กรดไหลย้อน ป้องกันได้ ก่อนกลายเป็นโรคเรื้อรัง (GERD)

#ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ #โรงพยาบาลศิริราช  ปิยมหาราชการุณย์  #กรดไหลย้อน อาการ #กรดไหลย้อน เกิดจาก #กรดไหลย้อน รักษา #กรดไหลย้อนห้ามกินอะไร #กรดไหลย้อน อาหาร #กรดไหลย้อน อาการ วิธีรักษา #กรดไหลย้อน #กรดไหลย้อน ยา #กรดไหลย้อน กินอะไรดี

โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease : GERD) เกิดจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปยังหลอดอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกรดในกระเพาะอาหาร หรือส่วนน้อยเกิดจากด่างในลำไส้เล็ก โดยอาจมีหรือไม่มีอาการของหลอดอาหารอักเสบก็ได้ ซึ่งโรคนี้ไม่ใช่โรคแปลกใหม่สำหรับคนไทย แต่เป็นโรคที่พบมานานแล้ว และมีอัตราการพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ 

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน

   1. หลอดอาหารส่วนปลายคลายตัวโดยที่ยังไม่มีการกลืนอาหาร

   2. ความดันจากหูรูดของหลอดอาหารส่วนปลายลดลงต่ำกว่าปกติ หรือเกิดการเลื่อนของกระเพาะอาหารเข้าไปในหลอดอาหาร

   3. เกิดจากความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหาร หรือหลอดอาหาร

   4. เกิดจากเชื้อแบคทีเรียบางชนิด หรือเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม

ไม่ใช่คนวัยทำงานเท่านั้น ที่เสี่ยงกับโรคกรดไหลย้อน

   โรคกรดไหลย้อนนี้ ยังพบได้ในทุกกลุ่มอายุ โดยกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ผู้ที่ดื่มสุรา ผู้ที่สูบบุหรี่ สตรีที่ตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคผิวหนังแข็ง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

   นอกจากนี้การใช้ยาบางชนิด ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่เพิ่มปัจจัยเสี่ยงได้เช่นกัน อาทิ ยาลดความดันโลหิตสูงบางชนิด ยาแก้โรคซึมเศร้า สำหรับในเด็กนั้นสามารถพบได้ตั้งแต่วัยทารกจนถึงเด็กโต ซึ่งอาการที่พบบ่อย เช่น อาเจียนบ่อยหลังดูดนม โลหิตจาง น้ำหนักและการเจริญเติบโตไม่สมวัย ไอเรื้อรัง หอบหืด ปอดอักเสบเรื้อรัง ในเด็กบางรายอาจมีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับได้

อาการหลักของโรคกรดไหลย้อน

   1. อาการแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ จากนั้นจึงลามขึ้นมาบริเวณหน้าอกหรือลำคอ ซึ่งอาการจะชัดเจนมากขึ้นหลังจากการรับประทานอาหารมื้อหนัก

   2. อาการเรอมีกลิ่นเปรี้ยว เพราะมีกรดซึ่งเป็นน้ำที่มีรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมายังปาก

#ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ #โรงพยาบาลศิริราช  ปิยมหาราชการุณย์  #กรดไหลย้อน อาการ #กรดไหลย้อน เกิดจาก #กรดไหลย้อน รักษา #กรดไหลย้อนห้ามกินอะไร #กรดไหลย้อน อาหาร #กรดไหลย้อน อาการ วิธีรักษา #กรดไหลย้อน #กรดไหลย้อน ยา #กรดไหลย้อน กินอะไรดี

เมื่อรักษาแล้วจะกลับมาเป็นอีกไหม?

    โดยทั่วไป แพทย์จะให้ทานยาลดการหลั่งของกรดเป็นเวลา 4-8 สัปดาห์ ผู้ป่วยประมาณครึ่งหนึ่งจะมีโอกาสกลับมามีอาการได้อีก ดังนั้นการรักษาในผู้ป่วยกลุ่มนี้ แพทย์จะให้ยาในกลุ่มเดิมเป็นระยะ ๆ 4-8 สัปดาห์หรือให้ยาตามอาการ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง อาจพิจารณาการรักษาด้วยการส่องกล้องหรือการผ่าตัด

จะปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเป็นโรคกรดไหลย้อน?

   สิ่งสำคัญและง่ายที่สุด คือการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตดังต่อไปนี้

   1. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม ชา กาแฟ รวมถึงเครื่องดื่มและอาหารที่มีรสจัด

   2. ระวังน้ำหนักร่างกายไม่ให้เกินมาตราฐาน โดยหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

   3. ไม่ควรรับประทานอาหารแล้วนอนทันที ควรเดินหรือขยับร่างกายอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารย่อย

   โรคกรดไหลย้อน แม้จะไม่ร้ายแรงถึงชีวิตแต่ก็ส่งผลร้ายทางร่างกายและคุณภาพชีวิต รวมถึงการทำงาน งานอดิเรกและการใช้ชีวิตประจำวัน ใครที่มีอาการดังกล่าว ควรรีบไปรับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางระบบทางเดินอาหารและตับ เพื่อป้องกันไม่ให้โรคลุกลามและเรื้อรังต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 4 โซน A

#ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ #โรงพยาบาลศิริราช  ปิยมหาราชการุณย์  #กรดไหลย้อน อาการ #กรดไหลย้อน เกิดจาก #กรดไหลย้อน รักษา #กรดไหลย้อนห้ามกินอะไร #กรดไหลย้อน อาหาร #กรดไหลย้อน อาการ วิธีรักษา #กรดไหลย้อน #กรดไหลย้อน ยา #กรดไหลย้อน กินอะไรดี

โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease : GERD) เกิดจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปยังหลอดอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกรดในกระเพาะอาหาร หรือส่วนน้อยเกิดจากด่างในลำไส้เล็ก โดยอาจมีหรือไม่มีอาการของหลอดอาหารอักเสบก็ได้ ซึ่งโรคนี้ไม่ใช่โรคแปลกใหม่สำหรับคนไทย แต่เป็นโรคที่พบมานานแล้ว และมีอัตราการพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ 

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน

   1. หลอดอาหารส่วนปลายคลายตัวโดยที่ยังไม่มีการกลืนอาหาร

   2. ความดันจากหูรูดของหลอดอาหารส่วนปลายลดลงต่ำกว่าปกติ หรือเกิดการเลื่อนของกระเพาะอาหารเข้าไปในหลอดอาหาร

   3. เกิดจากความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหาร หรือหลอดอาหาร

   4. เกิดจากเชื้อแบคทีเรียบางชนิด หรือเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม

ไม่ใช่คนวัยทำงานเท่านั้น ที่เสี่ยงกับโรคกรดไหลย้อน

   โรคกรดไหลย้อนนี้ ยังพบได้ในทุกกลุ่มอายุ โดยกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ผู้ที่ดื่มสุรา ผู้ที่สูบบุหรี่ สตรีที่ตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคผิวหนังแข็ง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

   นอกจากนี้การใช้ยาบางชนิด ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่เพิ่มปัจจัยเสี่ยงได้เช่นกัน อาทิ ยาลดความดันโลหิตสูงบางชนิด ยาแก้โรคซึมเศร้า สำหรับในเด็กนั้นสามารถพบได้ตั้งแต่วัยทารกจนถึงเด็กโต ซึ่งอาการที่พบบ่อย เช่น อาเจียนบ่อยหลังดูดนม โลหิตจาง น้ำหนักและการเจริญเติบโตไม่สมวัย ไอเรื้อรัง หอบหืด ปอดอักเสบเรื้อรัง ในเด็กบางรายอาจมีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับได้

อาการหลักของโรคกรดไหลย้อน

   1. อาการแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ จากนั้นจึงลามขึ้นมาบริเวณหน้าอกหรือลำคอ ซึ่งอาการจะชัดเจนมากขึ้นหลังจากการรับประทานอาหารมื้อหนัก

   2. อาการเรอมีกลิ่นเปรี้ยว เพราะมีกรดซึ่งเป็นน้ำที่มีรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมายังปาก

#ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ #โรงพยาบาลศิริราช  ปิยมหาราชการุณย์  #กรดไหลย้อน อาการ #กรดไหลย้อน เกิดจาก #กรดไหลย้อน รักษา #กรดไหลย้อนห้ามกินอะไร #กรดไหลย้อน อาหาร #กรดไหลย้อน อาการ วิธีรักษา #กรดไหลย้อน #กรดไหลย้อน ยา #กรดไหลย้อน กินอะไรดี

เมื่อรักษาแล้วจะกลับมาเป็นอีกไหม?

    โดยทั่วไป แพทย์จะให้ทานยาลดการหลั่งของกรดเป็นเวลา 4-8 สัปดาห์ ผู้ป่วยประมาณครึ่งหนึ่งจะมีโอกาสกลับมามีอาการได้อีก ดังนั้นการรักษาในผู้ป่วยกลุ่มนี้ แพทย์จะให้ยาในกลุ่มเดิมเป็นระยะ ๆ 4-8 สัปดาห์หรือให้ยาตามอาการ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง อาจพิจารณาการรักษาด้วยการส่องกล้องหรือการผ่าตัด

จะปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเป็นโรคกรดไหลย้อน?

   สิ่งสำคัญและง่ายที่สุด คือการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตดังต่อไปนี้

   1. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม ชา กาแฟ รวมถึงเครื่องดื่มและอาหารที่มีรสจัด

   2. ระวังน้ำหนักร่างกายไม่ให้เกินมาตราฐาน โดยหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

   3. ไม่ควรรับประทานอาหารแล้วนอนทันที ควรเดินหรือขยับร่างกายอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารย่อย

   โรคกรดไหลย้อน แม้จะไม่ร้ายแรงถึงชีวิตแต่ก็ส่งผลร้ายทางร่างกายและคุณภาพชีวิต รวมถึงการทำงาน งานอดิเรกและการใช้ชีวิตประจำวัน ใครที่มีอาการดังกล่าว ควรรีบไปรับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางระบบทางเดินอาหารและตับ เพื่อป้องกันไม่ให้โรคลุกลามและเรื้อรังต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 4 โซน A


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง