีการอุดกั้นทางออกของกระเพาะปัสสาวะ เช่น ต่อมลูกหมากโต หรือจากการที่มีโรคของกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำให้บีบตัวไม่ได้

2. มีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะ

ส่วนใหญ่ที่ปัสสาวะไม่ออกมักมีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะ เกิดได้หลายสาเหตุ อาทิ

  • โรคต่อมลูกหมากโต เป็นเนื้องอกธรรมดาที่พบในชายสูงอายุ มักพบมากในช่วงอายุ 60-80 ปี เช่นเดียวกันกับมะเร็งต่อมลูกหมาก เมื่ออายุมากขึ้นต่อมลูกหมากจะค่อย ๆ โตขึ้น และชายสูงอายุ 2 ใน 5 คนจะมีอาการถ่ายปัสสาวะผิดปกติคือ มีประวัติปัสสาวะบ่อย ต้องเบ่ง ปัสสาวะรอนานกว่าจะออก ปัสสาวะลำบากและไม่หมด กลุ่มนี้อาจได้รับการรักษามาก่อนหรือไม่ก็ได้ อาการจะเป็นมากจนกระทั่งปัสสาวะไม่ออกเมื่อไปกลั้นปัสสาวะ กินยาแก้หวัดลดน้ำมูก ยาแก้ท้องเสีย หรือมักเกิดในช่วงฤดูฝน ฤดูหนาว หรือมีประวัติดื่มสุรา หรือไวน์
  • คอกระเพาะปัสสาวะตีบแคบ พบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงในวัยกลางคนขึ้นไป ส่วนใหญ่อายุมากกว่า 40 ปี  
  • ภาวะท่อปัสสาวะตีบ ผู้ป่วยมักมีประวัติอุบัติเหตุบาดเจ็บของท่อปัสสาวะมาก่อน เช่น กระดูกเชิงกรานหัก หรือหกล้มคร่อมตอแล้วทำให้มีท่อปัสสาวะฉีกขาด ในผู้ป่วยหญิงมักพบว่ามีการตีบตันของท่อปัสสาวะส่วนปลายเนื่องจากขาดฮอร์โมนเพศหญิง
  • ภาวะหูรูดของท่อปัสสาวะบีบรัดตัวผิดปกติ พบได้ในผู้ที่มีประวัติการผ่าตัดทางทวารหนัก เช่น ริดสีดวงทวาร หรือฝีคัณฑสูตร หรือมีประวัติประสาทไขสันหลังได้รับบาดเจ็บหรือมีการอักเสบ

นอกจากนี้ยังพบว่าเกิดจากนิ่วหรือก้อนเลือดไปอุดตันท่อปัสสาวะ และในรายที่ท้องผูกมาก อุจจาระจะไปอัดที่ทวารหนักแล้วไปกดท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไม่ออก รวมทั้งภาวะต่อมลูกหมากอักเสบเฉียบพลันก็ทำให้ปัสสาวะไม่ออกได้เช่นกัน ผู้ป่วยที่ปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลันจะมีอาการปวดปัสสาวะอย่างมาก ทุรนทุราย และพบว่ามีก้อนเหนือหัวเหน่า นั่นหมายถึง กระเพาะปัสสาวะที่มีน้ำปัสสาวะอยู่เต็ม

ส่วนในรายที่ปัสสาวะไม่ออกเนื่องจากระบบประสาทที่ควบคุมเสียหายจนไม่มีอาการปวดปัสสาวะ แต่เมื่อคลำพบก้อนที่ท้องน้อย กลุ่มนี้อาจมีอาการของไตวายและยังตรวจพบการเกิดโรคของระบบประสาทเสียร่วมด้วย

 

 

