โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD): อาการ สาเหตุ และแนวทางการรักษาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือในอดีตมักเรียกว่า โรคถุงลมโป่งพอง เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติบริเวณหลอดลมขนาดเล็กและถุงลม ส่งผลให้เกิดการตีบของหลอดลมเรื้อรังและมักเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยส่งเสริมการเกิดโรคที่พบบ่อยที่สุด
อาการที่น่าสงสัยของ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
ผู้ป่วยมักมีอาการเหนื่อยเวลาออกแรง ไอมีเสมหะเรื้อรัง และอาจมาด้วยอาการของการกำเริบเฉียบพลันทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินหรือโรงพยาบาล
สาเหตุสำคัญและการวินิจฉัย
การวินิจฉัยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นนอกจากอาศัยอาการและอาการแสดงดังที่กล่าวแล้ว ยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ การถ่ายภาพรังสีทรวงอกเพื่อแยกโรคอื่น ๆ ที่อาจมีอาการคล้ายกัน (เช่น วัณโรคปอด หรือมะเร็งปอด เป็นต้น) และการตรวจสมรรถภาพปอด ซึ่งจะพบมีลักษณะการตีบของหลอดลมที่มักไม่ตอบสนองต่อยาสูดพ่นขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์สั้น
แนวทางการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพปอด
ดังที่ได้กล่าวแล้วว่าการตีบของหลอดลมในโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นมักเป็นเรื้อรัง และไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ การรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อลดอาการเหนื่อย ให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และป้องกันไม่ให้เกิดการกำเริบเฉียบพลันของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โดยสามารถแบ่งการรักษาที่สำคัญดังต่อไปนี้
1. การรักษาด้วยยาสูดพ่นขยายหลอดลม เป็นการรักษาหลักสำหรับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งในปัจจุบันมียาสูดพ่นขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์ยาวที่มีประสิทธิภาพดีหลายชนิด ร่วมกับยาสูดพ่นขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์เสริมเมื่อมีอาการกำเริบ ในบางกรณีแพทย์อาจให้ยาสเตียรอยด์ชนิดสูดพ่นร่วมด้วยหากมีข้อบ่งชี้
2. การเลิกบุหรี่ เป็นวิธีเดียวในปัจจุบันที่สามารถชะลอการเสื่อมของสมรรถภาพปอดได้ อย่างไรก็ตามการเลิกบุหรี่อาจทำได้ยากหากสูบในปริมาณมากต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน จึงอาจจำเป็นต้องพิจารณาใช้ยาช่วยอดบุหรี่ร่วมด้วย
3. การได้รับวัคซีนที่เหมาะสม ได้แก่ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันปอดอักเสบนิวโมคอคคัส รวมถึงวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี
4. การฟื้นฟูสมรรถภาพปอด ซึ่งจะประกอบด้วยการบริหารกล้ามเนื้อแขนและขาให้แข็งแรงและมีความทนทาน รวมถึงการฝีกการหายใจ ซึ่งจะช่วยลดอาการเหนื่อย และทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น
ข้อมูลจาก : รศ. นพ.นัฐพล ฤทธิ์ทยมัย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ระบบการหายใจ ชั้น 3 โซน C
บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือในอดีตมักเรียกว่า โรคถุงลมโป่งพอง เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติบริเวณหลอดลมขนาดเล็กและถุงลม ส่งผลให้เกิดการตีบของหลอดลมเรื้อรังและมักเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยส่งเสริมการเกิดโรคที่พบบ่อยที่สุด
อาการที่น่าสงสัยของ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
ผู้ป่วยมักมีอาการเหนื่อยเวลาออกแรง ไอมีเสมหะเรื้อรัง และอาจมาด้วยอาการของการกำเริบเฉียบพลันทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินหรือโรงพยาบาล
สาเหตุสำคัญและการวินิจฉัย
การวินิจฉัยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นนอกจากอาศัยอาการและอาการแสดงดังที่กล่าวแล้ว ยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ การถ่ายภาพรังสีทรวงอกเพื่อแยกโรคอื่น ๆ ที่อาจมีอาการคล้ายกัน (เช่น วัณโรคปอด หรือมะเร็งปอด เป็นต้น) และการตรวจสมรรถภาพปอด ซึ่งจะพบมีลักษณะการตีบของหลอดลมที่มักไม่ตอบสนองต่อยาสูดพ่นขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์สั้น
แนวทางการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพปอด
ดังที่ได้กล่าวแล้วว่าการตีบของหลอดลมในโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นมักเป็นเรื้อรัง และไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ การรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อลดอาการเหนื่อย ให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และป้องกันไม่ให้เกิดการกำเริบเฉียบพลันของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โดยสามารถแบ่งการรักษาที่สำคัญดังต่อไปนี้
1. การรักษาด้วยยาสูดพ่นขยายหลอดลม เป็นการรักษาหลักสำหรับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งในปัจจุบันมียาสูดพ่นขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์ยาวที่มีประสิทธิภาพดีหลายชนิด ร่วมกับยาสูดพ่นขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์เสริมเมื่อมีอาการกำเริบ ในบางกรณีแพทย์อาจให้ยาสเตียรอยด์ชนิดสูดพ่นร่วมด้วยหากมีข้อบ่งชี้
2. การเลิกบุหรี่ เป็นวิธีเดียวในปัจจุบันที่สามารถชะลอการเสื่อมของสมรรถภาพปอดได้ อย่างไรก็ตามการเลิกบุหรี่อาจทำได้ยากหากสูบในปริมาณมากต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน จึงอาจจำเป็นต้องพิจารณาใช้ยาช่วยอดบุหรี่ร่วมด้วย
3. การได้รับวัคซีนที่เหมาะสม ได้แก่ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันปอดอักเสบนิวโมคอคคัส รวมถึงวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี
4. การฟื้นฟูสมรรถภาพปอด ซึ่งจะประกอบด้วยการบริหารกล้ามเนื้อแขนและขาให้แข็งแรงและมีความทนทาน รวมถึงการฝีกการหายใจ ซึ่งจะช่วยลดอาการเหนื่อย และทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น
ข้อมูลจาก : รศ. นพ.นัฐพล ฤทธิ์ทยมัย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ระบบการหายใจ ชั้น 3 โซน C
บทความที่เกี่ยวข้อง


