การถนอมสายตา

   ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้สมาร์ทโฟน แท็บเลท หรือคอมพิวเตอร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน การพักผ่อน เช่น เล่นเกมส์ ดูภาพยนตร์ ทำให้เราต้องใช้สายตาเพ่งหน้าจอตลอดเวลา ซึ่งในระยะยาวอาจเกิดปัญหาทางด้านสายตาได้ เช่น อาการปวดตา ตามัว ตาแห้ง สายตาล้า สายตาสั้น หรือผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น อาการปวดหัว ปวดหลัง เมื่อยคอ มารู้จักวิธีง่ายๆ ในการถนอมสายตากัน เพื่อป้องกันปัญหาด้านสายตาที่อาจเกิดขึ้นได้

1. กะพริบตาให้ถี่ขึ้น การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานๆ อัตราการกะพริบตาจะลดลงจาก 20 - 22 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 6 - 8 ครั้งต่อนาที อาจทำให้เกิดอาการตาแห้งเกิดจากการที่เรากะพริบตาน้อยลง จึงควรกะพริบตาให้ถี่ขึ้น หรืออาจใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น

2. จัดวางตำแหน่งคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม ควรมีระยะห่างระหว่างจอภาพกับตัวเราประมาณ 50 - 70 ซม. จัดระดับจอภาพจากจุดศูนย์กลางของจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาประมาณ 4 - 9 นิ้ว ไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำเกินไป

3. ปรับความสว่างของห้อง ให้หน้าต่างอยู่ด้านข้างของจอคอมพิวเตอร์เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ ควรปิดไฟบางดวงที่รบกวนการทำงาน หากมีแสงจ้าจากหน้าต่างหรือมีความสว่างมากเกินไป ควรใช้มูลี่เพื่อปรับแสงให้ผ่านได้เพียงบางส่วน และไม่เข้าตาโดยตรง หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นผิวสะท้อน เช่น โต๊ะสีขาว ควรใช้วัสดุที่มีผิวด้านที่สะท้อนแสงไม่มาก

4. ปรับค่าความละเอียด (Screen Resolution) ให้พอดีกับขนาดของหน้าจอ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้ขนาดของภาพและตัวหนังสือผิดเพี้ยนไปจากความจริง ปรับขนาดตัวอักษรและความเข้มที่เหมาะสม ควรเลือกใช้ขนาดตัวอักษรที่ใหญ่พอดี ปรับความเข้มของตัวอักษรให้มากขึ้น สังเกตได้จากการที่เราสามารถอ่านตัวอักษรได้ในระยะห่างเป็น 3 เท่าของระยะที่นั่งทำงาน หรือเลือกใช้จอคอมพิวเตอร์ชนิด LCD (จอแบน) ซึ่งช่วยถนอมสายตาได้ดีกว่าจอคอมพิวเตอร์แบบเก่า (CRT)

5. หากต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมเป็นเวลานานควรเลือกใช้แว่นตากรองแสงจากหน้าจอ โดยเฉพาะ เลนส์แว่นเคลือบด้วยวัสดุที่สามารถป้องกันรังสีจากหน้าจอได้ดี สามารถนำมาตัดเป็นแว่นสายตาสำหรับคนสายตาสั้น-ยาว และใช้เลนส์สีเขียวอ่อนเพื่อช่วยให้รู้สึกสบายตาในเวลาที่อยู่ใต้แสงจากหลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ และช่วยลดแสงสะท้อนจากจอภาพ

 

6. ควรพักสายตา ทุกๆ ชั่วโมง โดยละสายตาจากหน้าจอเพื่อพักสายตา และป้องกันอาการปวดเมื่อยจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยมองออกไปในระยะไกลประมาณ 10 - 20 วินาที แล้วกลับมามองในระยะใกล้ ทำสลับกันหลายๆ ครั้ง จะช่วยให้คลายสายตาจากความเมื่อยล้าได้