ผลแทรกซ้อนหากปล่อยให้ปัสสาวะไม่ออก

  • อาการปวด เป็นอาการที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์ ผู้ป่วยมีอาการปวดทุรนทุราย และมีก้อนที่หน้าท้อง
  • มีการติดเชื้อ เพราะมีน้ำปัสสาวะค้างอยู่ ทำให้มีการติดเชื้อง่าย บางคนมีไข้สูง หนาวสั่น น้ำปัสสาวะขุ่นบางรายเป็นหนอง
  • ทำให้เกิดนิ่วได้ การที่มีปัสสาวะคั่งอยู่ในกระเพาะปัสสาวะทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้
  • ไตวาย เนื่องจากมีน้ำเต็มกระเพาะปัสสาวะ น้ำปัสสาวะจากท่อไตก็ไหลลงมาไม่ไต้ ทำให้การกรองของเสียจากไตเสียไป มีของเสียในร่างกายท่วมท้น ผู้ป่วยอาจมีอาการซีดโลหิตจาง เหนื่อย ภาวะเลือดเป็นกรด สารโพแทสเซียมในเลือดสูง เกร็ดเลือดทำหน้าที่เสียไปทำให้เลือดออกง่าย
  • เป็นๆ หายๆ ในผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่เป็นผู้หญิง และมีประวัติเป็นมะเร็งในช่องเชิงกราน โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูกได้รับการฉายแสงและฝังแร่ พวกนี้มักมีประวัติปัสสาวะเป็นเลือดเป็น ๆ หาย ๆ ในรายที่รุนแรงก็มีเลือดออกมากพร้อมกับมีก้อนเลือดออกมา ทำให้อุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะไม่ออก พวกนี้มีอาการซีดอ่อนเพลีย และบางรายมีไตวายร่วมด้วย

วิธีการรักษาเมื่อมีอาการปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน

การรักษาที่สำคัญในระยะแรกต้องทำให้น้ำปัสสาวะออกก่อน มีหลายวิธี ได้แก่

  • ใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อให้น้ำปัสสาวะออก แล้วคาสายสวนไว้ก่อน
  • ในรายที่มีเลือดออกและมีก้อนเลือด ต้องสวนล้างเอาก้อนเลือดออกให้หมดหากยังมีเลือดไหลอยู่ให้ใช้ไฟฟ้าจี้ห้ามเลือด หรือคาสายสวนปัสสาวะ แล้วสวนล้างด้วยน้ำเกลือ
  • ในรายที่ใส่สายสวนไม่ได้ เนื่องจากท่อปัสสาวะตีบ หรือต่อมลูกหมากโตมาก หรือมีนิ่วมาอุดก็ต้องใช้เครื่องมือขยายท่อปัสสาวะ และใส่สายสวนปัสสาวะ หากเป็นนิ่วก็ใช้เครื่องมือดันนิ่วเข้ากระเพาะปัสสาวะ แล้วก็คาสายสวนปัสสาวะ
  • ในรายที่ไม่สามารถใส่สายสวนปัสสาวะ หรือขยายท่อปัสสาวะได้ ก็ต้องระบายน้ำปัสสาวะออกทางหน้าท้อง โดยการผ่าตัด หรือเจาะรูใส่สายสวนปัสสาวะทางหน้าท้องเหนือหัวหน่าว

หลังจากระบายน้ำปัสสาวะได้แล้วแพทย์จะหาสาเหตุการอุดกั้นและให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไปเพื่อสุขภาพดีของท่าน

ขอบคุณข้อมูลจาก ศ.คลินิก นพ.ไชยยงค์ นวลยง


ถาม-ตอบ ข้อสงสัยเรื่องอาการปัสสาวะไม่ออก

1. อาการปัสสาวะไม่ออก เกิดจากสาเหตุหลักอะไรบ้าง?

ตอบ: เกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือ กระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว (เช่น ระบบประสาทผิดปกติ) และมีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะ (เช่น ต่อมลูกหมากโต หรือท่อปัสสาวะตีบ)

2. โรคเบาหวานเกี่ยวข้องกับอาการปัสสาวะไม่ออกอย่างไร?

ตอบ: โรคเบาหวานที่สะสมมานานอาจทำให้ปลายประสาทที่มาเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะเสียหน้าที่ ส่งผลให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะไม่สามารถบีบตัวเพื่อขับน้ำปัสสาวะออกมาได้ตามปกติ

3. ในผู้ชายสูงอายุ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการปัสสาวะไม่ออกคืออะไร?

ตอบ: มักเกิดจากโรคต่อมลูกหมากโต หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งพบมากในชายอายุ 60-80 ปี โดยก้อนต่อมลูกหมากที่โตขึ้นจะไปกดทับและอุดกั้นท่อปัสสาวะ

4. พฤติกรรมหรือปัจจัยใดบ้างที่กระตุ้นให้ผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตเกิดภาวะปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน?

ตอบ: การกลั้นปัสสาวะ การรับประทานยาแก้หวัดลดน้ำมูก ยาแก้ท้องเสีย สภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว รวมไปถึงการดื่มสุราหรือไวน์

5. อาการท้องผูกรุนแรง ทำให้ปัสสาวะไม่ออกได้หรือไม่?

ตอบ: ได้ เพราะเมื่อมีอุจจาระปริมาณมากอัดแน่นอยู่ที่ทวารหนัก อุจจาระเหล่านั้นสามารถไปเบียดหรือกดทับท่อปัสสาวะ ทำให้ทางเดินปัสสาวะตีบและปัสสาวะไม่ออกได้

6. ผู้ป่วยที่ปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน จะมีอาการแสดงที่สังเกตได้อย่างไร?

ตอบ: ผู้ป่วยจะมีอาการปวดปัสสาวะอย่างรุนแรง ทุรนทุราย และเมื่อคลำบริเวณหน้าท้อง (เหนือหัวหน่าว) จะพบเป็นก้อนแข็ง ซึ่งก็คือกระเพาะปัสสาวะที่โป่งตึงไปด้วยน้ำปัสสาวะ

7. หากสาเหตุปัสสาวะไม่ออกเกิดจาก "ระบบประสาทเสียหาย" ผู้ป่วยจะมีอาการปวดร่วมด้วยหรือไม่?

ตอบ: มักจะไม่มีอาการปวด เนื่องจากระบบประสาทที่คอยรับความรู้สึกเสียหายไปแล้ว แต่ผู้ป่วยจะยังคงคลำพบก้อนที่ท้องน้อย และมักตรวจพบร่วมกับภาวะไตวาย

8. หากปล่อยให้ปัสสาวะไม่ออกและคั่งค้างไว้ จะเกิดผลแทรกซ้อนอะไรตามมา?

ตอบ: อาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และหากรุนแรงมาก น้ำปัสสาวะที่ท้นท้นจะส่งผลให้การกรองของเสียเสียไปจนเกิดภาวะไตวายได้

9. ภาวะไตวายจากอาการปัสสาวะไม่ออก มีอาการเตือนอย่างไรบ้าง?

ตอบ: ผู้ป่วยอาจมีอาการซีด โลหิตจาง เหนื่อยง่าย มีภาวะเลือดเป็นกรด สารโพแทสเซียมในเลือดสูง และเกล็ดเลือดทำงานผิดปกติซึ่งทำให้เลือดออกง่าย

10. การรักษาเบื้องต้นที่เร่งด่วนที่สุดเมื่อปัสสาวะไม่ออกคืออะไร?

ตอบ: ต้องรีบนำน้ำปัสสาวะออกจากร่างกายโดยด่วนที่สุด แพทย์จะทำการใส่สายสวนปัสสาวะ แต่หากท่อปัสสาวะตีบมากจนใส่ไม่ได้ อาจต้องใช้เครื่องมือขยายท่อปัสสาวะ หรือใช้วิธีเจาะระบายน้ำปัสสาวะออกทางหน้าท้องเหนือหัวหน่าวแทน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรม ชั้น 2 โซน E

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ปกติคนเราถ่ายปัสสาวะวันละประมาณ 3-4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 300-500 มิลลิลิตร  แต่ในช่วงกลางคืนหลังจากนอนหลับไปแล้วมักไม่ลุกขึ้นมาถ่าย การถ่ายปัสสาวะต้องอาศัยกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ ซึ่งมีระบบประสาทมาควบคุมการทำงานให้ปกติ โดยกระเพาะปัสสาวะจะบีบตัวไล่น้ำปัสสาวะออกทางท่อปัสสาวะเมื่อมีความรู้สึกปวด

ปัสสาวะไม่ออก สาเหตุเกิดจากอะไร?

การที่ปัสสาวะไม่ออกมีสาเหตุใหญ่ ๆ คือ กระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว มีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะ

1. กระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว

อาจเกิดจากระบบประสาทที่มาเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะไม่สามารถทำหน้าที่ได้ โดยอาจมีความผิดปกติตั้งแต่สมอง ไขสันหลัง และปลายประสาทที่มาเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ ซึ่งอาจเกิดจากอุบัติเหตุ การผ่าตัดจากโรคของระบบประสาท ที่พบมากคือ กระดูกสันหลังได้รับบาดเจ็บ เช่น หักทำให้ประสาทไขสันหลังเสียหน้าที่ไป หรือจากโรคเบาหวานที่ทำให้ปลายประสาทเสียหน้าที่ และที่กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะไม่สามารถบีบตัวได้ อาจเกิดจากกระเพาะปัสสาวะถูกยืดจากน้ำปัสสาวะเต็มเกินความจุของกระเพาะเอง เนื่องจากมีการอุดกั้นทางออกของกระเพาะปัสสาวะ เช่น ต่อมลูกหมากโต หรือจากการที่มีโรคของกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำให้บีบตัวไม่ได้

2. มีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะ

ส่วนใหญ่ที่ปัสสาวะไม่ออกมักมีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะ เกิดได้หลายสาเหตุ อาทิ

  • โรคต่อมลูกหมากโต เป็นเนื้องอกธรรมดาที่พบในชายสูงอายุ มักพบมากในช่วงอายุ 60-80 ปี เช่นเดียวกันกับมะเร็งต่อมลูกหมาก เมื่ออายุมากขึ้นต่อมลูกหมากจะค่อย ๆ โตขึ้น และชายสูงอายุ 2 ใน 5 คนจะมีอาการถ่ายปัสสาวะผิดปกติคือ มีประวัติปัสสาวะบ่อย ต้องเบ่ง ปัสสาวะรอนานกว่าจะออก ปัสสาวะลำบากและไม่หมด กลุ่มนี้อาจได้รับการรักษามาก่อนหรือไม่ก็ได้ อาการจะเป็นมากจนกระทั่งปัสสาวะไม่ออกเมื่อไปกลั้นปัสสาวะ กินยาแก้หวัดลดน้ำมูก ยาแก้ท้องเสีย หรือมักเกิดในช่วงฤดูฝน ฤดูหนาว หรือมีประวัติดื่มสุรา หรือไวน์
  • คอกระเพาะปัสสาวะตีบแคบ พบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงในวัยกลางคนขึ้นไป ส่วนใหญ่อายุมากกว่า 40 ปี  
  • ภาวะท่อปัสสาวะตีบ ผู้ป่วยมักมีประวัติอุบัติเหตุบาดเจ็บของท่อปัสสาวะมาก่อน เช่น กระดูกเชิงกรานหัก หรือหกล้มคร่อมตอแล้วทำให้มีท่อปัสสาวะฉีกขาด ในผู้ป่วยหญิงมักพบว่ามีการตีบตันของท่อปัสสาวะส่วนปลายเนื่องจากขาดฮอร์โมนเพศหญิง
  • ภาวะหูรูดของท่อปัสสาวะบีบรัดตัวผิดปกติ พบได้ในผู้ที่มีประวัติการผ่าตัดทางทวารหนัก เช่น ริดสีดวงทวาร หรือฝีคัณฑสูตร หรือมีประวัติประสาทไขสันหลังได้รับบาดเจ็บหรือมีการอักเสบ

นอกจากนี้ยังพบว่าเกิดจากนิ่วหรือก้อนเลือดไปอุดตันท่อปัสสาวะ และในรายที่ท้องผูกมาก อุจจาระจะไปอัดที่ทวารหนักแล้วไปกดท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไม่ออก รวมทั้งภาวะต่อมลูกหมากอักเสบเฉียบพลันก็ทำให้ปัสสาวะไม่ออกได้เช่นกัน ผู้ป่วยที่ปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลันจะมีอาการปวดปัสสาวะอย่างมาก ทุรนทุราย และพบว่ามีก้อนเหนือหัวเหน่า นั่นหมายถึง กระเพาะปัสสาวะที่มีน้ำปัสสาวะอยู่เต็ม

ส่วนในรายที่ปัสสาวะไม่ออกเนื่องจากระบบประสาทที่ควบคุมเสียหายจนไม่มีอาการปวดปัสสาวะ แต่เมื่อคลำพบก้อนที่ท้องน้อย กลุ่มนี้อาจมีอาการของไตวายและยังตรวจพบการเกิดโรคของระบบประสาทเสียร่วมด้วย

 

 

ผลแทรกซ้อนหากปล่อยให้ปัสสาวะไม่ออก

  • อาการปวด เป็นอาการที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์ ผู้ป่วยมีอาการปวดทุรนทุราย และมีก้อนที่หน้าท้อง
  • มีการติดเชื้อ เพราะมีน้ำปัสสาวะค้างอยู่ ทำให้มีการติดเชื้อง่าย บางคนมีไข้สูง หนาวสั่น น้ำปัสสาวะขุ่นบางรายเป็นหนอง
  • ทำให้เกิดนิ่วได้ การที่มีปัสสาวะคั่งอยู่ในกระเพาะปัสสาวะทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้
  • ไตวาย เนื่องจากมีน้ำเต็มกระเพาะปัสสาวะ น้ำปัสสาวะจากท่อไตก็ไหลลงมาไม่ไต้ ทำให้การกรองของเสียจากไตเสียไป มีของเสียในร่างกายท่วมท้น ผู้ป่วยอาจมีอาการซีดโลหิตจาง เหนื่อย ภาวะเลือดเป็นกรด สารโพแทสเซียมในเลือดสูง เกร็ดเลือดทำหน้าที่เสียไปทำให้เลือดออกง่าย
  • เป็นๆ หายๆ ในผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่เป็นผู้หญิง และมีประวัติเป็นมะเร็งในช่องเชิงกราน โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูกได้รับการฉายแสงและฝังแร่ พวกนี้มักมีประวัติปัสสาวะเป็นเลือดเป็น ๆ หาย ๆ ในรายที่รุนแรงก็มีเลือดออกมากพร้อมกับมีก้อนเลือดออกมา ทำให้อุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะไม่ออก พวกนี้มีอาการซีดอ่อนเพลีย และบางรายมีไตวายร่วมด้วย

วิธีการรักษาเมื่อมีอาการปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน

การรักษาที่สำคัญในระยะแรกต้องทำให้น้ำปัสสาวะออกก่อน มีหลายวิธี ได้แก่

  • ใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อให้น้ำปัสสาวะออก แล้วคาสายสวนไว้ก่อน
  • ในรายที่มีเลือดออกและมีก้อนเลือด ต้องสวนล้างเอาก้อนเลือดออกให้หมดหากยังมีเลือดไหลอยู่ให้ใช้ไฟฟ้าจี้ห้ามเลือด หรือคาสายสวนปัสสาวะ แล้วสวนล้างด้วยน้ำเกลือ
  • ในรายที่ใส่สายสวนไม่ได้ เนื่องจากท่อปัสสาวะตีบ หรือต่อมลูกหมากโตมาก หรือมีนิ่วมาอุดก็ต้องใช้เครื่องมือขยายท่อปัสสาวะ และใส่สายสวนปัสสาวะ หากเป็นนิ่วก็ใช้เครื่องมือดันนิ่วเข้ากระเพาะปัสสาวะ แล้วก็คาสายสวนปัสสาวะ
  • ในรายที่ไม่สามารถใส่สายสวนปัสสาวะ หรือขยายท่อปัสสาวะได้ ก็ต้องระบายน้ำปัสสาวะออกทางหน้าท้อง โดยการผ่าตัด หรือเจาะรูใส่สายสวนปัสสาวะทางหน้าท้องเหนือหัวหน่าว

หลังจากระบายน้ำปัสสาวะได้แล้วแพทย์จะหาสาเหตุการอุดกั้นและให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไปเพื่อสุขภาพดีของท่าน

ขอบคุณข้อมูลจาก ศ.คลินิก นพ.ไชยยงค์ นวลยง


ถาม-ตอบ ข้อสงสัยเรื่องอาการปัสสาวะไม่ออก

1. อาการปัสสาวะไม่ออก เกิดจากสาเหตุหลักอะไรบ้าง?