7. ควรออกไปนอกบ้านบ้าง การอยู่ในที่เดิมเป็นเวลานานๆ อาจทำให้สายตาชินกับระดับแสงเดิมๆ และรู้สึกตึงเครียดโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ควรละจากหน้าคอมสักพักแล้วลุกออกไปเดินข้างนอกหรือบริเวณกลางแจ้ง ดื่มน้ำ หาขนมทานประมาณ 15 นาที เพราะจะทำให้สายตาสัมผัสกับระดับแสงที่ต่างจากในห้อง ทำให้สมองและสายตาผ่อนคลายความเมื่อยตึง

8. ควรตรวจสุขภาพตา ปีละ 1 ครั้ง เพื่อวัดความดันตา ตรวจเช็คจอประสาทตา และความผิดปกติอื่นๆ ด้านสายตา เพราะโรคตาบางอย่างไม่แสดงอาการจนกว่าจะถึงขั้นรุนแรง หากตรวจพบโรคตาตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันการสูญเสียสายตา

วิธีบริหารกล้ามเนื้อตาแบบง่ายๆ

1. กลอกตาขึ้น - ลงช้าๆ 6 ครั้ง เหลือบตาขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุด ในระหว่างการบริหารอย่าเกร็งลูกตา
2. กลอกตาไปข้างขวาและซ้ายสลับกัน กลอกตาไปให้ขวาสุดและซ้ายสุด ทำซ้ำ 2 - 3 ครั้ง
3. ชูนิ้วขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตา เหยียดแขนตรงให้ห่างจากสายตาประมาณ 8 นิ้ว จ้องมองไปที่ระยะไกล ประมาณ 10 ฟุต 2 - 3 วินาที แล้วสลับมองระยะใกล้ที่นิ้วมือ 2 - 3 วินาที ทำสลับไปมา 10 ครั้ง แล้วหยุดพัก 1 วินาที ทำซ้ำ 2 - 3 รอบ
4. กลอกตาเป็นวงกลมช้าๆ โดยเริ่มกลอกตาตามเข็มนาฬิกาก่อน แล้วกลอกตาทวนเข็มนาฬิกา ทำ 10 ครั้ง แล้วหยุดพัก 1 วินาที ทำซ้ำ 2 - 3 รอบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! ศูนย์ตา ชั้น 4 โซน A

   ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้สมาร์ทโฟน แท็บเลท หรือคอมพิวเตอร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน การพักผ่อน เช่น เล่นเกมส์ ดูภาพยนตร์ ทำให้เราต้องใช้สายตาเพ่งหน้าจอตลอดเวลา ซึ่งในระยะยาวอาจเกิดปัญหาทางด้านสายตาได้ เช่น อาการปวดตา ตามัว ตาแห้ง สายตาล้า สายตาสั้น หรือผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น อาการปวดหัว ปวดหลัง เมื่อยคอ มารู้จักวิธีง่ายๆ ในการถนอมสายตากัน เพื่อป้องกันปัญหาด้านสายตาที่อาจเกิดขึ้นได้

1. กะพริบตาให้ถี่ขึ้น การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานๆ อัตราการกะพริบตาจะลดลงจาก 20 - 22 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 6 - 8 ครั้งต่อนาที อาจทำให้เกิดอาการตาแห้งเกิดจากการที่เรากะพริบตาน้อยลง จึงควรกะพริบตาให้ถี่ขึ้น หรืออาจใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น

2. จัดวางตำแหน่งคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม ควรมีระยะห่างระหว่างจอภาพกับตัวเราประมาณ 50 - 70 ซม. จัดระดับจอภาพจากจุดศูนย์กลางของจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาประมาณ 4 - 9 นิ้ว ไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำเกินไป

3. ปรับความสว่างของห้อง ให้หน้าต่างอยู่ด้านข้างของจอคอมพิวเตอร์เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ ควรปิดไฟบางดวงที่รบกวนการทำงาน หากมีแสงจ้าจากหน้าต่างหรือมีความสว่างมากเกินไป ควรใช้มูลี่เพื่อปรับแสงให้ผ่านได้เพียงบางส่วน และไม่เข้าตาโดยตรง หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นผิวสะท้อน เช่น โต๊ะสีขาว ควรใช้วัสดุที่มีผิวด้านที่สะท้อนแสงไม่มาก