ตอบ: เกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือ กระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว (เช่น ระบบประสาทผิดปกติ) และมีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะ (เช่น ต่อมลูกหมากโต หรือท่อปัสสาวะตีบ)

2. โรคเบาหวานเกี่ยวข้องกับอาการปัสสาวะไม่ออกอย่างไร?

ตอบ: โรคเบาหวานที่สะสมมานานอาจทำให้ปลายประสาทที่มาเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะเสียหน้าที่ ส่งผลให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะไม่สามารถบีบตัวเพื่อขับน้ำปัสสาวะออกมาได้ตามปกติ

3. ในผู้ชายสูงอายุ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการปัสสาวะไม่ออกคืออะไร?

ตอบ: มักเกิดจากโรคต่อมลูกหมากโต หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งพบมากในชายอายุ 60-80 ปี โดยก้อนต่อมลูกหมากที่โตขึ้นจะไปกดทับและอุดกั้นท่อปัสสาวะ

4. พฤติกรรมหรือปัจจัยใดบ้างที่กระตุ้นให้ผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตเกิดภาวะปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน?

ตอบ: การกลั้นปัสสาวะ การรับประทานยาแก้หวัดลดน้ำมูก ยาแก้ท้องเสีย สภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว รวมไปถึงการดื่มสุราหรือไวน์

5. อาการท้องผูกรุนแรง ทำให้ปัสสาวะไม่ออกได้หรือไม่?

ตอบ: ได้ เพราะเมื่อมีอุจจาระปริมาณมากอัดแน่นอยู่ที่ทวารหนัก อุจจาระเหล่านั้นสามารถไปเบียดหรือกดทับท่อปัสสาวะ ทำให้ทางเดินปัสสาวะตีบและปัสสาวะไม่ออกได้

6. ผู้ป่วยที่ปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน จะมีอาการแสดงที่สังเกตได้อย่างไร?

ตอบ: ผู้ป่วยจะมีอาการปวดปัสสาวะอย่างรุนแรง ทุรนทุราย และเมื่อคลำบริเวณหน้าท้อง (เหนือหัวหน่าว) จะพบเป็นก้อนแข็ง ซึ่งก็คือกระเพาะปัสสาวะที่โป่งตึงไปด้วยน้ำปัสสาวะ

7. หากสาเหตุปัสสาวะไม่ออกเกิดจาก "ระบบประสาทเสียหาย" ผู้ป่วยจะมีอาการปวดร่วมด้วยหรือไม่?

ตอบ: มักจะไม่มีอาการปวด เนื่องจากระบบประสาทที่คอยรับความรู้สึกเสียหายไปแล้ว แต่ผู้ป่วยจะยังคงคลำพบก้อนที่ท้องน้อย และมักตรวจพบร่วมกับภาวะไตวาย

8. หากปล่อยให้ปัสสาวะไม่ออกและคั่งค้างไว้ จะเกิดผลแทรกซ้อนอะไรตามมา?

ตอบ: อาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และหากรุนแรงมาก น้ำปัสสาวะที่ท้นท้นจะส่งผลให้การกรองของเสียเสียไปจนเกิดภาวะไตวายได้

9. ภาวะไตวายจากอาการปัสสาวะไม่ออก มีอาการเตือนอย่างไรบ้าง?

ตอบ: ผู้ป่วยอาจมีอาการซีด โลหิตจาง เหนื่อยง่าย มีภาวะเลือดเป็นกรด สารโพแทสเซียมในเลือดสูง และเกล็ดเลือดทำงานผิดปกติซึ่งทำให้เลือดออกง่าย

10. การรักษาเบื้องต้นที่เร่งด่วนที่สุดเมื่อปัสสาวะไม่ออกคืออะไร?

ตอบ: ต้องรีบนำน้ำปัสสาวะออกจากร่างกายโดยด่วนที่สุด แพทย์จะทำการใส่สายสวนปัสสาวะ แต่หากท่อปัสสาวะตีบมากจนใส่ไม่ได้ อาจต้องใช้เครื่องมือขยายท่อปัสสาวะ หรือใช้วิธีเจาะระบายน้ำปัสสาวะออกทางหน้าท้องเหนือหัวหน่าวแทน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรม ชั้น 2 โซน E

บทความที่เกี่ยวข้อง