4. ปรับค่าความละเอียด (Screen Resolution) ให้พอดีกับขนาดของหน้าจอ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้ขนาดของภาพและตัวหนังสือผิดเพี้ยนไปจากความจริง ปรับขนาดตัวอักษรและความเข้มที่เหมาะสม ควรเลือกใช้ขนาดตัวอักษรที่ใหญ่พอดี ปรับความเข้มของตัวอักษรให้มากขึ้น สังเกตได้จากการที่เราสามารถอ่านตัวอักษรได้ในระยะห่างเป็น 3 เท่าของระยะที่นั่งทำงาน หรือเลือกใช้จอคอมพิวเตอร์ชนิด LCD (จอแบน) ซึ่งช่วยถนอมสายตาได้ดีกว่าจอคอมพิวเตอร์แบบเก่า (CRT)

5. หากต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมเป็นเวลานานควรเลือกใช้แว่นตากรองแสงจากหน้าจอ โดยเฉพาะ เลนส์แว่นเคลือบด้วยวัสดุที่สามารถป้องกันรังสีจากหน้าจอได้ดี สามารถนำมาตัดเป็นแว่นสายตาสำหรับคนสายตาสั้น-ยาว และใช้เลนส์สีเขียวอ่อนเพื่อช่วยให้รู้สึกสบายตาในเวลาที่อยู่ใต้แสงจากหลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ และช่วยลดแสงสะท้อนจากจอภาพ

 

6. ควรพักสายตา ทุกๆ ชั่วโมง โดยละสายตาจากหน้าจอเพื่อพักสายตา และป้องกันอาการปวดเมื่อยจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยมองออกไปในระยะไกลประมาณ 10 - 20 วินาที แล้วกลับมามองในระยะใกล้ ทำสลับกันหลายๆ ครั้ง จะช่วยให้คลายสายตาจากความเมื่อยล้าได้

7. ควรออกไปนอกบ้านบ้าง การอยู่ในที่เดิมเป็นเวลานานๆ อาจทำให้สายตาชินกับระดับแสงเดิมๆ และรู้สึกตึงเครียดโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ควรละจากหน้าคอมสักพักแล้วลุกออกไปเดินข้างนอกหรือบริเวณกลางแจ้ง ดื่มน้ำ หาขนมทานประมาณ 15 นาที เพราะจะทำให้สายตาสัมผัสกับระดับแสงที่ต่างจากในห้อง ทำให้สมองและสายตาผ่อนคลายความเมื่อยตึง

8. ควรตรวจสุขภาพตา ปีละ 1 ครั้ง เพื่อวัดความดันตา ตรวจเช็คจอประสาทตา และความผิดปกติอื่นๆ ด้านสายตา เพราะโรคตาบางอย่างไม่แสดงอาการจนกว่าจะถึงขั้นรุนแรง หากตรวจพบโรคตาตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันการสูญเสียสายตา

วิธีบริหารกล้ามเนื้อตาแบบง่ายๆ

1. กลอกตาขึ้น - ลงช้าๆ 6 ครั้ง เหลือบตาขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุด ในระหว่างการบริหารอย่าเกร็งลูกตา
2. กลอกตาไปข้างขวาและซ้ายสลับกัน กลอกตาไปให้ขวาสุดและซ้ายสุด ทำซ้ำ 2 - 3 ครั้ง
3. ชูนิ้วขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตา เหยียดแขนตรงให้ห่างจากสายตาประมาณ 8 นิ้ว จ้องมองไปที่ระยะไกล ประมาณ 10 ฟุต 2 - 3 วินาที แล้วสลับมองระยะใกล้ที่นิ้วมือ 2 - 3 วินาที ทำสลับไปมา 10 ครั้ง แล้วหยุดพัก 1 วินาที ทำซ้ำ 2 - 3 รอบ
4. กลอกตาเป็นวงกลมช้าๆ โดยเริ่มกลอกตาตามเข็มนาฬิกาก่อน แล้วกลอกตาทวนเข็มนาฬิกา ทำ 10 ครั้ง แล้วหยุดพัก 1 วินาที ทำซ้ำ 2 - 3 รอบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! ศูนย์ตา ชั้น 4 โซน A


ค้นหาแพทย์

สาระสุขภาพ

ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง